BYD ลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ในตลาดยุโรป ด้วยการเปิดตัววางจำหน่าย BYD Seagull รถยนต์ไฟฟ้าน้องเล็กที่สุดของทางแบรนด์บีวายดี แต่การมาครั้งนี้ไม่ได้ใช้ชื่อ Seagull อย่างที่เปิดขายในจีน แต่มาในชื่อใหม่ที่ว่า BYD Dolphin Surf โดยจะมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย Active / Boost และ Comfort มีมอเตอร์ไฟฟ้าให้เลือก 2 ขนาดความแรง 88 แรงม้า และ 156 แรงม้า รวมทั้งมีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาดความจุ 30 kWh และ 43.2 kWh ชาร์จไฟวิ่งเต็มวิ่งไกลสุด 322 กม. (WLTP) เคาะราคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 19,990 – 24,990 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 7.38 – 9.23 แสนบาท

ในด้านงานออกแบบดีไซน์นั้นยังคงเหมือนกับที่เปิดวางจำหน่ายในประเทศจีน โดยตัวรถมาในรูปแบบแฮทช์แบคไฟฟ้าขนาดเล็ก มาพร้อมภาษาการออกแบบที่เรียกว่า Marine Aesthetics

ด้านหน้าจะเป็นแบบปิดทึบ มีเพียงโลโก้ตรา BYD ติดไว้ที่ส่วนหน้า ด้านล่างจะเป็นช่องรับลมขนาดใหญ่ มาพร้อมกับชุดไฟหน้าดีไซน์ที่ดูเฉียบคม มาพร้อมกระจกบังลมหน้าที่มีขนาดใหญ่เพื่อสร้างวิสัยทัศน์มองให้กว้างขึ้น

ด้านข้างในส่วนซุ้มล้อถูกตีโป่งให้มีสันเหลี่ยมคมพร้อมเสริมด้วยขอบซุ้มล้อสีดำ ในส่วนล้อจะมีทั้งแบบล้อกระทะเหล็กพร้อมฝาครอบ และล้ออัลลอย โดยจะมีทั้งขนาด 15 – 16 นิ้ว


ด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์หลังคา พร้อมตกแต่งที่เสา C ด้านท้ายด้วยแถบสีดำ ขณะที่ชุดไฟท้ายมาแบบพาดเต็มยาวพื้นที่ด้านหลัง

ในด้านมิติตัวถังของ BYD Dolphin Surf ที่จะวางจำหน่ายในยุโรปนั้น จะแตกต่างจาก Seagull ในจีนโดยจะมีความใหญ่ และยาว รวมทั้งสูงกว่าเล็กน้อย โดยมีความยาวอยู่ที่ 3, 990 มม. กว้าง 1, 720 มม. สูง 1,590 มม. ขณะที่ในส่วนของ Seagull จะมีความยาว 3,780 มม. กว้าง 1,715 มม. สูง 1,540 มม. ขณะที่ระยะฐานล้อนั้นจะเท่ากันที่ 2,500 มม.

ด้านภายในห้องโดยสารนั้นจะเหมือนกันทุกอย่าง จะมีเพียงการตกแต่งเฉดสีเทานั้นที่แตกต่างกันไปโดยในตลาดยุโรปจะมาในเฉดสี เทา-ดำ


โดยภายในจะได้รับแผงหน้าปัดแสดงข้อมูลการขับขี่ที่มีขนาด 5 นิ้ว วางอยู่ด้านหลัง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบท้ายตัดทรง D-Shape มาพร้อมหน้าจออินโฟนเทนเมต์ขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อไร้สายและการโบกมือ




คอนโซลกลางจะได้รับการติตดั้งแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย และที่วางแก้ว 2 จุด ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยู่ที่ 308 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงจะขายพื้นที่ได้มากถึง 1,037 ลิตร อีกทั้งยังมีช่องเก็บของใต้พื้นมาไว้ให้ด้วย


ในด้านกำลังขับเคลื่อนของ Dolphin Surf ในตลาดยุโรปจะแบ่งออกเป็น 3 ย่อย โดยทุกรุ่นจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่วางอยู่คู่ล้อหน้า และถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม e-platform 3.0
- รุ่น Active จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 65 kW / 88 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 11.1 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ขนาด 30 kWh ชาร์ไฟวิ่งไกลสุด 220 กม. (WLTP)
- รุ่น Boost จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 65 kW / 88 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร เร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 12.1 วินาที ในส่วนแบตเตอรี่ขะปรับขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 43.2 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 322 กม. (WLTP)
- รุ่น Comfort จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 115 kW / 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 9.1 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 43.2 kWh ที่เท่ากับรุ่น Boost ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางวิ่ง 310 กม. (WLTP)

โดยในทุกรุ่นจะมีความเร็วสูงสุดที่ 150 กม./ชม. และรองับการชาร์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 10 – 80% ในเวลา 22 นาที นอกจากนั้นยังรองรับการสาร์จไฟแบบ AC ขนาด 11 kW

ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมีทั้งถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง, ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ ทั้งระบบล็อคความเร็วอัตโนมัติแปรผันตามรถยนต์คันหน้า, ระบบแจ้งเตือนออกนอกช่องจราจร และ ระบบลดความเร็วโดยอัตโนมัติเมื่อเสี่ยงชน เป็นต้น

สำหรับราคาจำหน่าย BYD Dolphin Surf ในตลาดยุโรป
- รุ่น Active จะมีราคาเริ่มต้น 19,990 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 7.38 แสนบาท (โดยราคานี้จะสิ้นสุดเดือนมิถุนายนก่อนปรับมาอยู่ที่ 22,390 ยูโร หรือราว ๆ 8.27 แสนบาท)
- รุ่น Boost เปิดราคาไว้ที่ 23,380 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 8.63 แสนบาท (โดยราคานี้จะสิ้นสุดเดือนมิถุนายนก่อนปรับมาอยู่ที่ 25,390 ยูโร หรือราว ๆ 9.37 แสนบาท)
- รุ่น Comfort เปิดช่วยแนะนะไว้ที่ 25,880 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 9.56 แสนบาท (โดยราคานี้จะสิ้นสุดเดือนมิถุนายนก่อนปรับมาอยู่ที่ 27,890 ยูโร หรือราว ๆ 1.03 ล้านบาท)

ส่วนในตลาดเมืองไทยนั้น BYD Seagull คาดว่าจะมาในบ้านค่อยข้างแน่นอน เพราะล่าสุดได้มีภาพแบบชุดคลุมลายพรางวิ่งทดสอบบนถนนเมืองไทย ส่วนการเปิดตัวนั้นอาจจะเป้นในช่วงปลายปีนี้ หรืออย่างเร็วสุดก็มาในช่วงกลางปี 2568 นี้
