in , ,

BYD Dolphin 2025 โลมาไฟฟ้ารุ่นปรับโฉมใหม่ เคาะราคาเริ่ม 4.6 แสนบาท ในจีน

BYD เผยภาพพร้อมข้อมูล และรายละเอียด Dolphin โฉมปี 2025 โลมาไฟฟ้ารุ่นปรับโฉมใหม่ ที่มาพร้อมระบบ Eye of God ก่อนลงโชว์รูมวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ เคาะราคาเริ่มไว้ที่ 4.6 แสนบาท

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีภาพหลุดของ BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่ ในโลกออนไลน์ที่ประเทศจีน 

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ล่าสุดในเวปไซร์อย่างเป็นทางการของบีวายดีในจีนได้ปล่อยภาพ พร้อมข้อมูล และรายละเอียดบางส่วนของของ BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่ออกมาแล้ว โดยชุดจุดเด่นที่จะมากับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Eye Of God ส่วนการวางจำหน่ายคาดจะมีขึ้นในจีนเร็ว ๆ วันนี้

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

สำหรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ของ BYD Dolphin MY2025 จะมีการปรับเปลี่ยนใหม่าในหลาย ๆ จุด โดยด้านหน้าของรุ่นปรับโฉมใหม่นี้ จะมากับชุดไฟหน้าใหม่ ที่มีความยาวมากกว่ารุ่นที่ผ่านมา รวมถึงในส่วนของกระจังหน้าที่ปรับให้ยืด และยาวขึ้น

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

นอกจากนั้นในส่วนของกันชนหน้าก็ปรับดีไซน์ใหม่ ให้ดูเรียบ และเนียมขึ้น มาพร้อช่องดักลมทั้งด้านข้างใหม่ที่มีขนาดที่เล็กกว่าเดิม อีกทั้งช่องดักอากาศที่ด้านล่างก็ปรับใหม่มีความเรียวยาวมากขึ้น 

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ส่วนเส้นสายด้านข้างตัวรถนั้นยังคงเดิม ไม่มีความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า ยกเว้นเพียงในส่วนของล้ออัลลอยที่จะมากับลวยลายใหม่ โดยจะมีขนาดให้เลือกทั้ง 16 นิ้ว ที่มากับยาง 195/60 R16 และล้อขนาด 17 นิ้ว และยางเบอร์ 205/50 R17

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ขณะที่ด้านหลังของรถมีกราฟฟิกไฟท้ายใหม่พร้อมโลโก้ BYD ตรงกลางแทนข้อความ Built Your Dream ในแถบไฟท้ายยาวเต็มความกว้างของรถเหมือนเดิม ส่วนของกันชนหลังก็มีการปรับดีไซน์ใหม่ มาพร้อมมีแถบทับทิมที่มาในแบบแนวนอน 

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ในด้านขนาดมิติตัวรถของ BYD Dolphin 2025 เวอร์ชันที่วางจำหน่ายในจีนจะมีความยาว 4,280 มม. กว้าง 1,770 มม. สูง 1,570 มม. ซึ่งจะมีความยาวกว่ารุ่นปัจจุบันที่ขายในจีน 155 มม. แต่สั้นกว่ารุ่นที่ขายในไทย 10 มม.

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ภายในห้องโดยสารก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ แผงคอนโซลหน้าจะมากับหนา้จอมาตรวัดใหม่ที่ปรับขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม 5 นิ้ว เป็น  8.8 นิ้ว

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านที่ปรับแต่งชุดปุ่มควบคุมใหม่ รวมทั้งยังได้รับการติดตั้ง Paddle Shift และคันเกียร์ที่ถูกย้ายมาจากคอนโซลกลาง ขณะที่ส่วนหน้าจอควบคุมส่วนกลางจะมีขนาด 12.8 นิ้ว และยังคงสามารถหมุนได้เช่นเดิม มาพร้อมลวดลายภายในของช่องแอร์ทรงกลมใหม่ 

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ด้านคอนโซลกลางก็ปรับแต่งใหม่ โดยจะมากับชุดสวิตช์ที่ออกแบบใหม่ มาพร้อมที่ชาร์จสมารืตโฟนแบบไร้สายที่ใหเ้กำลังการชาร์จ 50W นอกจากนั้นที่วางกลางตรงกลางระหว่างเบาะคู่หน้าจะเป็นตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ถึง 11 ลิตร

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับ พอร์ต USB Type-C, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มาพร้อมกรองอากาศ PM2.5 / ระบบฆ่าเชื้อและกรองอากาศระยะไกล, ระบบนำทางออนไลน์ GPS, ระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ, ระบบ WiFi ภายในรถ พร้อมรองรับการอัปเดต OTA มาพร้อมระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง หลังคา Panoramic Sunroof,, กระจกหลังแบบ Rear privacy glass และระบบ NFC

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ด้านชุดเบาะที่นั่งออกแบบใหม่มาในแบบบักเก็ทซีท เบาะรองศีรษะปรับระดับได้ทั้งหน้าและหลัง ตัวเบาะที่นั่งทุกตำแหน่งจะหุ้มด้วยหนังเทียม เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง มาพร้อมระบบระบายอากาศ และทำความร้อน  เบาะหลังสามารถพับได้ในอัตราส่วน 40:60 โดยมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 345 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงจะเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,310 ลิตร

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะได้รับ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร) มาพร้อมถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับที่นั่งแถวหน้า และม่านนิรภัยครอบคลุมทั้งหน้ าและหลัง,ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย (แถวหน้าและแถวหลัง), ระบบตรวจวัดแรงดันลมยางแบบดิจิทัล, จุดยึดเบาะนิรภัยเด็ก ISO-FIX, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อขับขี่ กุญแจล็อกนิรภัยสำหรับเด็กแบบกลไก, ระบบเตือนคนเดินถนนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ, ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถ, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก,ระบบเสริมแรงเบรกไฮดรอลิก, ระบบควบคุมแรงฉุด, ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่, ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ และ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน

นอกจากนี้ยังจะมากับเรดาร์ทั้งหน้า-หลัง รงมทั้งยังมาพร้อมกับกล้อง Full HD รอบคันที่ถูกมาพร้อมกล้องบันทึกการขับขี่ (DVR – Dash Cam) รวมทั้งยังมาได้รับโหมดเฝ้าระวังอัจฉริยะ (Sentry Mode) และระบบมองภาพจากระยะไกล 

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

อีกทั้งยังมากับระบบขับขี่อัจฉริยะ “God’s Eye C ” (DiPilot 100) อาทิ ระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง, ระบบนำทางบนทางหลวง, ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ, ระบบไฟสูงอัจฉริยะ, ระบบจำกัดความเร็วอัจฉริยะ, ระบบจดจำป้ายจำกัดความเร็ว, ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน และ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน เป็นต้น 

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ BYD Dolphin 2025 จะมีมอเตอร์ไฟฟ้าให้เลือกถึง 3 ระดับความแรง (ในรุ่นปัจจุบันจะมีให้เลือก 2 ขนาด) ได้แก่ 

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

รุ่นเริ่มต้นจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 70 kW (94 แรงม้า) แรงบิด 180 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม.ชม. ในเวลา 4.3 วินาที ส่วนความเร็วสูงุสดของตัวรถจะอยู่ที่ 150 กม.ชม. จับคู่กับแบตเตอรี Blade LFP ที่มีขนาดความจุ 45.12 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทาง 420 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC)

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

รุ่นกลาง (ที่เพิ่มเข้ามาใหม่) จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 177 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ในเวลา 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม.ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ Blade LFP ขนาด 45.12 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางวิ่งไกล 410 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) 

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

รุ่นท๊อปจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร  ให่อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 7 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ Blade LFP ที่มีขนาดความจุ 60.48 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางวิ่งไกล 520 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC)

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

โดยในทุกรุ่นจะมาพร้อมชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed มีโหมดการขับขี่ 3 โหมดทั้ง Eco, Standard และ Sport มาพร้อมระบบ Regenerative Braking และยังได้รับการติดตั้งระบบ V2L ที่สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด 2000w ไปยังชุดอุปกรณ์ภายนอก

BYD Dolphin 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่

BYD Dolphin 2025 รุ่น MinorChange ปรับโฉมใหม่นี้เตรียมพร้อมที่จะลงโชว์รูมจำหน่ายในจีนเร็ว ๆ นี้ ส่วนราคาจำหน่ายจากข้อมูบที่เปิดเปยบนเวปไซต์ของทาง BYD เผยว่าจะมีราคาจำหน่ายอยู่ระหว่าง 99,800 – 125,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 4.61 – 5.81 แสนบาท 

ส่วนในตลาดเมืองไทยนั้นคาดว่าคงจะตามมาในเร็ว ๆ วันนี้เช่นกัน ส่วนจะเป้นช่วงไหน หากมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาทางทีมงาน Autostation.com จะรีบนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง