หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง GAC AION ได้นำ GAC AION HYPER HT เข้ามาโชว์ตัวครั้งแรกในเมืองไทยที่ในงาน Motor Expo 2023 และต่อเนื่องถึงงาน Motor Show 2024 ที่ผ่านมา พร้อมกับได้เปิดรับจองล่วงหน้าก่อนที่จะเปิดราคาจำหน่ายอีกครั้งภายหลัง

ล่าสุดทาง HYPER หรือชื่อใหม่ HYPTEC แบรนด์รถที่อยู่ในสังกัดของทาง GAC AION พร้อมเปิดตัว และประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ HYPTEC HT หรือชื่อเดิม HYPER HT แล้วในตลาดเมืองไทย โดยจะมีขึ้นในวันที่ 19 กันยายน ที่จะถึงนี้

สำหรับ HYPTEC HT เป็นรถในแบรนด์ HYPTEC ที่อยู่ในสังกัดของทาง GAC AION โดยจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ที่ต่อมาจาก HYPTEC GT และ HYPTEC SSR

ความโดดเด่นของ HYPTEC HT สเปคเมืองไทยจะอยู่ที่ประตูคู่บานหลังจะเปิดแบบปีกนก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถในตระกูล HYPTEC มาพร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแบบ 800V พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 83 kWh ที่ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุดถึง 600 กม.++


ในด้านงานออกแบบตัวรถจะมาในรูปแบบเอสยูวีฟาสต์แบ็คขนาดกลาง ที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม AEP3.0 งานดีไซน์จะมากับกระจังหน้าแบบปิดทึบ ชุดไฟดีไซน์ที่เรียบง่าย ด้านในตัวโคมจะเป็นไฟ LED ที่วางเรียงกัน 4 ชั้น มาพร้อมแถบไฟ LED แนวตั้งอยู่ในกันชน




ด้านข้างมากับเส้นสายที่ราบเรียบ เพื่อให้ตัวรถมีความลู่ลม มือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ ส่วนที่โดดเด่นที่สุดสำหรับตัวรถภายนอกจะเป็นประตูคู่บานหลังที่สามารถเปิดได้แบบปีกนก (Gull Wing Door) เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ที่ควบคุมได้เพียงปลายนิ้ว โดยเมื่อเปิดประตูจะมีความสูงถึงราว ๆ 2 เมตร ทำให้สามารถเข้า-ออก รถได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องก้มหัว

ขณะที่ด้านท้ายจะออกแบบให้มีความลาดเทในสไตล์ Fastback เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์แบบ Duck Trail ที่ประตูด้านท้าย

ชุดไฟท้ายมาในแบบวางพาดเต็มพื้นที่ส่วนท้าย มาพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนหลังด้านท้าย อีกทั้งยังมีกล้องหลังที่อยู่ตรงกลางกับไฟเบรกอีกด้วย


ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาวตัวรถอยู่ที่ 4,935 มม., กว้าง 1,920 มม., สูง 1,700 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,935 มม.


ภายในห้องโดยสารจะเน้นความกว้างขวาง และสะดวกสบาย งานดีไซน์จะออกแบบให้ดูเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราทันสมัย แผงคอนโซลหน้าจะไม่มีปุ่มควบคุมใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจะติดตั้งเพียงหน้าปัดแบบดิจิทัลทรงแปดเหลี่ยม ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยที่จะมาในทรงรูปทรงวงรี มาพร้อมกล้องที่ติดตั้งอยู่เสา A ที่คาดว่าจะเป็นระบบตรวจสอบผุ้ขับขี่ และคันเกียร์ไฟฟ้า

ขณะที่หน้าจอส่วนกลางจะวางแบบลอยตัวโดยมีขนาด 14.6 นิ้ว มาพร้อมระบบปฏิบัติการ ADiGO 5.0 ของ GAC ที่สามารถตอบโต้ด้วยเสียง




มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Haopin HT ที่จะติดตั้ง LiDAR 3 ตัว และกล้องเรดาร์อื่นๆ และใช้ชิป AI ประมวลผลสูงของ Huawei มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ NDA อาทิระบบจอดรถ AVP, ระบบ HPA, ระบบจอดรถควบคุมระยะไกล RPA เป็นต้น

ด้านคอนโซลกลางออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ วางเชื่อมต่อติดกับแผงคอนโซลหน้า ด้านบนจะเป็นที่ชาร์จสมาร์ตโฟนที่มีให้ถึง 2 ช่อง นอกจากนั้นยังได้่รับการติดตั้งชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอนท์มาพร้อมลำโพง Dolby Atmos 22 ตำแหน่ง

ด้านเบาะที่นั่งของ HYPTEC HT จะถูกหุ้มด้วยหนัง Nappa เบาะฝั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบ Lumbar support ที่สามารถปรับได้ถึง 4 ทิศทาง มาพร้อมระบบเบาะนวดแบบ 10 จุด อีกทั้งยังมากับฟีเจอร์ระบายอากาศเบาะโดยสารคู่หน้า


ขณะที่เบาะผู้โดยสารตอนหลังปรับเอนได้ 143 องศา เพื่อไปต่อชนกับเบาะด้านหลังเพื่อให้กลายเป็นโซฟา หรือที่นอนขนาดใหญ่




นอกจากนั้นที่ด้านหลังเบาะคู่หน้ายังมาพร้อมกับถาดวางของที่สามารถพับเก็บได้ อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และหลังคากระจก Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่

GAC AION HYPTEC HT จะมากับชุดมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่ที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 340 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.8 วินาที ความเร็วสูงุสดอยุ่ที่ 183 กม./ชม.


มาพร้อมชุด Magazine Battery 2.0 ที่ทนทานต่อสภาพอากาศเย็นหรือร้อนจัด และมีความปลอดภัยสูงถึงแม้จะทดสอบยิงด้วยกระสุนปืน แต่แบตเตอรี่ก็ไม่เกิดประกายไฟหรือเกิดเพลิงลุกไหม้แต่อย่างใด โดยจะมีขนาดความจุ 83 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุดถึง 600 กม.++


มาพร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแบบ 800V ที่รองรับกา่รชาร์จทั้งแบบ DC สูงสุด 250 kW ชาร์จ 15 นาที วิ่งได้ไกล 400 กม. รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L สูงสุด 3.3 kW


สำหรับการเปิดตัวของ GAC AION HYPTEC HT ในบ้านเรานั้นจะมีขึ้นในวันที่ 19 ก.ย. 2567 ที่จะถึงนี้ ส่วนสนนราคานั้นคาดว่าจะออกมาชนกับทาง Tesla Model Y รวมทั้ง DEEPAL S07 โดยคาดจะมีราคาค่าตัวอยู่ที่ราว ๆ ไม่เกิน 1.4 ล้านบาท


ทั้งนี้ทั้งนั้นรายละเอียดโดยรวมทั้งหมดรวมทั้งราคาที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร หากมีรายละเอียด และข้อมูลเพิ่มติมออกมาทางทีมงาน Autostation.com จำนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได่ทราบอีกครั้งหนึ่ง
