BMW เปิดตัว All-new BMW iX3 รถอเนกประสงค์ SAV รุ่นแรกของตระกูล Neue Klasse อย่างเป็นทางการ โดยประเดิมทำตลาดตัวแรกด้วยรุ่น iX3 50 xDrive ที่มากับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 469 แรงม้า (PS) มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion 800V Technology ขนาด 108.7 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 805 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP)

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ iX3 เจเนอเรชันที่ 2 ของโลก มากับภาษาการออกแบบใหม่ ที่เรียกว่า Neue Klasse ที่มากับความล้ำสมัย ทันสมัย และเหนือกาลเวลา รวมทั้ยังมาพร้อมกับแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะด้าน และคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง 4 ตัวที่ BMW เรียกว่า “superbrains“


งานด้านแบบด้านหน้าจะมากับกระจังหน้าทรงไตคู่ (Kidney Grille) ทรงใหม่ ที่ออกแบบให้เล็กเรียว โดยทาง บีเอ็มดับเบิลยู เผยว่าได้รับแรงบันดาลใจจากรถ BMW รุ่นคลาสสิกอย่าง 2002 Series ขนาดข้างด้วยชุดไฟหน้า LED Adaptive โคมใหม่ พร้อมไฟ DRL LED ที่ออกแบบให้ดุคล้าสยกับตัวเลขหมายเลข 7 ที่วางเรียงซ้อนกัน 2 ในโคมเดียวกัน มาพร้อมช่องรับอากาศที่ออกแบบใหม่อย่างประณีต รวมทั้งยังตกแต่งกันชนใหม่ด้วยสีดำเงา ซึ่งใช้แทนวัสดุพลาสติกที่มักพบเห็นในรถ SUV และรถครอสโอเวอร์

เส้นสายด้านข้างมากับความเรียบหรู ขอบซุ้มล้อตีโป่งให้มีขนาดใหญ่ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว รัดด้วยยางเบอร์ 255/45R20 นอกจากนั้นยังมีล้อขนาด 21 – 22 นิ้วเป็นออปชันเสริม มือแปิดประตูเป็นแบบบซ่อน



ส่วนที่ด้านหลังติดตั้งชุดไฟท้าย LED ทรงเรียวยาว โดยมีชุดไฟเบรกรูปตัว L แนวนอน อยู่ด้านใน โยระหว่างไฟท้ายจะติดตั้งตราโลโก้ของทางแบรนด์

มาพร้อมสปอยเลอร์หลังคาที่ช่วยเพิ่มอากาศพลศาสตร์โดยทางผู้ผลิตเผยว่า BMW iX3 จะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.24


ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 4,782 มม. กว้าง 1,895 มม. สูง 1,635 มม. และมีฐานล้อ 2,897 มม. โดยมีระยะต่ำสุดใต้พื้น 175 มม. และมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6 เมตร


ภายในห้องโดยสาร ดีไซน์ให้เน้นความโปร่งโล่ง รวมทั้งยังออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหลัก เบาะนั่ง รองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง

ในส่วนของแผงแดชบอร์ดมาพร้อมความทันสมัย โดยจะได้รับการติดตั้งหน้าจอ แบบ pillar-to-pillar ขนาดยาว ที่อยู่บริเวณฐานกระจกบังลมหน้า มาพร้อมระบบ Panoramic iDrive ใหม่ของ BMW ทำงานร่วมกับจอกลางขนาด 17.9 นิ้ว ที่ทำมุมเอียงเข้าหาผู้ขับขี่ มาพร้อมหน้าจอ Head-Up Display แบบ 3 มิติ ที่รองรับระบบปฏิบัติการใหม่ “BMW Operating System X” หรือ iDrive X รุ่นล่าสุด ซึ่งกล่าวกันว่าตอบสนองได้รวดเร็ว และใช้งานง่ายยิ่งขึ้น


รวมทั้งยังมากับโหมดปรับแต่ง My Modes และ BMW HypersonX Soundscape ที่ออกแบบเสียงจำลองการขับขี่ใหม่ และ Quick Select เข้าถึงฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยอย่างรวดเร็วและเข้าตรง อีกทั้งยังได้รับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้านทรงแปลกแบบหัวตัดท้ายตัด
ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับ ระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิ 3 โซน, ชาร์จมือถือแบบไร้สาย, ชุดไฟ Ambient Light, หลังคา Panoramic roof, ระบบเครื่องเสียง Harman Kardon พร้อมลำโพง 13 ลำโพง
ในด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังจากมีความจุ 861 ลิตร และเมื่อพับเบาะด้่นหลังลวจะขยายได้สูงสุด 1,841 และยังมีช่องเก็บของพิเศษใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk) อีก 58 ลิตร



สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนของ iX3 50 xDrive จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว มอเตอร์ด้านหน้า ให้กำลัง 167 แรงม้า แรงบิด 255 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้ด้านหลังให้กำลัง 326 แรงม้า แรงบิด 435 นิวตันเมตร ให้กำลังรวม 469 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 645 นิวตันเมตร โดยจะมีอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม.ชม ในเวลาเพียง 4.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจะอยู่ที่ 210 กม/ ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion 800V Technology ขนาดความจุ 108.7 kWh ชารืจไฟเต็มให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 805 km. (มาตรฐาน WLTP) มาพร้อมขับเคลื่อน 4 ล้อ Electric All-Wheel Drive



รองรับการชาร์ตไฟแบบ DC ที่กำลังไฟ 400 kW เมื่อชาร์จไฟ 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางได้ถึง 372 กิโลเมตร หรือชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 21 นาที

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบชาร์จแบบ Bidirectional charging และยังเป็นครั้งแรกในรถ BMW ที่ทำให้ตัวรถสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้ากลับไปได้ ทั้งสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า (V2L) หรือแม้แต่จ่ายไฟฟ้าให้กับบ้าน (V2H)

สำหรับ BMW iX3 เจเนอเรชันใหม่ จะเริ่มเดินสายการผลิตในฤดูใบไม้ร่วงปี 2568 พร้อมเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2569 อีกทั้งยังจะมีรุ่นที่ผลิตในเมืองเสิ่นหยางเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศจีนโดยเฉพาะอีกด้วย ส่วนในบ้านเราตลาดเมืองไทยนั้น มาแน่อดใจรอกันสั
