การมาของพี่ใหญ่สายลุยรุ่นใหม่ Great Wall Motor (GWM) ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการของรถเอสยูวีเรือธงรุ่นใหม่ที่แฟนๆ รอคอย โดยรถที่เคยใช้รหัสพัฒนาว่า “HX” จะถูกทำตลาดในชื่อ Great Wall H10 รถรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งการตลาดไว้สูงกว่า Haval H9 โดยมาพร้อมดีไซน์ทรงกล่อง (Boxy) สุดฮิต ที่ผสานความดุดันแบบออฟโรดดั้งเดิมเข้ากับเส้นสายความล้ำสมัยของรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV)
รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยความสูงโปร่ง กระจังหน้าแบบกึ่งปิดทึบ และไฟหน้าสไตล์เมทริกซ์ ตัวรถยังคงเอกลักษณ์สายลุยด้วยการติดตั้งบันไดข้าง ราวหลังคา ประตูท้ายแบบเปิดออกด้านข้าง และจุดติดตั้งยางอะไหล่ด้านหลัง ซึ่งตอบโจทย์สายแคมป์ปิ้งและกิจกรรมเอาต์ดอร์ได้อย่างตรงจุด
มิติตัวถังอลังการ พร้อมห้องโดยสารที่ปรับเปลี่ยนได้ Great Wall H10 เป็นรถที่มีขนาดใหญ่โตมาก โดยมีความกว้าง 2,050 มม. สูง 1,970 มม. และระยะฐานล้อยาวถึง 3,000 มม. ส่วนความยาวตัวถังจะมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 5,138 มม. และ 5,299 มม. ซึ่งความยาวที่ต่างกันนี้ทำมาเพื่อรองรับเลย์เอาต์ห้องโดยสารที่มีให้เลือกทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของครอบครัวขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์
ขุมพลัง Hi4 PHEV และเทคโนโลยี 800V ตัวรถถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Guiyuan และขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด Hi4 โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 บล็อก ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ (123 kW) และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ (175 kW) ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ LFP ขนาด 42.8 kWh ซึ่งให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลสูงสุด 180 กม.
นอกจากพละกำลังแล้ว เทคโนโลยียังถือเป็นจุดขายหลัก โดยคาดว่า H10 จะใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800V รองรับโหมดการขับขี่แบบปูเดิน (Crab-walking) เพื่อการลุยออฟโรด และยังติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR ไว้บนหลังคา ซึ่งเป็นการยืนยันว่ารถคันนี้จะมาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติ (ADAS) ขั้นสูงอย่างแน่นอน การเปิดตัวรถรุ่นนี้ถือเป็นหมากสำคัญที่ GWM หวังใช้กระตุ้นยอดขายและตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดเอสยูวีระดับพรีเมียม

