in ,

บอกลาจอทัชสกรีนล้วน! จีนเตรียมบังคับรถใหม่ต้องมี “ปุ่มกดจริง” เริ่ม ก.ค. 2026 นี้

ยุคแห่งความมินิมอลอาจต้องสะดุด เมื่อทางการจีนเล็งเห็นปัญหาความปลอดภัยจากการรวมทุกอย่างไว้ในจอ

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) กำลังเตรียมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ครั้งใหญ่ โดยมีแผนบังคับให้รถยนต์ที่ผลิตใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป “ต้องมีปุ่มควบคุมแบบกายภาพ (Physical Controls)” สำหรับฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นต่อความปลอดภัย เพื่อลดการพึ่งพาหน้าจอควบคุมกลาง (Central Control Screen) ที่มากเกินไป

ทำไมถึงต้องกลับมาใช้ปุ่ม? ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจีนมักแข่งขันกันด้วยดีไซน์ห้องโดยสารที่มินิมอลสุดขีด ปุ่มกดต่างๆ ถูกถอดออกและย้ายไปรวมไว้ในหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ จนผู้บริหารระดับสูงของ Geely เคยกล่าวเปรียบเปรยไว้ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์จีนกำลัง “แห่ทำตามกระแสกันอย่างมืดบอด”

การปรับปรุงมาตรฐานแห่งชาติ (GB4094) ครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานฟังก์ชันสำคัญได้โดย “ไม่ต้องละสายตา” (Blind-operable) ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และแก้ปัญหาความวุ่นวายเมื่อระบบหน้าจอเกิดขัดข้อง

ฟังก์ชันไหนบ้างที่ต้องมี “ปุ่ม” ? ร่างข้อบังคับใหม่นี้ระบุชัดเจนว่า ฟังก์ชันเหล่านี้ห้ามรวมอยู่ในหน้าจอเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีปุ่ม สวิตช์ หรือก้านโยกที่จับต้องได้จริง:

  • ระบบไฟ: ไฟเลี้ยว, ไฟฉุกเฉิน, และแตร

  • ระบบเกียร์: การเปลี่ยนเกียร์ P / R / N / D (ห้ามใช้การปัดหน้าจอเพื่อเปลี่ยนเกียร์)

  • ระบบความปลอดภัย: ปุ่มเปิด/ปิดระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS), ปุ่มโทรฉุกเฉิน (AECS), และสวิตช์ตัดระบบไฟฟ้าในรถ EV

  • อุปกรณ์ทัศนวิสัย: ที่ปัดน้ำฝน, ระบบไล่ฝ้ากระจก และกระจกหน้าต่างไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดด้านเทคนิคที่เข้มงวด เช่น ปุ่มต้องมีขนาดพื้นที่ใช้งานไม่ต่ำกว่า 10×10 มม., ต้องมีการตอบสนองเมื่อกด (Haptic/Auditory feedback) และที่สำคัญที่สุดคือ “ต้องใช้งานได้เสมอแม้หน้าจอหลักจะดับหรือระบบรวน”

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากค่ายรถยักษ์ใหญ่ทั้ง Geely, BYD, GWM และ FAW-VW ซึ่งน่าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ส่งผลต่อเทรนด์การออกแบบรถยนต์ทั่วโลก รวมถึงรถจีนที่จะนำเข้ามาขายในไทยในอนาคตด้วย