in , ,

Ford Expedition 2025 เอสยูวีขนาดใหญ่ ปรับโฉมใหม่ เพิ่มออปชัน และความสะดวกสบายมากขึ้น ในอเมริกา

Ford Expedition 2025 เอสยูวีขนาดใหญ่ ปรับโฉมใหม่ในอเมริกา พร้อมกับได้รับการอัปเกรดเทคโนโลยี เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น รวมทั้งยังเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Tremor ที่มากับขับขี่แบบออฟโรด กับพละกำลังที่มากถึง 440 แรงม้า ราคาเริ่มที่ 2.05 ล้านบาท

Ford Expedition 2025

ฟอร์ดในสหรัฐอเมริกาเปิดตัว Ford Expedition 2025 รุ่นใหม่ ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ พร้อมเพิ่มออปชั่น เทคโนโลยี และความสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งยังได้เสริมรุ่นย่อยใหม่ Tremor ที่เป็นรุ่นตกแต่งในสไตล์ออฟโรด สางผลทำให้ Ford Expedition 2025 ที่จะมีวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาทำตลาดทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น Active, Platinum, Tremor และ King Ranch โดยจะมีราคาเริ่มต้นที่ 61,700 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.05 ล้านบาท

Ford Expedition 2025

สำหรับ Ford Expedition จะเป็นรถเอสยูวีขนาดใหญ่แบบ 3 แถว 8 ที่นั่ง โดย Expedition ในรุ่นปี 2025 ใหม่นี้จะมากับการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ โดยจะเริ่มจากกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ใหญ่ขึ้น โดยจะมีขนาดเกือบเต็มความกว้างของหน้ารถ มาพร้อมลวดลายด้านในที่เป็นทรงรังผึ้งขนาดใหญ่พร้อตีตราโลโก้  Ford ไว้ตรงกลาง อีกทั้งยังติดชื่อรุ่น E X P E D I T I O N ไว้ที่ขอบฝากระโปรงหน้า  

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

ด้านชุดไฟหน้าก็ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ให้เป็นไป LED ที่วางเรียงต่อกัน 2 ชั้น โดยมีไฟ DRL LED ที่ออกแบบเป็นรูปตัว J วางล้อมกรอบอยู่ด้านนอก อีกทั้งยังถูกเชื่อมต่อด้วยแถวเส้นไฟ LED ที่อยู่ด้านล่างกระจังหน้า รวมถึงในส่วนของตัวกันชนหน้าก็ปรับใหม่ ให้มีความดุดันมากยิ่งขึ้น 

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

ส่วนมิติเส้นสายด้านข้างยังคงเดิม เพิ่มเติมตกแต่งที่บริเวณเสา B ของตัวรถไปจนถึงด้านท้านยด้วยเฉดสีดำ ขณะที่มือเปิดประตูจะเป็นสีเดียวกับตัวรถ

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

ขณะที่ชุดไฟท้ายจะมาในแบบแนวตั้ง พร้อมติดตั้งชุดไฟแยกไว้ที่บนฝาประตูท้าย โดยมีชื่อรุ่น E X P E D I T I O N วางพาดเต็ํมอยู่ด้านท้าย

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

ส่วนในรถรุ่น Expedition Tremor ที่เพิ่มเข้ามาใหม่นั้น จะดูโดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยเฉดสีส้ม ตามจุดต่าง ๆ ของตัวรถ ทั้งที่ตังล้ออัอลลอย, กรอบช่องดักอากาศด้านข้างของตัวกันชนหน้า ซึ่งจะมีชุดไฟตัดหมอกติดตั้งอยู่ด้านในด้วย, และที่ตัวป้ายชื่อรุ่นทั้งที่ด้านหน้า และหลัง อีกทั้งยังได้รับหูลากสีส้มที่อยู่ใต้กันชนหน้า 2 จุด รวมทั้งยังได้รับบันไดข้างเฉพาะรุ่นอีกด้วย 

Ford Expedition 2025

นอกจากนั้นยังจะได้รับแผ่นป้องกันใต้ท้องรถ มาพร้อมชุดยาง General Grabber all-terrain ขนาด 33 นิ้ว โดยตัวรถจะมีระยะห่างจากพื้นที่สูงถึง 269 มม. พร้อมกับได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาตรฐาน มาพร้อมกับเฟืองท้ายแบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

ขณะที่รุ่นอิ่น ๆ ก็จะมากับล้อที่มีลวดลายแตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่น 

Ford Expedition 2025

ด้านภายในห้องโดยสารของ Ford Expedition 2025 ก็ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และความสะดวกสบายแบบขั้นสุด 

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

แผงแดชบอร์ดจะถูกดีไซน์ใหม่ ในส่วนหน้าจอกลางแบบแนวตั้งจะถูกยกออก โดยจะถูกแทนที่ด้วยหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 15.5 นิ้ว แบบสัมผัส ที่รองรับการเชื่อต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบ SYNC 4 ของทาง Fordซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ผ่านเสียงหรือหน้าจอสัมผัสได้อย่างสะดวก 

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

อีกทั้งยังได้รับหน้าจอพาโนรามาขนาด 24 นิ้วทำหน้าที่เป็นแผงหน้าปัดแบบดิจิทัล ที่วางอยู่เหนือบนคอนโซลหน้า มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสองก้าน ที่มีแป้นควบคุมเป็นแบบสัมผัส 

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

ด้านตัวเบาะจะเป็นแบบ 3 แถว รองรับนั่งได้ถึง 7 – 8 คน โดยมีการออกแบบที่นั่งแถวที่ 2 และแถวที่ 3 ที่สามารถปรับพับได้สะดวก เพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกเบาะกับตัทซีท สำหรับแถวที่ 2  

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

ตัวเบาะนั่งจะถูกหุ้มด้วยหนังแท้ หรือ หนัง PVC โดยในรุ่น Tremor จะถุกตกแต่งด้วยทริมสีส้มด้วยการเย็ยเดินตะเข็บด้วยด้านสีส้มที่ตัวเบาะ พร้อมปักชื่อ Tremor ด้วยด้ายสีส้มไว้ที่ตรงกลางเบาะนั่ง  

Ford Expedition 2025

นอกจากนั้นยังได้รับการติดตั้ง Flex Powered Console ที่สามารถเลื่อนคอนโซลกลางไปด้านหลังได้เกือบ 8 นิ้ว (20 ซม.) ช่วยให้ผู้โดยสารแถวที่สองเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของระหว่างเบาะนั่งด้านหน้า

Ford Expedition 2025

อีกทั้งแถวที่ 3 ยังสามารถพับได้แบบ 40/20/40 สำหรับขนของยาวๆ พร้อมที่วางอุปกรณ์ดิจิทัลบนพนักพิงศีรษะด้านหน้าสำหรับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

นอกจากนี้ Ford Expedition 2025 ยังมากับประตูด้านท้ายแบบ Ford Split Gate หรือประตูท้ายแบบแยกส่วน โดยประตูด้านท้าย 3 ใน 4 จะถูกเปิดขึ้นไปที่ด้านบน ในขณะที่ส่วนล่างพับลงได้เหมือนประตูท้ายของรถบรรทุก ช่วยสามารถใช้งานเป็นที่นั่งได้ โดยในส่วนประตูแยกนี้จะรองรับน้ำหนักได้ถึง 227 กก.

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

อีกทั้งยังมีพนักพิงเบาะยังสามารถแปลงเป็นโต๊ะเสิร์ฟอาหารได้ รวมทั้งที่ด้านท้ายยังได้ติดตั้งปลั๊กไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไมาพร้อมชุดไฟที่ส่องสว่างไปยังบริเวณภายนอกได้ ช่วยเพิ่มบรรยากาศ ทำให้ Expedition เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการตั้งแคมป์

Ford Expedition 2025

นอกจากนี้ยังได้รับระบบเครื่องเสียงของทาง Bang & Olufsen รวมทั้งยังมากับระบบช่วยขับขี่ Co-Pilot360 ที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ด้วยฟีเจอร์ Adaptive Cruise Control, Lane Keeping Assist, และ Blind Spot Information System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ Expedition ใหม่ในรุ่น Active, King Ranch และ Platinum จะมากับเครื่องยนต์ EcoBoost V6 ขนาด 3.5 ลิตร ที่ให้กำลัง 400 แรงม้า แรงบิด 651 นิวตันเมตร

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

ขณะที่ในรุ่น Tremor ที่ถูกอัปเกรดขึ้จากรุ่น Platinum จะได้รับการปรับจูนใหม่ให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 440 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 691 นิวตันเมตร

Ford Expedition 2025

ด้านระบบส่งกำลังจะเป็นชุดเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด  โดยจะมีให้เลือกทั้งแบบรุ่น 2 ล้อหลัง และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมีพละกำลังสามารถลากจุงที่มากถึง 3,175 กก.- 4,355 กก. เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ลากจูงแบบกระจายน้ำหนัก 

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025

Ford Expedition 2025 จะพร้อมเปิดรับจอง และสั่งซื้อได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ โดยทาง Ford ตั้งราคาจำหน่ายเรอิ่มต้นไว้ที่ 61,700 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว ๆ 2.05 ล้านบาท