Mazda และ ChangAn ที่เป็นบริษัทร่วมทุนได้ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Mazda EZ-6 ซีดานตัวใหม่ออกมาแล้ว โดยจะมีให้เลือก 7 รุ่น มีมาทั้งรูปแบบ EV และ EREV รุ่นขยายระยะทาง เคาะระคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 139,800 -179,800 หยวน คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 6.6 – 8.49 แสนบาท

สำหรับ Mazda EZ-6 พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ SL03 หรือในบ้านเราจะรู้จักกันในชื่อ L07 ในด้านงานดีไซน์ยังพร้อมงานออกแบบ Kodo DESIGN ของทาง Mazda

กระจังหน้ามาในทรง Signature Wing แบบปิดทึบ ตรงกลางติดตรามาสด้า แบบเรืองแสง ที่จะเป็นเม็ดสีแบบนาโนโดยสามารถปรับเปลี่ยนสีได้ 2 สี ได้แก่ สีเทา moon grey และ สีทอง radiant gold ซึ่งใช้เม็ดสีระดับนาโนเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับรูปลักษณ์

ส่วนด้านข้างตัวกระจังหน้ามาพร้อมไฟเมทริกซ์แบบเรืองแสงเช่นกัน โดยมีไฟหน้า LED ทรงเพรียวบาง โดยทาง Mazda เรียกกลุ่มไฟ LED ว่า Wings of Light อีกทั้งยังเสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งขอบชายล่างรอบคันด้วยเส้นสายโครเมียม



เส้นสายด้านข้างตัวรถจะจะมาพร้อมกับความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่กรอบกระจกบานข้าง นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับประตูแบบไร้กรอบ และมือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว



ด้านท้ายจะมาในแบบลาดเทตามสไตล์รถคูเป้ท้ายลาด มาพร้อมชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดเต็มพื้นที่ โดยในส่วนของชุดไฟด้านในยังคงเอกลักษณ์ของทางมาสด้าไว้ด้วยชุดไฟท้ายแบบทรงกลม อีกทั้งยังได้รับการติตดั้งสปอยเลอร์ท้ายในตัว โดยเป็นแบบแอฟทีฟที่ปรับขึ้นลงด้วยไฟฟ้าเมื่อมีความเร็วสูงกว่า 90 กม./ชม.



ในด้านขนาดตัวรถของ EZ-6 จะมีความยาว 4,921 มม. ความกว้าง 1,890 มม. ความสูง 1,485 มม. และมีนระยะฐานล้ออยู่ที่ 2895 มม.

ภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 2 เฉดสีได้แก่สีน้ำตาล และสีเทา มาพร้อมงานออกแบบมาในสไตล์มินิมอลที่เรียบหรู ลดการใช้ปุ่มสั่งงานต่าง ๆ


แผงแดชบอร์ดจะได้รับการติตดั้งแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.2 นิ้ว ที่ถูกฝั่งไว้บนแผงคอนโซลหน้ามาพร้อมปีกบังแดดที่ด้านบน อีกทั้งยังได้รับหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางแบบลอยตัว ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง Hi MAZDA ที่สามารถสั่งงานได้จากทุกตำแหน่งภายในห้องโดยสาร นอกจากนี้ยังได้รับการติตดั้งจอ AR-HUD ที่แสดงผลแบบเสมือนจริงขนาด 50 นิ้ว


ส่วนช่องแอร์ออกแบบให้มาในทรงเรียวเล็ก โดยคู่กลางจะวางอยู่ใต้หน้าจออินโฟรเทนเมนต์ มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง D-Shape ที่หุ้มด้วยหนังแบบทูโทน



ด้านตัวเบาะที่นั่งจะเน้นความพรีเมียม โดยจะถูกหุ้มด้วยหนัง Nappa สลับหนังกลับที่ถูกตัดเย็บด้วยลวดลายตะเข็บไขว้ เบาะนั่งคู่หน้ามาในแบบ Zero-Gravity ซึ่งสามารถปรับเอนจนเกือบราบเรียบได้ รวมทั้งยังปรับระดับไฟฟ้า 14 ทิศทาง มาพร้อมฟังก์ชันนวด 8 จุด


คอนโซลกลางออกแบบดีไซน์ให้เป็นแท่งยาวเชื่อมต่อกับคอนโซลหน้า ด้านบนจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย 2 ตำแหน่ง มาพร้อมช่องวางแก้ว หรือขวดน้ำขนาดใหญ่ 2 ช่อง




ด้านชุดอุปกรณ์ภายใน จะได้รับชุดเครื่องเสียงของทาง Sony พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง, ชุดไฟ Ambient Light รอบห้องโดยสารที่ปรับได้ 64 สี ขณะที่ภายในห้องโดยสารจะรองรับการสลับโหมดฉากได้ 13 โหมด นอกจากนี้ยังมีหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิก


ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยุ๋ที่ 479 ลิตร และสามารถเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,174 ลิตร เมื่พับเบาะลง อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บของด้านหน้า (ในรุ่น EV) ที่มีความจุ 99 ลิตร


สำหรับระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมาระบบช่วยเหลือการขับขี่ L2.5 อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน, ระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าพร้อม Stop & Go, ระบบช่วยเตือนหากเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ



ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบช่วยแจ้งเตือนมุมอับสายตา, ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลื่อนเลน, ระบบช่วยเตือนเหากเสี่ยงต่อการโดนชนดา้นหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถมาในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถมาในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนประตูขณะเปิด, ไฟสูงอัตโนมัติ และระบบช่วยเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า


ในด้านระบบขับเคลื่อนรุ่น EV จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่ที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 190 kW (258 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร โดยความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 170 กม./ชม. มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ไอออนฟอสเฟตที่มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 56.1 kWh และ 68.8 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทาง 480 กม. และ 600 กม. ตามลำดับ CLTC) โดยจะรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่จะให้กำลังไฟจาก 30% – 80% ในเวลา 15 นาที


ขณะที่ในรุ่น EREV ที่เป็นแบบขยายระยะทางจะมากับเครื่องยนต์ JL473QJ ขนาด 1.5 ลิตร ที่มีกำลัง 70 kW (94 แรงม้า) มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 160 kW (218 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion phosphate ที่จะวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 130 กม. หรือ 200 กม. และเมื่อรวมกับน้ำมันเต็มถังจะมีระยะทางขับขี่ไกลถึง 1,301 กม. พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่จะให้กำลังไฟ 30% ถึง 80% ใน 20 นาที นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่น ยังได้รับการติดตั้งระบบ V2L ที่จ่ายไฟภายนอกสูงสุด 3.3 kW

สำหรับ Mazda EZ-6 รถซีดานใหม่ในตลาดเมืองจีนจะมีเฉดสีให้เลือก 8 สี ได้แก่สีเทา Bright Moon Gray, สีทอง Streamer Gold, สีแดง Crystal Soul Red, สีเทาดำ Platinum Steel Gray, สีเทา Extreme Gray, สีน้ำเงิน Crystal Blue, สีขาว Pearlescent White และสีดำ Polar Night Black
