in , ,

Nissan Murano 2025 เอสยูวีใหม่ขนาดกลาง เจนฯ ที่ 4 ขุมพลัง ICE 241 แรงม้า

Nissan Murano MY2025 รุ่นใหม่เจเนเรชันที่ 4 ปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งหมด หลังจากทำตลาดมานานกว่า 10 ปี แต่ยังคงขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปเบนซิน 2.0 ลิตร Turbo ที่ให้กำลัง 241 แรงม้า

Nissan Murano 2025

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีภาพของ Murano ว่าที่เอสยูวีเจน ฯ ใหม่ ของทาง นิสสัน หลุดออกมาทางโลกออนไลน์ ล่าสุดทางค่ายเพื่อนที่แสนดีอย่าง Nissan ก็ได้เผยภาพ และข้อมูลของ Nissan Murano เจเนเรชันใหม่ของทางค่ายออกมาแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา

Nissan Murano 2025

สำหรับ Nissan Murano ใหม่นี้นับเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของตระกูล หลังจากรุ่นล่าสุดทำตลาดมานานกว่า 10 ปี โดย นิสสัน มูราโน่ เอสยูวีใหม่รุ่นนี้  จะมาพร้อกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะรูปลักษณ์หน้าตาที่มีดูทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำยุคที่อัดแน่นอยู่เต็มคัน ขณะที่ขุมพลังนั้นยังไม่ใช่แบบไฟฟ้า ยังคงมาในรูปแบบ ICE ที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปล้วน กับขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตร Turbo ที่ให้กำลัง 241 แรงม้า

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ All New Nissan Murano 2025 ในส่วนด้านหน้ายังคงอัตลักษณ์ตามแบบฉบับของทางนิสสันด้วยกระจังแบบ V-Motion มาพร้อมชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน โดยชุดไฟส่องส่วงจะเป็นแถบบางที่วางอยู่ด้านบนโดยมีไฟเลี้ยวต่อเป็นชุดเดียวกัน 

Nissan Murano 2025

ขณะที่ชุดไฟ DRL LED จะเป็นแบบ Hidden ที่เป็นเส้นวางต่อเชื่อมกับชุดกระจังหน้าอยู่ด้านข้างอย่างแนบเนียน ส่วนชายล่างของตัวกันชนหน้าจะออกแบบให้เป็นช่องดักอากาศสีดำ

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

ขณะที่เส้นสายตัวถังนั้นออกแบบใหม่ความลื่นไหลตลอดคัน เสริมความสปอร์ตด้วยการตกแต่งชายช่างรอบคันด้วยแถบสีดำ ด้าสนมือเปิดประตุจะเป็นแบบปกติที่เป็นสีเดียวกับตัวรถ นอกจากนั้นยังตกแต่งด้วยเส้นโครเมียมที่วางโค้งตามขอบแนวหลังคาเสริมทำให้ตัวรถนั้นดูโฉบเฉี่ยบมากยิ่งขึ้น มาพร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ที่มีขนาดใหตั้งแต่ 20 – 21 นิ้ว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย) 

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

หลังด้านท้ายมาในแบบลาดเท พร้อมติดตั้งสปอยเลิร์หลังคาที่เสริมให้รถนั้นมีความสปอร์ต ด้านชุดไฟท้าสยจะเป้นแบบวางพาดยาวเต็มพื้นที่ โดยมีตราโลโก้ NISSAN คั้นไง้ตรงกลาง พร้อมกับติดชื่อรุ่น M U R A N O ไว้ที่ด้านล่าง 

Nissan Murano 2025

ด้านประตูท้ายจะมาพร้อมกับระบบเตะเปิดในรุ่นท็อป อีกทั้งยังซ่อนออกแบบซ่อนใบปัดน้ำฝนหลัง รวมถึงในส่วนของปลายท่อไอเสียด้วย 

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

ในด้านขนาดมิติตัวรถของ Nissan Murano 2025 จะมีความยาว 4,900 มม. กว้าง 1,981 มม.  สูง 1,725 มม. และมีระยะฐานล้อ  2,824 มม. 

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

ภายในห้องโดยสารยังคงเป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง แต่งานดีไซน์นั้ถูกออกใหม่ทั้งหมด โดยจะตกแต่งด้วยวัสดุแบบบุนุ่ม ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมากับหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ที่รวมเอาทั้งหน้าจอแสดงข้อมูล การขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว  และหน้าจออินโฟนเทมนต์เมนต์ขนาด 12.3 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกัน มาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 2 ก้าน 

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

ระบบสั่งงานภายนห้องโดยสารต่าง ๆ จะเป็นแบบปุ่ม ซึ่งก็รวมถึงชุดเกียร์ที่เปลี่ยนมาเป้นแบบปุ่มกด ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับชุดไฟ Ambient Lighting 64 สี, หลังคา Panoramic Sunroof พร้อมที่บังแดดไฟฟ้า, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และระบบเสียงมาจาก Bose พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง  ขณะที่ตัวเบาะนั่งคู่หน้าจะมากับระบบฟังก์ชันนวด 

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ Nissan Murano 2025 จะได้รับการติดตั้งระบบความ Nissan Safety Shield 360 รวมทั้งการทำงานข่วยขับ ProPILOT Assist และ ProPILOT Assist 1.1 เพื่อช่วยผู้ขับบนทางหลวง พร้อมมีการทำงาน Invisible Hood View ที่แสดงภาพเสมือนของพื้นใต้เครื่องยนต์ นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรกของ Nissan Murano ที่ติดตั้งกล้องมองภาพรอบคันแบบ 3D Around View Monito

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025

ด้านพละกำลังขับเคลื่อนยังคงมากับขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปล้วน โดยจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Turbo ที่ให้กำลัง 241 แรงม้า แรงบิด 353 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกีบร์อัตโนมัติ 9 สปีด มาพร้อระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ Intelligent AWD ด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Strut พร้อม Coil Spring ส่วนด้านหลังเป็นอิสระ Multi-Link

Nissan Murano 2025

Nissan Murano 2025 จะมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ SV, SL และ Platinum โดยตัวรถจะถกปะกอบขึ้นที่ในโรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับการเปิดวางจำหน่ายจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2025 ขณะที่ราคาจำหน่ายรั้จะถูกประกาศออกมาอีกครั้งในวันที่ลงโชว์รูม