in , , ,

เปิดตัว Lotus Eletre X ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรก! ซูเปอร์เอสยูวี 939 แรงม้า เคาะราคาเริ่ม 2.6 ล้านบาทในจีน

Lotus โดดลุยตลาด PHEV ส่งขุมพลัง 2.0 เทอร์โบพ่วงมอเตอร์คู่ วิ่งไฟฟ้าล้วนไกล 420 กม. และทำระยะทางรวมทะลุ 1,400 กม. เตรียมทำตลาดมิถุนายนนี้

ก้าวแรกสู่ตลาดปลั๊กอินไฮบริดของ Lotus Lotus ขยายไลน์อัปยานยนต์พลังงานทางเลือกด้วยการเปิดตัว Lotus Eletre X ซึ่งถือเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นแรกของแบรนด์ โดยเริ่มทำตลาดในประเทศจีนภายใต้ชื่อท้องถิ่นว่า “Lotus For Me” ก่อนที่จะใช้ชื่อ Eletre X สำหรับการทำตลาดโกลบอลในเดือนมิถุนายน 2026 นี้ ตัวรถยังคงดีไซน์ภายนอกและภายในที่โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตเช่นเดียวกับรุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2022 แต่เพิ่มความอเนกประสงค์เพื่อลบจุดอ่อนเรื่องความกังวลในการเดินทางไกล (Range Anxiety)

สมรรถนะซูเปอร์คาร์ พลังงานสุดประหยัด Eletre X ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม X-Hybrid พร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 900V ขุมพลังเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ (275 แรงม้า) และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว รีดพละกำลังรวมได้มหาศาลถึง 700 kW (939 แรงม้า) กระชากตัวถังขนาดใหญ่จาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.3 วินาทีเท่านั้น

จุดเด่นที่น่าสนใจคือ แม้แบตเตอรี่จะเหลือไฟเพียง 10% ตัวรถก็ยังสามารถเค้นพละกำลังออกมาได้ถึง 737 แรงม้า และทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 3.5 วินาที ด้านแบตเตอรี่ให้ความจุมาใหญ่สะใจถึง 70 kWh สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 420 กม. (มาตรฐาน CLTC) และเมื่อน้ำมันเต็มถัง (52 ลิตร) บวกกับแบตเตอรี่เต็ม จะทำระยะทางวิ่งรวมได้ทะลุ 1,416 กม. เอาอยู่ทุกความเร็วด้วยคาลิปเปอร์เบรก Brembo 6 พอต และยาง Pirelli P Zero 5 LTS

รุ่นย่อย เทคโนโลยี และราคาจำหน่าย ในการทำตลาดที่จีน Eletre X แบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นเริ่มต้น Standard เปิดราคาที่ 508,000 หยวน (ราว 2.6 ล้านบาท) จัดเต็มช่วงล่างถุงลมแบบห้องคู่ ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ L2 ที่ทำงานผ่านเซนเซอร์ LiDAR ประมวลผลด้วยชิป Nvidia Drive Thor-U และชุดเครื่องเสียง KEF 23 ลำโพง

ส่วนรุ่นท็อป SE ราคา 558,000 หยวน (ราว 2.8 ล้านบาท) จะได้รับการอัปเกรดระบบช่วยขับขี่ NOA (Navigate On Autopilot), เหล็กกันโคลงแอคทีฟ 48V, หลังคากระจกปรับความทึบแสงได้ (Electrochromic) และชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ภายใน นอกจากนี้ในรุ่น SE ยังสามารถเลือกออปชันห้องโดยสารแบบ 4 ที่นั่ง ซึ่งจะได้เบาะหลังแบบกัปตันซีทที่ปรับไฟฟ้า มีระบบนวด และระบายอากาศในตัว โดยรถลอตแรกเริ่มส่งมอบในจีนวันที่ 30 มีนาคมนี้