GAC แบรนด์ผู้ผลิตรถจากประเทศจีน ที่มีรถอยู่ในสังกัดมากมายหลายแบรด์ โดยในแบรนด์ที่นำเข้ามาในเมืองไทย และเป็นที่รู่จักกันก็คือ AION ที่มีตัวชูโรงอย่างทาง AION Y Plus รถรุ่นแรกที่เข้าาทำตลาดในไทย และอีกรุ่นนั้นก็คือ AION ES ซีดานไฟฟ้า รวมถึงแบรนด์ HYPTEC ที่ล่าสุดเพิ่งสร้างเสียงฮือฮาด้วยการเปิดตัว HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าสุดพรีเมี่ยม ที่มาพร้อมกับราคาค่าตัวสุดเร้าใจด้วยกับสนนราคาเริ่มที่เพียง 1.449 ล้านบาท

ล่าสุดทาง GAC เตรียมส่งรถรุ่นใหม่ลงตลาดในไทยเพิ่มอีกรุ่นที่อยู่ในแบรนด์ AION นั้นก็คือ AION V รถยนต์ไฟฟ้าที่มาในรูปแบบเอสยูวีครอสโอเวอร์ หลังจากทาง GAC ได้ปล่อยภาพลงใน FB ของทางบริษัท พร้อมบอกว่า “AION V ถึงไทยแล้ว เตรียมพบกันเร็ว ๆ นี้”

AION V เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เพิ่งถูกเปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศจีนเมื่อเดือน ก.ค. 2024 ที่ผ่านมา ส่วนในประเทศนั้นจะได้รับการเผยโฉมเปิดตัวที่ในงาน Motor Expo 2024 ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

สำหรับ AION V เคยถูกเผยโฉมครั้งที่ในงาน Beijing Auto Show 2024 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อในตลาดเมืองจีนว่า GAC AION V II เพราะจะเป็นรถเจเนอเรชันที่ 2 ต่อจาก AION V รุ่นแรกที่เปิดตัวมาเมื่อปี 2020 ส่วนในไทยนั้นคาดว่าจะคงใช้ชื่อว่า AION V

สำหรับในด้านงานสออกแบบดีไซน์ตัวรถของ AION V นั้น จะถูกพัฒนาร่วมกันจากศูนย์ออกแบบที่ตั้งอยู่ทั่วโลกทั้งใน Los Angeles สหรัฐฯ, Milan อิตาลี รวมถึงเซี่ยงไฮ้ และกวางโจว ประเทศจีน โดยตัวรถได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Tyrannosaurus Rex (ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์) ไดโนเสาร์ที่เป็นตัวเอกที่มาจากภาพยนต์เรื่อง Jurassic Park (จูราสสิคพาร์ค)

ตัวรถมาพร้อมภาษาการออกแบบใหม่ “Blade Shadow Potential Energy” ที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง เทคโนโลยี และอารมณ์ความรู้สึกเข้าด้วยกัน ตัวรถมากับเส้นสายที่ดูบึกบึน ตัวถังเป็นที่เป็นเหลี่ยมสัน


กระจังหน้าแบบปิดทึบตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้า มาพร้อมโลโก้ใหม่ของ AION ที่มาในรูปแบบตัวอักษร โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยม ที่มีรูปทรงตัว “H” โดยถูกออกแบบมาจากกรงเล็บของ ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์

ด้านข้างตัวรถออกแบบเน้นความเรียบหรุ ดูบึกบึน พร้อมตกแต่งกาบบันไดข้างตัวรถให้มีเหลี่ยมสัน มือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ เสริมลุคในสไตล์ออฟโรดด้วยขอบซุ้มล้อสีดำมาพร้อม ล้ออัลลอยปัดเงา ขนาด 19 นิ้วรัดด้วยยางขนาด 225/45 R19

ด้านบนหลังคาติดตั้งราวแร็คหลังคาที่ช่วยเสริมความอเนกประสงค์ใช้สอยให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในส่วนของเสา B และเสา C จะถูกฉาบด้วยเฉดสีดำ ที่ทำให้หลังคาตัวรถมาในแบบลอยตัวช่วยทำให้มีมิติที่ดูกว้าง และใหญ่ขึ้น



ส่วนด้านท้ายจะได้รับการติดตั้งชุดท้ายที่ออกแบบให้ดูคล้ายกับกรงเล็บของเจ้าทีเร็ก มาพร้อมโลโก้แบบใหม่เช่นเดียวกันทางด้านหน้าตัวรถ พร้อมเสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาด้านท้าย อีกทั้งยังติดตั้งในส่วนของที่ปัดน้ำฝนด้านหลังมาให้ด้วย

ในด้านมิติตัวรถจะมีความยาวอยู่ที่ 4,605 มม. ความกว้าง 1,854 มม. ความสูง 1,660 มม. และระยะฐานล้อ 2,775 มม.

ภายในห้องโดยสารจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง งานออกแบบมาในรูปแบบมินิมอลที่ลดการใช้ปุ่มสั่งงานต่าง ๆ แผงแดชบอร์ดได้รับการติดตั้งแผงหน้าปัด LCD ขนาด 10.25 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสอง ก้านที่มีปุ้มสั่งงานเป็นแบบลูกกลิ้งขนาดเล็ก

ตรงกลางแผงคอนโซลหน้าจะมากับ หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการ GAC’s ADiGO 5.0 อีกทั้งยังเพิ่มเท็กซ์เจอร์เล็ก ๆ ที่บนคอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสาร ด้วยงานออกบบให้ดูคล้ายกับเกล็ดของมังกร


คอนโซลกลางออกแบบให้เชื่อมต่อกับคอนโซลหน้าในลักษณะสะพาน โดยมีช่องว่างด้านล่างสำหรับของของเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนด้านบนจะเป็นช่องชาร์จสมาร์ตโฟนที่มีให้ 2 ตำแหน่ง มาพร้อมช่องวางขวดหรือแก้วน้ำ 2 ช่อง


นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารยังได้รับการติตดั้งตู้แช่เย็นขนาดเขนาด 6.6 ลิตร ที่อยู่บริเวณคอนโซลกลาง รองรับทั้งระบบทำความร้อน ทำความเย็น และแช่แข็ง โดยสามารถทำอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง -15° C และทำความร้อนได้ถึงถึง 50° C


ด้านชุดอุปกรณ์จะได้รับระบบเครื่องเสียงระบบเสียงระดับพรีเมียมของเบลเยียม ที่มากับลำโพงถึง 9 ตำแหน่ง และซับวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว, USB แถวหน้า/พอร์ตชาร์จ Type C อินเทอร์เฟซ USB แถวที่สอง, หลังคาซันรูฟพร้อมม่านบังแดด


อีกทั้งยังมาพร้อมระบบผู้ช่วยส่วนตัวที่ทำงานบนระบบ AI ที่เน้นการตอบสนองกับผู้โดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่น iFlytek ที่เป็นเครื่องแปลภาษาอัจฉริยะที่ใช้ระบบแบบ AI อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบ V2L ที่จะช่วยจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ภายนอกได้อีกด้วย



ด้านเบาะที่นั่งคู่หน้าสามารถปรับราบได้เพียงกดปุ่ม ซึ่งจะเหมือนกับในรุ่น AION Y Plus ที่มีวางขายในบ้านเราขณะนี้ โดยเมื่อปรับพับเบาะลงจะทำให้กลายเป็นเตียงขนาดใหญ่ถึง 2 เมตร ขฯะที่ตัวเบาะนั่งจะถูกหุ้มด้วยหนังเกรดคุณภาพสูง รวมทั้งเบาะคู่หน้ายังมาพร้อมกับฟังก์ชันนวด

ส่วนด้านท้ายของตัวรถจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีความจุถึง 427 ลิตร แต่เมื่อพับเบาะหลังลงจะขยายพื้นที่เป็น 987 ลิตร

AION V ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม AEP Pure Electric Digital Platform ที่ทาง GAC พัฒนาขึ้นเองใหม่ ในด้านพละกำลังขับเคลื่อน จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยวที่มีกำลังความแรงให้เลือก 2 ระดับ คือมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 150 kW (201 แรงม้า) และมอเตอร์ไฟฟ้าขขนาด 165 kW (221 แรงม้า) ขณะที่แรงบิดนั้นจะเท่ากันที่ 240 นิวตัวเมตร ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 7.9 วินาที


มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟตที่มีความจุให้เลือกถึง 3 ขนาดความจุ 62.26kWh / 74.9kWh / 90.2kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทาง 520 / 650 / 750 กม. ตามลำดับ อีกทั้งยังมากับสถาปัตยกรรม 400V เทคโนโลยี 3C ที่ใช้ซิลิกอนคาร์ไบด์เป็นครั้งแรก เทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยให้ใช้เวลาในการชาร์จเร็วขึ้น 60% โดยชาร์จเพียง 15 นาที ได้ระยะทาง 370 กม. รวมถึงสามารถชาร์จในอุณหภูมิระหว่าง -30°C ถึง 55°C และลดการใช้พลังงานเครื่องปรับอากาศลงได้ถึง 50%



ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ จะมากับ Lidar พร้อมกับระบบขับเคลื่อนอัฉริยะ ADiGO Pilot และกล้องรอบคันทีมีให้ถึง 11 ตัว รวมทั้งยังมากับถุงลมนิรภัยรอบคัน

สำหรับ GAC AION V II ที่จีนหรือชื่อ AION V ในตลาดเมืองไทย จะมีให้เลือกถึง 7 รุ่นย่อย เปิดราคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 129,800 – 189,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว ๆ 6.18 – 9.03 แสนบาท

ส่วนสเปคที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรานั้นต้องมารอลุ้นกันว่าจะเปิดราคาอยู่ที่เท่าไหร่ และจะมีออปชันแตกต่าง มากน้อยขนาดไหนกับเวอร์ชันที่วางขายในจีน

แต่จากข้อมูลที่ทาง GAC เปิดโรงงานผลิตในไทย และได้นำเจ้า AION V เข้ามาโชว์ตัวครั้งแรกในบ้านเรานั้นเผยว่าจะมีให้ 2 รุ่นย่อย คือ รุ่นวิ่งไกล 550 กม. / 670 กม. ส่วนรายละเอียดโดยรวมทั้งหมดคงต้องรอในวันที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย ซึ่งจะมีขึ้นในเดือน พ.ย. นี้
ซึ่งถ้าหากมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะรีบนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
