พี่ใหญ่สุดในตระกูล Dynasty BYD เตรียมเขย่าตลาดรถยนต์ครอบครัวระดับพรีเมียม ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ได้เผยแพร่ข้อมูลการจดทะเบียนของ BYD Great Tang DM-i อย่างเป็นทางการ ยืนยันสถานะการเป็นเอสยูวีเรือธงพิกัด D-segment รุ่นแรกของตระกูล Dynasty ซึ่งถูกวางตำแหน่งการตลาดไว้เหนือกว่ารุ่น Tang L เพื่อท้าชนกับรถหรูไซส์ยักษ์อย่าง BMW X7, Mercedes-Benz GLS รวมถึงคู่แข่งในประเทศอย่าง Nio ES9 และ Xpeng G9
ตัวรถมีขนาดใหญ่โตโอ่อ่าด้วยความยาวถึง 5,263 มม. กว้าง 1,999 มม. สูง 1,810 มม. และมีระยะฐานล้อยาวถึง 3.13 เมตร
ขุมพลัง DM-i วิ่งไฟฟ้าล้วน 342 กม. จากข้อมูลของ MIIT ระบุว่า Great Tang DM-i จะใช้ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ (115 kW) เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 200 kW แม้ตัวรถจะมีน้ำหนักตัวถึง 2,630 กก. แต่ด้วยขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่ ทำให้สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลถึง 342 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน
นอกจากรุ่นไฮบริดแล้ว BYD ยังมีแผนเปิดตัวรุ่นไฟฟ้าล้วน (Great Tang EV) ที่เคลมระยะทางวิ่งไกลถึง 950 กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที พร้อมเทคโนโลยีชาร์จความเร็วสูงพิเศษ (Flash Charging) ควบคู่กันไปด้วย
ห้องโดยสารเฟิร์สคลาส และช่วงล่างอัจฉริยะ ภายในห้องโดยสารจัดวางเบาะแบบ 2+2+3 คอนโซลหน้าล้ำสมัยด้วยหน้าจอถึง 3 จอ (รวมจอฝั่งผู้โดยสาร) ไฮไลต์อยู่ที่เบาะแถวสองแบบกัปตันซีท (Zero-gravity) ที่มาพร้อมที่รองน่อง โต๊ะพับ ตู้แช่เย็น/อุ่น และหน้าจอความบันเทิงบนเพดาน ส่วนเบาะแถวสามก็สามารถปรับไฟฟ้าและมีระบบอุ่นเบาะมาให้ครบ
ด้านการขับขี่ ตัวรถมาพร้อมระบบแชสซี Yun-Nian A ที่ผสานช่วงล่างถุงลมแบบห้องคู่ (Dual-chamber air suspension) เข้ากับระบบสแกนพื้นถนนล่วงหน้า เพื่อความนุ่มนวลขั้นสุด พร้อมติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคาเพื่อรองรับระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง โดยคาดว่ารถรุ่นนี้จะเปิดราคาในจีนสูงกว่า 400,000 หยวน (ประมาณ 1.9 ล้านบาท) และพร้อมลุยตลาดในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
