มินิแบรนด์รถจากเกาะอังกฤษ ได้เผยโฉม Mini Cooper Convertible โฉมปี 2025 ที่เป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ โดยในรุ่นเปิดประทุนหลังคาผ้าตัสนี้ จะมีให้เลือกเฉพาะขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปเท่านั้น ซึ่งจะแตกต่างจากในรุ่น Hardtop หลังคาแข็งที่ทางเลือกใหม่กับขุมพลังไฟฟ้า 100% โดยรถเปิดประทุนรุ่นปรับปรุงใหม่โแมปี 20325 นี้ จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ไฮเทค ที่อัดแน่นอยุ่เต็มคัน อีกทั้งยังมาพร้อมกับจุดเด่นด้วยการเปิดรับอากาศภายนอกได้แม้ในขณะปิดหลังคาผ้าอยู่

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ Mini Cooper Convertible MY2025 ยังคงมากับชุดไฟหน้าทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ โดยจะขนาบข้างทั้งสองฝั่งของกระจังหน้าใหม่รูปทรง 8 เหลี่ยม ที่ถูกล้อมกรอบด้วยวัสดุสีเงิน Vibrant Silver มาพร้อมตราสัญลักษณ์ตัว S สีแดงที่อยุ่บนพื้นสีดำลายรังผึ้งด้านใน นอกจากนั้นยังมากับ กันชนหน้าและหลังที่ออกแบบใหม่ และล้ออัลลอยด์แบบใหม่ โดยในสเปกที่วางขายในสหรัฐอเมริกาจะมีขนาด 17 นิ้วหรือ 18 นิ้ว ในขณะที่เวอรชันที่ตลาดยุโรปจะมีขนาด 16 นิ้ว เป็นอีกตัวเลือก



ขณะที่ตัวหลังคาผ้านั้นสามารถพับเก็บได้ทั้งแบบบางส่วน (เช่นเดียวกับซันรูฟ) หรือพับเก็บทั้งหมด โดยจะใช้เวลาเปิดเพียง 18 วินาที และปิดในเวลา 15 วินาที

โดยสามารถเปิด- ปิดได้ในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ในช่วงความเร็วสูงสุดที่ 30 กม./ชม. โดย Cooper Convertible ใหม่นี้จะมีน้ำหนักตัวรถที่มากกว่าในรุ่นแฮทช์แบ็กหลังคาแข็งอยู่ที่ 40 กก.



ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยู่ที่ 215 ลิตร ซึ่งมากกว่ารุ่นหลังคาแข็ง 5 ลิตร เมื่อเปิดหลังคาความจุจะลดลงเหลือ 160 ลิตร ทำให้มีพื้นที่เก็บของได้เพียงกระเป๋าเป้ 2-3 ใบเท่านั้น



นอกจากนี้ยังออกแบบในส่วนของตัวหลังคาผ้าให้มีช่องซันรูฟยาว 40 มม. เพื่อรับอากาศภายนอกเมื่อปิดหลังคา เพื่อให้ความสบายเมื่อเปิดหลังคาขับ ด้านหลังเบาะผู้ขับ และผู้โดยสารจึงมีอุปกรณ์หักเหทิศทางลมที่สามารถยึดอยู่ในตำแหน่งได้ง่ายเพื่อลดเสียงรบกวนและลมหมุนวน


สำหรับเฉดสีภายนอกของ Mini Cooper Convertible 2025 จะมีให้เลือกมากถึง12 สี รวมทั้งสีเทา Copper Grey ซึ่งเป็นสีพิเศษ พร้อมมีออปชันกระจกข้างสีดำ Jet Black หรือสีขาว Glazer White ให้เลือก ขณะที่การแต่งรถมี 3 แนวทางให้เลือกระหว่าง Classic Trim, Favoured Trim และ JCW Trim


ภายในตกแต่งในแบบมินิมอลลิสต์ ตัวเบาะจะถูกหุ้มด้วยวัสดุถักผสมผสานกับผ้าโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลแบบทูโทน ในขณะที่ชุดแต่งในรุ่น JCW จะตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์สีดำพร้อมตะเข็บสีแดง อีกทั้งยังถูกออกแบบในรูปแบบ Clarismatic Simplicity ที่ลดชิ้นส่วนต่างๆ ให้น้อยลง



นอกจากนี้ยังได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยนำเอาระบบไฮเทคที่พบในรุ่น Mini รุ่นอื่นๆ มาใช้ เริ่มจากหน้าจอสัมผัสแบบ OLED ขนาด 9.4 นิ้วแบบวงกลม ที่สามารถปรัะบเปลี่ยนสีตามลักษณะการขับขี่ที่มีโหมดให้เลือกถึง 7 โหมด รวมทั้งยังได้รับหน้าจอ Head-up ที่จะเข้ามาชดเชยการขาดหายไปของแผงหน้าปัด นอกจากนั้นยังได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการณ์ Mini Operation System 9

อีกทั้งเพื่อความปลอดภัยจึงมีระบบปกป้องเมื่อรถพลิกคว่ำด้านหลังพนักพิงศีรษะของเบาะหลัง ซึ่งทำงานอัตโนมัติเมื่อตรวจพบว่าอาจมีความเสี่ยงที่รถจะพลิกคว่ำ



ในด้านระบบขับเคลื่อนของ Mini Cooper Convertible 2025 จะมีเฉพาะในรุ่นเครื่องยนต์สันดาป เท่านั้น แต่จะมีพละกำลังให้เลือก 2 ระดับความแรง โดยจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ โดยในรุ่น Cooper C Convertible จะให้กำลัง 163 แรงม้า (PS) แรงบิด 250 นิวตันเมตร ในขณะที่ Cooper S Convertible เพิ่มกำลังเป็น 204 แรงม้า ( PS) แรงบิด 300 นิวตันเมตร



ในทั้งสองรุ่นจะถูกส่งกำลังไปที่ล้อหน้า ด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ โดยจะมีสมรรถนะที่น้อยกว่าในรุ่นหบังวคาแข็งเล็กน้อย โดย Cooper C Convertible จะมีอัตราเร่งจาก 0- 100 กม./ชม. ในเวลา 8.2 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุด 220 กม./ชม.

ส่วนใน Cooper S Convertible จะทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.9 วินาที ซึ่งช้ากว่ารุ่นแฮทช์แบ็ก Cooper S 0.3 วินาที โดยจะมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 237 กม./ชม

สำหรับผู้ที่ต้องการความเร้า่ใจมากขึ้นนั้นทางมินิเผยว่าจะมีรถรุ่น Convertible เวอร์ชัน JCW เต็มรูปแบบออกมาเร็วๆ นี้




Mini Cooper Convertible 2025 จะผลิตที่โรงงาน Oxford ในสหราชอาณาจักร สำหรับในด้านราคาจำหน่ายทางมินิเปิดราคาในรุ่น Cooper C Convertible ไว้ที่ 33,950 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 1. 13 ล้านบาท ส่วนในรุ่น Cooper S Convertible ที่ทรงพลังกว่าจะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 37,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.24 ล้านบาท โดยมีกำหนดการส่งมอบรถคันแรกได้ในช่วงต้นเดือนมกราคมปี 2025 นี้เป็นต้นไป
