Buick แบรนด์ร่วมทุนระหว่าง SAIC และ GM ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย Electra L7 รถเก๋งซีดานขนาดใหญ่ที่จะมีวางขายเฉพาะในตลาดเมืองจีน ชูจุดเด่นกับตัวรถที่มีความยาวกว่า 5 เมตร พ่วงขุมพลัง EREV วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 302 กม. มาพร้อมระยะทางวิ่งรวม 1,420 กม.

ราคา Buick Electra L7 ในประเทศจีน
- รุ่น Prestige Edition ราคา 173,900 หยวน (ประมาณ 7.87 แสนบาท)
- รุ่น Luxury Edition ราคา 186,900 หยวน (ประมาณ 8.46 แสนบาท)
- รุ่น Prestige Xiaoyao Intelligent ราคา 193,900 หยวน (ประมาณ 8.77 แสนบาท)
- รุ่น Luxury Xiaoyao Intelligent ราคา 206,900 หยวน (ประมาณ 9.36 แสนบาท)
- รุ่น Avenir ราคา 219,900 หยวน (ประมาณ 9.95 แสนบาท)

สำหรับ Electra L7 จะเป็นรถรุ่นใหม่ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ Electra ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ของทาง Buick ที่เปิดตัวในเดือนเมษายน 2025 ที่ผ่านมา



ด้านงานออกแบบดีไซน์ของ L7 ยังคงรักษาภาษาการออกแบบส่วนใหญ่ ที่นำเสนอในตัว Electra L ที่เป็นรถต้นแบบ แต่มีการปรับดีเทลบางอย่างให้เป็น Production Car โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบปิด พร้อมไฟหน้ารูปตัว L ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ มาพร้อมช่องดักอากาศแบบแอคทีฟที่กันชนล่าง





ส่วนเส้นสายด้านข้างก็ยังคงเหมือนกับตัวต้นแบบ ปรับใหม่ในส่วนของมือเปิดประตูที่ของเดิมนั้นมาในแบบสัมผัส ปรับเปลี่ยนมาเป็นแบบซ่อนที่ราบไปกับตัวบอดี้รถ เช่นเดียวกับกล้องมองภาพด้านข้างก็เปลี่ยนมาเปhนกระจกมองข้างแบบปกติแทน มาพร้อมประตูแบบไร้กรอบ ส่วนชุดล้ออัลลอยนั้นยังมีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกันที่เป็นลวดลายคล้ายกังหันลมโดยมีขนาด 19 นิ้ว



ด้านท้ายมาในรูปแบบฟาสต์แบ็กท้ายลาด มาพร้อมชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ พร้อมติดตราสัญลักษณ์ Avenir

ในด้านขนาดมิติตัวถังจะมีความยาว 5,032 มม. กว้าง 1,952 มม. และสูง 1,500 มม. และมีระยะฐานล้อที่ยาว 3,000 มม.

ภายในห้องโดยสารของ Electra L7 จะมานรูปแบบสไตล์มินิมอลที่ลดการใช้ปุ่ม หรือแป้นสั่งงาน โดยจะมีเฉดสีภายในมีให้เลือก 4 โทนสี รวมถึงตัวเลือกสีม่วง และขาว (เฉพาะรุ่น Avenir)



ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมีเพียงหน้าปัดแบบ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสามก้าน และหน้าจอควบคุมกลางอัจฉริยะขนาด 15.6 นิ้ว มาพร้อมระบบ AI อัจฉริยะ ทำงานบนชิปประมวลผลสุดแรงจาก Qualcomm 8775 พร้อม 72 TOPS และมีเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ของทาง Momenta มาพร้อมหน้าจอ AR-HUD ขนาด 50 นิ้ว (ในรุ่นท๊อป)

อีกทั้งยังเติมความหรูหรามีสไตล์เฉพาะรุ่นด้วยการตกแต่งแถบสี “Starlight Gold Sand” เชื่อมต่อแผงหน้าปัด และแผงประตู


ในส่วนของคอนโซลกลางจะมาในแบบเรเยล 2 ชั้นพื้นที่ด้านบนจะมีเพียงแท่นชาาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่มีให้ 2 ตำแหน่ง มาพร้อมช่องเก็บของแบบมีฝาปิด ส่วนที่ด้านล่างจะเป็นช่องว่างสำหรับเก็บของ

ด้านเบาะที่นั่งของรถเก๋งรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกับเบาะนั่งที่หุ้มด้วยวัสดุหนัง Nappa ที่ให้สัมผัสนุ่มดุจปุยเมฆ โดยด้านในตัวเบาะจะผลิตจากผ้าฝ้ายมุก เนื้อนุ่มพิเศษ ผสานกับผ้าฝ้าย Surflex™ ที่ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มสบาย



เบาะคู่หน้ามาในแบบ Zero-Gravity ปรับพับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง มาพร้อมที่รองน่องที่สามารถยืดออกได้ 103 มม. โดยจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถปรับมุมจากต้นขาถึงลำตัว และจากน่องถึงต้นขาได้ 120° นอกจากนั้นยังสามารถเปิดใช้งานโหมดไร้แรงโน้มถ่วงได้อย่างสะดวกผ่านคำสั่งเสียง รวมทั้งสั่งงานจากหน้าจอกลาง หรือปุ่มกดที่อยู่ด้านข้างตัวเบาะ


ในด้านชุดอุปกรณ์ภายในของ Electra L7 จะได้รับ ระบบเครื่องเสียงดิจิทัล Buick Sound ที่มาพร้อมลำโพง 27 ตัว ให้กำลังขับสูงสุด 2,000 W มาพร้อมลำโพง Sky Speaker 4 ตัว และซับวูฟเฟอร์แบบ Hat Rack 2 ตัว ขณะที่ลำโพงที่เหลืออีก 21 ตัว ถูกจัดวางอย่างมีกลยุทธ์บนแผงหน้าปัด ประตูหน้า และประตูหลัง เสา D และพนักพิงศีรษะ เพื่อสร้างสนามเสียงในแนวนอน 360 องศา

นอกจากนั้นระบบเสียงที่พนักพิงศีรษะ มีโหมดการเล่นเสียงให้เลือก 3 โหมด รวมถึงโหมด “ส่วนตัว” ที่เสียงทั้งหมดจะถูกส่งไปยังพนักพิงศีรษะ โดยระบบเสียงที่พนักพิงศีรษะของผู้ขับขี่จะรองรับระบบนำทาง, การโทร และสามารถฟังเพลง รวมทั้งแยกเสียงแบบอิสระระหว่างข้อมูลการขับขี่ และความบันเทิง

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ มาพร้อมระบบ “Xiaoyao Intelligent Drive” ขับเคลื่อนด้วยระบบ Momenta R6 ที่ประกอบไปด้วย LiDAR, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร และกล้องความละเอียดสูงหลายตัว โดยระบบนี้รองรับฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบช่วยนำทางในเมืองและทางหลวง, ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ และฟีเจอร์ช่วยจอดรถระยะไกล


Electra L7 จะถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรม “Xiao Yao” ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับตลาดจีน ด้านระบบขับเคลื่อนของ Electra L7 ทาง Buick จะมากับรูปแบบ EREV โดยจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5T ที่ทำหน้าที่เป็นนเจนเนอเรเตอร์ หรือตัวขยายระยะทาง ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 252 kW / 338 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 5.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม.

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอรอน-ฟอสเฟตขนาด 40.2 kWh ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนไกล 302 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) และมีระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,420 กม. นอกจากนั้น L7 ยังมาพร้อมระบบจ่ายไฟ V2L ขนาด 6 kW โดยในอนาคตจะมีเวอร์ชันไฟฟ้า 100% ตามออกมา


สำหรับ Electra L7 ที่เปิดตัววางจำหน่ายในประเทศจีน จะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำ สีเทา สีขาว สีทอง และสีม่วง
