in , , ,

อนาคต Mazda MX-5 (NE) รอดตายจาก EV 100%! เตรียมพึ่งไฮบริดและ e-Fuels เพื่อรักษาน้ำหนัก

ผู้บริหาร Mazda คอนเฟิร์ม โฉมปัจจุบัน (ND) ยังลุยตลาดต่ออีกยาว ส่วนเจเนอเรชันถัดไป (NE) เล็งใช้ขุมพลังไฮบริดบวกเชื้อเพลิงสังเคราะห์ เพื่อรักษาจิตวิญญาณโรดสเตอร์น้ำหนักเบาเอาไว้

โล่งอก! เจเนอเรชันใหม่รอดพ้นจากการเป็น EV 100% ใครที่กังวลว่าตำนานโรดสเตอร์อย่าง Mazda MX-5 เจเนอเรชันถัดไป (รหัส NE) จะถูกเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่แบกแบตเตอรี่หนักอึ้ง สบายใจได้เลย เพราะผู้บริหารระดับสูงของ Mazda ยืนยันแล้วว่า การทำ MX-5 เป็น EV 100% ไม่ใช่ทางออกที่ดี เนื่องจากน้ำหนักของแบตเตอรี่จะทำลายบาลานซ์และเอกลักษณ์ “ความเบา” ที่เป็นหัวใจหลักของรถรุ่นนี้ไปจนหมด

แต่ถึงอย่างนั้น NE ก็จะไม่ใช่รถเครื่องยนต์สันดาปล้วนอีกต่อไป ตัวรถจะต้องมี “ระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยขับเคลื่อน” ไม่ว่ารูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง Jo Stenuit ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ Mazda Europe บอกใบ้ว่าอาจเป็นระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) หรือ EREV (มอเตอร์ปั่นไฟ) โดยเขาจินตนาการถึงการขับ MX-5 เปิดประทุนลัดเลาะไปตามแนวป่าด้วยความเงียบสงบไร้เสียงเครื่องยนต์ ซึ่งแน่นอนว่าแค่ระบบ Mild-hybrid ธรรมดาทำแบบนี้ไม่ได้

เชื้อเพลิงสังเคราะห์ (e-Fuels) พระเอกขี่ม้าขาว เพื่อรับมือกับมาตรฐานไอเสีย Euro 7 ที่เข้มงวดสุดๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างรถใหม่ทั้งหมด Mazda มองว่าการใช้ “เชื้อเพลิงสังเคราะห์” (Synthetic Fuels) ทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก คือทางออกที่สมเหตุสมผลที่สุด วิธีนี้จะช่วยให้ Mazda ยังคงรักษาเครื่องยนต์สันดาปเอาไว้ได้ แถมยังคุมน้ำหนักรถให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้อีกด้วย

ข่าวลือเครื่อง 2.5 ลิตร อาจจะพับเก็บ? ก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหูว่า MX-5 ใหม่อาจขยับไปใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร SkyActiv Z แต่ Christian Schultze ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเทคโนโลยี ออกมาเบรกความคิดนี้ โดยให้เหตุผลว่าเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้นย่อมแลกมาด้วย “น้ำหนัก” ที่ไปกองอยู่ด้านหน้าตัวรถ ซึ่งจะส่งผลเสียโดยตรงต่อการตอบสนองของพวงมาลัยและสมดุลของรถ การได้ตัวเลขแรงม้าที่สวยงาม แต่ขับไม่สนุกเหมือนเดิม จึงไม่ใช่สิ่งที่วิศวกร Mazda ต้องการ

โฉมปัจจุบัน (ND) ยังอยู่ลากยาวไปอีกหลายปี แม้จะมีการซุ่มพัฒนาโปรโตไทป์ของโฉม NE อยู่ที่สำนักงานใหญ่ในฮิโรชิม่า แต่ผู้บริหารยืนยันชัดเจนว่ายังไม่รีบเปิดตัวในเร็วๆ นี้ โฉมปัจจุบันอย่าง ND (ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2014) จะยังคงได้รับการพัฒนาและขายต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าข้อบังคับเรื่องมลพิษหรือเทรนด์ตลาดโลกจะบีบบังคับให้ต้องเปลี่ยนโฉมจริงๆ แฟนๆ สายขับซิ่งแบบดิบๆ ยังสามารถอุดหนุน ND กันได้อีกยาว