Buick เปิดตัว Buick Regal 2024 รถซีดานขุมพลังเบนซินเทอร์โบ รุ่นปรับโฉมใหม่เวอร์ชั่นในตลาดเมืองจีน โดยในครั้งนี้เป็นการปรับโฉมครั้งที่ 2 หลังจากที่ได้ปรับหน้าตามาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2020

สำหรับ Buick Regal 2024 เวอร์ชั่นที่เปิดวางจำหน่ายในเมืองจีนจะมีให้เลือก 2 รุ่นคือรุ่นเริ่มต้น 25T Super Premium Edition ที่เป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และรุ่น Regal 28T Indulgence Edition ที่มากับขุมพลัง 2.0 เทอร์โบ เคาะราคาจำหน่ายในจีนระหว่าง 159,800 – 175,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 7.7 – 8.5 แสนบาท

โดยในการปรับปรุงใหม่ครั้งนี้ของ Buick Regal 2024 จะมาพร้อมกับลุคใหม่ โดยในส่วนกระจังหน้าใหม่ ปรับให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม โดยจะมีพื้นที่เต็มในส่วนด้านหน้ารถมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู

ด้านในตกแต่งกด้วยวัสดุชิ้นงานสีดำ เติมลวยลายด้วยแถบเส้นโครเมียม ที่ทาง Buick เรียกว่า Star Tide พร้อมปรับช่องดักลมกันชนหน้าใหม่ให้รับกับตัวกระจังอย่างลงตัว อีกทั้งยังเสริมความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่มุมทั้ง 2 ฝั่ง


ส่วนชุดไฟหน้าออกแบบตัวโคมไฟด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว โดยจะเป็นชุดไฟหน้า LED ทั้งระบบ โดยชุดไฟส่องสว่างจะเป็นไฟ LED วางเรียงต่อกัน 4 ดวง มาพร้อมไฟ DRL ที่เป็นรูปบูมเมอแรง วางอยู่ด้านล่างภายในโคมเดียวกัน ขณะที่ตราโลโก้ของทางแบรนด์ มาในแบบใหม่พร้อมถูกติดตั้งไว้เหนือตัวกระจังหน้า


ด้านข้างตัวรถมากับเส้นสายที่คมชัด ดูสปอร์ต พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยปัดเงาขนาด 17 และ 18 นิ้ว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่น) เพิ่มความหรูด้วยคิ้วโครเมียมที่ขอบหน้าต่าง มาพร้อมมือจับประตูโครเมียมในตัว ด้านท้ายตัวรถออกแบบให้มีความลาดเทเหมือนกับรถในสไตล์คูเป้ เสริมลุคสปอร์ตด้วยเสาอากาศแบบครีบฉลาม

งานออกแบบด้านท้ายจะได้รับการติดตั้งชุดไฟท้าย LED ดี่ไซน์สปอร์ตที่มาในแบบปีกคู่ พร้อมโลโก้ใหม่ ขณะที่ปลายท่อไอเสียจะมาเป็นแบบคู่ชุบโครเมียม

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะคว่ามยาว 4,904 มม./ 4,913 มม., กว้าง 2,406 มม., สูง 1,461 มม./1,462 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,829 มม.



ภายในห้องโดยสารไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ยังคงเหมือนเดิมตั้งแต่เปิดตัวออกมาในปี 2017 โดยในรุ่น 25T Super Premium Edition จะมาพร้อมกับเบาะหนังสีดำ ที่มีระบบทำความร้อน และปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางที่ด้านหน้า แผงแดชบอร์ดมาพร้อมกับจอแสดงผลแบบคลัสเตอร์ขนาด 4.2 นิ้ว และหน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมผู้ช่วยเสียงของ Baidu พร้อมรองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto อีกทั้งยังรองรับแอปพลิเคชันมือถือ iBuick



ส่วนในรุ่น Regal 28T Indulgence Edition ที่จะเน้นความหรูหรามากขึ้นจะได้รับเบาะนั่งสีน้ำตาลมอคค่า หน้าจอแสดงผลจะปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 8 นิ้ว และฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า


ส่วนชุดอุปกรณ์ที่ทั้ง 2 รุ่นจะได้รับเหมือนกันจะเป็น คันเกียร์อิเล็กทรอนิกส์แบบปุ่มกด ETRS, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระดูอัลโซน, ชุดไฟส่องสว่างรอบข้างแบบ Moonlight White, ช่องแอร์หลัง



กระจกมองหลังภายในแบบสตรีมมิ่ง, ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง, พอร์ตชาร์จ USB คู่ด้านหลัง มาพร้อมชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และหลังคาซันรูฟ



ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ Buick Regal 2024 จะมากับตัวถัง BFI ที่ผลิตจากเหล็กกล้า มาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ใบ, ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน TCS, ระบบเบรก ABS / EBD, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัจฉริยะ, เรดาร์ถอยหลัง เป็นต้น


ในด้านพละกำลังในรุ่น 25T Super Premium Edition จะมากับเครื่องยนต์ 1.5T SIDI ไดเรคอินเจคชั่นเทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลัง 166 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม ในเวลา 9.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 205 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงภายใต้เงื่อนไขที่ครอบคลุม 6.89 ลิตร/100 กม. หรือประมาณ 14.5 กม. /ลิตร ตามมาตรฐาน WLTC

ขณะที่ในรุ่น Regal 28T Indulgence Edition จะได้รับเครื่องยนต์ 2.0T เทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 233 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม ในเวลา 7.1วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงภายใต้เงื่อนไขที่ครอบคลุม 7.14 ลิตร/100 กม. หรือประมาณ 14 กม. /ลิตร ตามมาตรฐาน WLTC โดยทั้ง 2 เครื่องยนต์จะถูกส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ HYDRA-MATIC 9 สปีด


สำหรับราคาจำหน่ายของ Buick Regal 2024 ในรุ่น 25T Super Premium Edition จะมีราคาอยู่ที่ 159,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 7.7 บาท ส่วนในรุ่น 28T Indulgence Edition จะมีราคาจำหย่ายที่ 175,800 หยวนหรือราว 8.5 แสนบาท
