Fang Cheng Bao แบรนด์รถหรูสายลุยที่อยู่ภายใต้สังกัดชายคาของทาง BYD เปิดตัววางจำหน่าย Fang Cheng Bao Bao 8 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า (Bao 8) เอสยูวีสายลุยขนาดใหญ่ แบบ 5 ที่นั่ง โดยรุ่นใหม่นี้จะเข้ามาเสริมทัพ Bao รุ่น 6 และ 7 ที่นั่ง ที่มีอยู่เดิม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งในด้านพื้นที่ และสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดโดยจะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย เปิดราคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 379,800 – 399,800 หยวน คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.74 – 1.83 ล้านบาท

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ยังคงมาในรูปแบบเอสยูวีออฟโรดสายลุยทรงหรู โดยมากับภาาาการออกแบบที่เรียกว่า่ Future Starship Aesthetic หรือ “สุนทรียศาสตร์ยานอวกาศแห่งอนาคต” ที่จะออกมาจับกลุ่มผู้ที่ชอบใช้งานในรูปแบบ Off Road ตัวรถจะมาในสไตล์แบบฮาร์ดคอร์ดุดัน แต่จะแฝงความรู้สึกที่ดูภูมิฐานในตัว



ด้านหน้าจะมากับกระจังหน้าสีดำทรงหกเหลี่ยม มาพร้อมชุดไฟหน้า LED ที่ออกแบบให้มีความเรียวยาวมากกว่า ส่วนตัวกันชนหน้าจะมีขนาดใหญ่สีดำทั้งชิ้น


เส้นสายด้านข้างตัวรถยังคงมากับเหลี่ยมมุมที่ดูดุดัน ซุ้มล้อสีดำทรงเหลี่ยม เติมความดุดันด้วยกาบประตูข้างขนาดใหญ่ สอดรับเข้าชุดกับล้ออัลลอยลวดลายใหม่ขนาด 21 นิ้ว พร้อมออกแบบให้มีความร่วมสมัยด้วยมือเปิดประตูแบบราบเรียบไปกับตัวรถ

ส่วนด้านท้ายติดตั้งล้ออะไหล่พร้อมฝาครอบล้อ มาพร้อมกันชนท้ายดีไซน์โหดขนาดใหญ่

ในด้านขนาดมิติตัวรถของ Fang Cheng Bao Bao 8 จะมีความยาวอยู่ที่ 5,195 มม. กว้าง 1,994 มม. สูง 1,875 มม. (เมื่อรวมแร็คหลังคาแล้วจะมีความสูงถึง 1905 มม.) และความยาวฐานล้อ 2,920 มม. มาพร้อมความสูงจากพื้นที่มากถึง 310 มม. โดยมีมุมเข้าและออกอยู่ที่ 34 และ 35 องศา ตามลำดับ รวมทั้งยังสามารถลุยน้ำลึกได้ถึง 900 มม.



ด้านภายในห้องโดยสารจะมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีน้ำตาล และสีเทา (ใหม่) ด้านตัวเบาะที่นั่งจะเป็นการดัดแปลงจากรุ่น 6 และ 7 ที่นั่ง โดยนำเบาะแถวที่ 3 ออก กลายเป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้มีดุโอ่งโถ่งกว้างขึ้น โดยจะเพิ่มพื้นที่วางขาด้านหลังมากขึ้น 100 มม. ทำให้มีพื้นที่นั่งยาวตามแนวยาว 970 มม.

อีกทั้งเบาะนั่งแถวที่ 2 และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้ามาพร้อมพักขาปรับได้ 4 ทิศทาง รวมมั้งเบา่ะคู่หน้ายังมาในรูปแบบไร้แรงโน้มถ่วงเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มตู้เย็นแรงดันสูงแบบสองประตูใหม่เข้ามา

อีกทั้งในส่วนของห้องเก็บสัมภาระท้ายรถจะมีพื้นที่กว้างขวางถึง 955 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงก็จะมีความลึกเพิ่มขึ้นเป็น 1,897 มม. ซึ่งถือเป็นการเพิ่มพื้นที่เป็น “ห้องเตียงคู่” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเพิ่มประโยชน์ใช้สอยของรถอีกด้วย



ขณะที่ในส่าวนของแผงแดชบอร์ดหน้ายังคงความหรูหราไว้เหมือนกับในรุ่น 6 และ 7 ที่นั่ง โดยจะมากับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 3 จอด้วยกัน โดยแบ่งเป็นแผงหน้าปัด LCD ขนาด 12.3 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง 4 ก้านขนาดใหญ่แบบท้ายตัด มาพร้อมหน้าจอควบคุมกลางขนาด 17.3 นิ้ว และหน้าจอมัลติมีเดียสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 12.3 นิ้ว ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป BYD9000 รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ DiLink150 ของ BYD ขับเคลื่อนด้วยชิป BYD 9000 พร้อม AI ในตัวขนาดใหญ่ที่รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ “Fang Hua” ช่วยให้สามารถสตรีมแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์ Huawei เข้าสู่ระบบของรถได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังได้รับจอ AR-HUD ขนาด 50 นิ้ว ที่สะท้อนข้อมูลไปยังกระจกบังลมหน้า


ด้านคอนโซลกลางจะถูกออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยจะเต็มไปด้วยปุ่มควบคุมจำนวนมาก ที่รายล้อมคันเกียร์ขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังจะได้รับแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่มีมาให้ 2 ช่อง และยังได้รับกุญแจรถ NFC รวมถึงระบบเครื่องเสียงของทาง Devialet และมีช่องเก็บอุณหภูมิร้อน-เย็น ความเย็นอยู่ที่ด้านล่างของที่เท้าแขนตรงกลาง

รวมทั้งยังมาพร้อมกับชุดไฟ Ambient Lghting รอบคัน, ระบบน้ำหอม และชุดเครื่องเสียงที่มาพร้อมกับลำโพงที่มากถึง 18 ตำแหน่ง


ขณะที่ด้านหลังจะได้รับการติดตั้งหน้าจอควบคุมปรับอากาศแบบแยกส่วนที่เป็นระบบสัมผัส และหน้าจอควบคุมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่วางอยู่ด้านหลังของคอนโซลกลาง พร้อมมีออปชันเสริมเป็นหนา้จอสำหรับผู้โดยสารแถวหลังที่จะติตดั้งอยู่ด้านหลังเบาะหน้า


ในด้านความปลอดภัยจะมากับเซ็นเซอร์ LiDAR 3 ตัวบนหลังคา อีกทั้งยังมากับ ระบบ Huawei Qiankun Intelligent Driving ADS 4.0 ที่ช่วยให้สามารถนำทางแบบ “จากช่องจอดหนึ่งไปยังอีกช่องจอดหนึ่ง” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการจอดรถที่ครอบคลุม เช่น การจอดรถนอกรถ บริการรับจอดรถ และการบังคับรถจากระยะไกล รวมทั้งยังจะมากับถุงลมนิรภัย 14 ใบ



FCB Bao 8 จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Super Hybrid 2.0T Dual Mode Off-road (DMO) ของบีวายดี ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนจะมากับเครื่องยนต์ 2.0T ที่ให้กำลัง 200 kW / 268 แรงม้า มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ด้านหน้าให้กำลัง 200 kW / 268 แรงม้า มอเตอร์คู่หลังให้กำลัง 300 kW / 402 แรงม้า โดยจะให้กำลังรวมทั้งระบบที่ 550 kW / 738 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. อยู่ที่ 4.8 วินาที มาพร้อมความเร็วสูงุสดที่ 180 กม./ชม. โดยตัวรถจะมีพละกำลังในการลากจูงสูงถึง 2.5 ตัน


มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ LFP Blade วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลสุด 125 กม. และวิ่งครอบคลุมระยะทางไกล 1,200 กม. เมื่อน้ำมันเต็มถัง และแบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็ม (NEDC) และพร้อมเทคโนโลยี “Full-Speed Domain Road Surface Perception Control” ที่ช่วยให้ควบคุมแรงบิดได้อย่างแม่นยำในทุกสภาพถนน อีกทั้งยังรองรับฟังก์ชันปล่อยพลังงานภายนอกขนาด 6 kW



สำหรับ BYD Fang Cheng Bao Bao 8 รุ่น 5 ที่นั่งที่ปิดวางจำหน่ายในประเทศจีนจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทา, สีดำ, สีฟ้า และสีใหม่สีเขียว Lake Green
