in , ,

BYD Fang Cheng Bao Bao 8 เอสยูวีออฟโรดขุมพลัง PHEV 737 แรงม้า ราคาเริ่มที่ 1.83 ล้านบาท

Fang Cheng Bao Bao 8 เอสยูวีออฟโรดขุมพลัง PHEV ของทาง BYD วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 100 กม. วิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 1,200 กม. เปิดตัวประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในจีนเคาะราคาเริ่มที่ 379,800 หยวน หรือประมาณ 1.83 ล้านบาท

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

Fang Cheng Bao แบรนด์รถหรูสายลุยที่อยู่ภายใต้สังกัดชายคาของทาง BYD เปิดตัววางจำหน่าย Fang Cheng Bao Bao 8 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า (Bao 8) เอสยูวีทรงออฟโรดขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดในตลาดเมืองจีน มีให้เลือกทั้งแบบ 6 และ 7 ที่นั่ง แบ่งเป็น 4 รุ่นย่อยดังนี้

  • FCB Bao 8 Luxury 7 ที่นั่ง ราคา 379,800 หยวน คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.83 ล้านบาท 
  • FCB Bao 8 Luxury 6 ที่นั่ง ราคา 387,800 หยวน คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.87 ล้านบาท
  • FCB Bao 8 Flagship 7 ที่นั่ง ราคา 399,800 หยวน คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.93 ล้านบาท
  • FCB Bao 8 Flagship 6  ที่นั่ง ราคา 407,800 หยวน คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.97 ล้านบาท

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

สำหรับ BYD Leopard 8 (Bao 8) จะเป็นรถเอสยูวีขนาดใหญ่รุ่นใหม่ ที่ต่อมาจาก BYD Leopard 5 หรือในตลาดเมืองจีนจะใช้ชื่อว่า Fang Cheng Bao 5 ที่ถูกเปิดตัวาวางเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

ในด้านงานดีไซน์ยังคงมาในรูปแบบเอสยูวีออฟโรดสายลุยทรงหรู ที่จะออกมาจับกลุ่มผู้ที่ชอบใช้งานในรุปแบบ Off road โดยความแตกต่างของ Leopard 8 และ Leopard 5 จะอยู่ที่ขนาดตัวรถซึ่ง BYD Leopard 8 จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า รองรับผู้โดยสารได้มากกว่า โดยจะมากับเบาะที่นั่งแบบ 3 แถว 6-7 ที่นั่ง ต่างจาก Fang Cheng Bao 5 ที่เป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

ด้านขนาดมิติตัวรถของ Fang Cheng Bao Bao 8 จะมีความยาวอยู๋ที่ 5,195 มม. กว้าง 1,994 มม. สูง 1,875 มม. (เมื่อรวมแร็คหลังคาแล้วจะมีความสูงถึง 1905 มม.) และความยาวฐานล้อ 2,920 มม. 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

มาพร้อมความสูงจากพื้นที่มากถึง 310 มม. โดยมีมุมเข้าและออกอยู่ที่ 34 และ 35 องศา ตามลำดับ รวมทั้งยังสามารถลุยน้ำลึกได้ถึง 900 มม.

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

สำหรับในด้านงานออกแบบดีไซน์ทางบีวายดีเผยว่า ใช้แนวคิดแบบ Future Starship Aesthetics หรือ “สุนทรียศาสตร์ยานอวกาศแห่งอนาคต” ตัวรถจะมาในสไตล์แบบฮาร์ดคอร์ดุดัน แต่จะแฝงความรู้สึกที่ดูภูมิฐานในตัว 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

ด้านหน้าจะมากับกระจังหน้าสีดำทรงหกเหลี่ยม มาพร้อมชุดไฟหน้า LED ที่ออกแบบให้มีความเรียวยาวมากกว่า ส่วนตัวกันชนหน้าจะมีขนาดใหญ่สีดำทั้งชิ้น 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

เส้นสายด้านข้างตัวรถยังคงมากับเหลี่ยมมุมที่ดูดุดัน ซุ้มล้อสีดำทรงเหลี่ยม ชุดล้ออัลลอยทูโทนที่ออกแบบให้มีลวดลายที่ลดรงต้านอากาศ ที่มีขนาด 20 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 275/55R20 พร้อมออกแบบให้มีความร่วมสมัยด้วยมือเปิดประตูแบบราบเรียบไปกับตัวรถ ส่วนด้านท้ายติดตั้งล้ออะไหล่พร้อมฝาครอบล้อ มาพร้อมกันชนท้ายดีไซน์โหดขนาดใหญ่

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

ด้านภายในห้องโดยสารจะมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเหลือง Wild Wheat Yellow และ สีดำ Dark Night Black เบาะที่นั่งจะเป็นแบบ 3 แถว มีให้เลือกทั้งรุ่น 6 ที่นั่ง  (2+2+2) และ 7 ที่นั่ง (2+3+2) โดยจะมีระยะห่างจากพื้นที่ของแต่ละแถวอยู่ที่ 1,000 มม. 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

โดยเบาะแถวที่ 2 จะมีพื้นที่ Leg Room ที่ยาวถึง 870 มม. และแถวที่ 3 จะมีพื้นที่วางขาหรือ Leg Room 800 มม. โดยตัวเบาะที่นั่งทั้งหมดจะปรับด้วยไฟฟ้า นอกจากนี้ยังจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีความจุมากถึง 1,130 ลิตร เมื่อปรับพับเบาะแถว 3 ลง 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

ด้านแผงแดชบอร์ดจะได้รับการติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 3 จอด้วยกัน โดยแบ่งเป็นแผงหน้าปัด LCD ขนาด 12.3 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง 4 ก้านขนาดใหญ่แบบท้ายตัด มาพร้อมหน้าจอควบคุมกลางขนาด 17.3 นิ้ว และหน้าจอมัลติมีเดียสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 12.3 นิ้ว ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป BYD9000 รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ DiLink150 ของ BYD นอกจากนี้ยังได้รับจอ AR-HUD ขนาด 50 นิ้ว ที่สะท้อนข้อมูลไปยังกระจกบังลมหน้า 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

สวนแผงคอนโซลกลางจะถูกออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยจะเต็มไปด้วยปุ่มควบคุมจำนวนมาก ที่รายล้อมคันเกียร์ขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังจะได้รับแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่มีมาให้ 2 ช่อง และยังได้รับกุญแจรถ NFC, ชุดไฟ Ambient Lghting รอบคัน, ระบบน้ำหอม รวมถึงระบบเครื่องเสียงของทาง Devialet ลำโพงที่มากถึง 18 ตำแหน่ง และมีช่องเก็บอุณหภูมิร้อน-เย็น ความเย็นอยู่ที่ด้านล่างของที่เท้าแขนตรงกลาง 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

อีกทั้งยังถือเป็นรถยนต์คันแรกของบีวายดี ที่สามารถเชื่อมต่อขั้นสูงกับโทรศัพท์มือถือ Huawei ดังนั้น SUV ที่แข็งแกร่งคันนี้จึงรองรับโซลูชันกุญแจรถยนต์โทรศัพท์มือถือ Huawei UWB ผู้ใช้ยังสามารถถ่ายโอนแอปที่ใช้บ่อยจากโทรศัพท์ Huawei ไปยังระบบอินโฟเทนเมนต์ของ Bao 8 ได้อีกด้วย

ขณะที่ด้านหลังจะได้รับการติดตั้งหน้าจอควบคุมปรับอากาศแบบแยกส่วนที่เป็นระบบสัมผัส และหน้าจอควบคุมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่วางอยู่ด้านหลังของคอนโซลกลาง 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้อง LiDAR ถึง 3 ตัวที่อยู่บนหลังคาด้านหน้ารวมทั้ง กล้องที่ติดตั้งอยู่หลังซุ้มล้อหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ในด้านความปลอดภัยจะมากับถุงลมนิรภัย 14 ใบ และยังรองรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADS 3.0 ที่สามารถจอดรถเองและนำทางบนทางหลวงได้

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

FCB Bao 8 จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Super Hybrid 2.0T Dual Mode Off-road (DMO) ของ BYD ที่ถูกพัฒนามาเพื่อแรงรับการลุยแบบ Off-road อย่างเต็มพิกัด โดยจะได้รับการติดตั้งระบบควบคุมตัวถังไฮดรอลิกอัจฉริยะ DiSus-P

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนจะมากับเครื่องยนต์ 2.0T ให้กำลัง 268 แรงม้า มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวมทั้งระบบที่ 550 kW (737 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. อยู่ที่ 4.8 วินาที มาพร้อมความเร็วสูงุสดที่ 180 กม./ชม. โดยตัวรถจะมีพละกำลังในการลากจูงสูงถึง 2.5 ตัน  

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

โดยจะมีโหมดการขับขี่ 15 โหมด ได้แก่ โหมด Comfort, Economy, Sports, Smart, Snow, Sand, Mud, Mountain, Rock, Wading, Racing, Creeping, Anti-Skid Chain, U-turn Style Bao และขับขี่ด้วยรถพ่วง นอกจากนี้ยังมีระบบล็อกเฟืองท้ายตรงกลาง เพลาหน้า และเพลาหลังอีกด้วย

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ LFP Blade ขนาด 36.864 kWh โดยจะวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลสุด 100 กม. และวิ่งครอบคลุมระยะทางไกล 1,200 กม.  (WLTC) เมื่อน้ำมันเต็มถัง และแบตเตอรีชาร์จไฟเต็มรองรับการชาร์จไฟ DC ขนาด 120 kW ที่จะให้กำลังไฟจาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 16 นาที 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

พร้อมทั้งยังมากับระบบ V2L ที่จะปล่อยกระแสไฟไปยังชุดอุปกรร์ภานนอกได้ โดยจะคายประจุอยู่ที่ 6 kW อีกทั้งยังทาง BYD ยังเคลมไว้ว่า Bao 8 จะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 8.5 ลิตร/100 กม. 

BYD Fang Cheng Bao Bao 8

โดยทาง บีวายดี เผยว่านอกจากจะมีวางจำหน่ายในประเทศจีนแล้ว ยังมีเป้าหมายที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เนื่องจาก  BYD ตั้งเป้าที่จะจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ FCB ภายใต้แบรนด์ Denza ในยุโรป ส่วนในประเทศไทยนั้นต้องรอลุ้นกันว่าจะเข้ามาเมื่อไหร่เท่านั้น