Aeolus ซับแบรนด์รถที่อยู่ในสังกัดของ Dongfeng ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย Aeolus L7 รถเอสยูวีรุ่นปี 2025 ในตลาดเมืองจีนมีทั้งหมด 8 รุ่นย่อย ที่มีทั้งในรูปแบบ PHEV และ EV ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เปิดราคาจำหน่ายเริ่มที่ไว้ระหว่าง 94,900 – 139,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 4.3 – 6.35 แสนบาท

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ Aeolus L7 จะยังคงเหมือนกับในรุ่นที่ผ่านมา กระจังหน้าจะมาในแบบปิดทึบ ฝากระโปรงหน้าดีไซน์ให้โคงลาดเอียงสอดรับกับชุดไฟหน้าที่มาในแบบเรียวบาง


โดยจะมีไฟ LED DRL ที่ออกแบบให้เป็นเส้นวางยาวอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า ซึ่งจะมีชุดไฟหน้า LED ที่เป็นทรงสามเหลี่ยมเรียวขนาบเชื่อมต่ออยู่ทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมติดตราโลโก้ของทางแบรนด์ไว้ที่มุมของฝากระโปรงหน้า ขณะที่ตัวกันชนหน้าติดตั้งชุดไฟหน้าแบบแอฟทีฟ พร้อมเส้นไฟ LED ที่เป็นรูปตัว J ขนาดใหญ่

เส้นสายด้านข้างของตัวรถออกแบบให้ลดแรงเสียดทานของอากาศ มาพร้อมที่จับประตูแบบซ่อนที่ราบเรียบไปกับตัวรถ ล้ออัลลอยมาในดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว

นอกจากนั้นยังดีไซน์ในส่วนของหลังคาให้เป็นแบบแขวนโดยตกแต่งในส่วนของเสา B และเสา C ที่ด้านท้ายด้วยแถบสีดำ


ส่วนหลังคาตอนท้ายให้มีความลาดเทนิด ๆ ตามแบบฉบับรถสไตล์คูเป้ เติมความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวด้วยด้วยสปอยเลอร์หลังคาแบบแยกส่วนเหมือนกับตัวแข่งในสนาม โดยตรงกลางจะเป็นชุดไฟเบรกดวงที่ 3 มาในแบบขีดแนวตั้ง 2 ดวง ด้านชุดไฟท้าย LED มาในแบบพาดยาวเต็มพื้นที่ส่วนหลัง พร้อมตีตราชื่อแบรนด์ A E O L U S ไว้ตรงกลาง

ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาวอยู่ที่ 4,670 มม. กว้าง 1,900 มม. สูง 1,625 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,775 มม.

ภายในห้องโดยสารจะมาในแบบมินิมอล ลดปุ่มควบคุมสั่งงานต่าง ๆ รองรับได้ 5 ที่นั่ง ตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง มาพร้อมระบบระบายอากาศ และสามารถปรับอุณหภูมิความร้อนได้



ในส่วนแผงแดชบอร์ดจะได้รับการติดตั้งหน้าปัด LCD จะมีขนาด 10.25 นิ้ว มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape หน้าจอควบคุมส่วนกลางแบบลอยขนาด 14.6 นิ้ว รองรับระบบปฏิบัติกาน WindLink OS 3.0 ขับเคลื่อนโดยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง และควบคุมสั่งงานตัวรถจากภายนอกด้วยสมา์รตโฟน



ด้านชุดอุปกรณ์จะได้รับ กุญแจแบบ Keyless Entry, หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาที่มีขนาดใหญ่ถึง 1.08 ตารางเมตร, ชุดไฟ Ambient light 128 สี มาพร้อมการอัปเดตแบบ OTA, แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังการชาร์จ 50W (มีเฉพาะรุ่นท๊อป), ระบบเครื่องเสียง Wind-HiFi พร้อมลำโพง 13 ตำแหน่ง

ขณะที่ในรุ่นไฮเอนด์จะได้รับหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิกขนาด 1.08 ตร.ม. รวมทั้งยังจะได้ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงระดับ 2 ที่มาพร้อมฟังก์ชันช่วยเหลือในการขับขี่ อาทิระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วคงที่แบบปรับได้, ระบบเตือนรถออกนอกเลน และระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ เป็นต้น

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ Dongfeng Aeolus L7 MY2025 จะมีทั้งแบบ PHEV และ EV



รุ่น PHEV จะมากับระบบ PHEV Mach ของ Dongfeng ที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 1.5T ให้กำลัง 113 kW (152 แรงม้า) แรงบิดสูงุสด 240 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 100 kW (134 แรงม้า) แรงบิด 260 นิวตันเมตร ให้กำลังรวม 265 kW (355 แรงม้า) แรงบิด 615 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ DHT 4 สปีด


มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟตที่มีให้เลือก 2 ขนาด 17 kWh และ 30.32 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วน ๆ ได้ระยะทางไกล 110 / 205 กม. ตามลำดับ โดยเมื่อน้ำมันเต็มถัง และแบตเตอรี่ชาร์จเต็มจะวิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 1,400 กม. และ 1,500 กม. (CLTC) ตามลำดับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทาง Dongfeng ได้ทำการทดสอบวิ่งจริง โดยเมื่อเติมน้ำมันเต็มถัง พร้อมแบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็มสามารถวิ่งรอบเกาะไหหลำได้ถึง 3 รอบ รวมระยะทางไกลถึง 2,239.6 กม. ด้านอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของในรุ่น PHEV จะอยู่ที่ 1.49 ลิตร/100 กม. และ 0.56 ลิตร/100 กม. ตามลำดับ (WLTC) รวมทั้งยังรองรับการชา่ร์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 30 – 80% ในเวลาเพียง 26 นาที เท่านั้น



รุ่น EV ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่คู่ล้อหน้า มีความแรงให้เลือก 2 ระดับ ได้แก่ 120 kW (161 แรงม้า) แรงบิด 240 นิวตันเมตร และ 160 kW (215 แรงม้า) แรงบิด 310 นิวตันเมตร จับคู่กับชุดแบตเตอรี่ขนาด 50.8 / 61.2 /62.3 kWh

ชาร์จไฟเต็มให้ระยะทางวิ่งไกบล 430 กม. และ 518 กม. พร้อมรองรับการชา่ร์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 30 – 80% ในเวลาเพียง 28 นาที เทานั้น

ด้านเฉดสีตัวรถจะจะมีให้เลือกทั้งแบบทูโทนที่มากับสีขาว หลังคาดำ ส่วนในเฉดสีโมโนโทนจะมากับสีเทา และสีน้ำเงิน
