หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง Geely Group ได้เผยโฉม SMART #5 Concept เอสยูวีออฟโรดไฟฟ้าตัวต้นแบบที่มีขนาดตัวใหญ่ที่สุดในรุ่นออกมา ออกมาเมื่อครั้งในงาน Beijing Auto Show 2024

ล่าสุดทางจิลี่ ได้เปิดภาพชุดแรกของ SMART #5 เวอร์ชันตัวจริงออกมาแล้ว โดยจะเห็นถึงรูปลักษณ์ทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสาร ก่อนเปิดตัวประกาศราคาอย่างเป็นทางการที่ยุโรปต้นปีหน้า

สำหรับ SMART #5 เอสยูวีไฟฟ้าเวอร์ชันผลิตจริง จะเป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าที่ถูกพัฒนาร่วมกันโดยทาง Geely และ Mercedes-Benz

โดยในงานออกแบบดีไซน์จะมีความแตกต่างจากรุ่น ForTwo อย่างสิ้นเชิง โดย SMART #5 จะมากับความล้ำยุค ล้ำสมัยที่มากขึ้น ซึ่งถอดดีเทลรายละเอียดบางส่วนมาจากตัวต้นแบบ SMART #5 Concept อยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นชุดไฟหน้า และไฟท้ายยกมาจากตัวตัวแบบ โดยทาง SMART เรียกแถบไฟลักษณะนี้ว่า “แคปซูลเวลา”

โดยชุดไฟหน้าจะเป็นแถบเส้นไฟ LED ที่วางแบบ 2 ชั้น โดยมีเส้นไฟ LED บาง ๆ วางเชื่อมต่อไฟหน้าทั้งสองฝั่ง มาพร้อมช่องรับลมขนาดเล็กที่ตัวกันชนหน้า และช่องดักอากาศเทียมที่ด้านข้าง

ด้านตัวถังออกแบบให้ดูราบเรียบ พร้อมกับมือจับประตูแบบฝังเรียบไปกับตัวรถ ส่วนล้อมาในสไตล์ AERO Wheel ที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เติมกิมมิคเล็ก ๆ ที่เสา D ด้วยโลโก้ของทางแบรนด์


นอกจากนี้ทาง SMART ยังเอาใจลูกค้าที่ชอบรถในแบบสไตล์สายลุย ก็มีรุ่น Summit Edition เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก



โดยในรุรุ่นดังกล่าวนี้จะมากับชุดแต่งเสริมรอบคัน เริอม่จากแถบไฟ LED ที่วางอยู่บนหลังคาด้านหน้า แล็คหลังคาที่มาพร้อมกับบันไดสำหรัยปีกขึ้นไปด้านบยนที่ติดตั้งอยู่ฝังด้านขวาท้ายรถ ส่วนด้านฝั่งซ้าย จะเป็นกล่องเก็บของอเนกประสงค์ทรงสี่เหลี่ยม นอกจากนี้ยังได้รับบันได้ข้าง, แผ่นกันกระแทกกันใต้ท้องรถ และตะขอพ่วงแบบไฟฟ้า

ในด้านขนาดมิติตัวรถของ SMART #5 จะมีความยาว 4,705 มม. ความกว้าง 1,920 มม. ความสูง 1,705 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,900 มม. ซึ่งใกล้เคียงกับ Mercedes-Benz GLC




ภายในห้องโดยสารของ SMART #5 จะมากับความหรูหรา ล้ำสมัย โดยจะถูกตกแต่งหนังระดับพรีเมียมและไม้โอ๊ค เบาะนั่งคู่หน้าจะมาในแบบ Zero-Gravity ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสบายสูงสุดยามเดินทาง โดยสามารถปรับเอนได้สูงสุดถึง 121 องศา มาพร้อมไฟ Ambient Light และระบบเสียงของทาง Sennheiser พร้อมลำโพง 21 ตำแหน่ง



นอกจากนี้ในสาวนของแผงแดชบอร์ดจะมากับหน้าจอที่วางเต็มพืhนที่ส่วนหน้า เริ่มจากแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.3 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลตคิฟังก์ชันทรงสามก้ายน ที่ตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม รวมทั้งยังมีหน้าคู่ AMOLED Ultra-Clear 2.5K ขนาดใหญ่ที่มาในรูปทรงรี ที่จะแบ่งเป็นหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 13 นิ้ว และหน้าจอสำหรัยผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 13 นิ้ว รวมไว้เป็นจอเดียกัน ขับเคลื่อนด้วยชิป AMD V2000 มาพร้อมระบบตอบโต้แบบ AI นอกจากนั้นยังได้รับหน้าจอแสดงผลแบบ HUD เสมือนจริงขนาด 25.6 นิ้ว

ส่วนเบาะที่นั่งแถวหลังมาพร้อมเบาะนั่งปรับอุณหภูมิได้พร้อมพนักพิงที่ปรับได้ นอกจากนี้ยังมี กระจกบังแดดแบบไฟฟ้า รวมถึงไฟอ่านหนังสือแบบ LED ที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในชั้น First Class


เบาะที่นั่งสามารถพับลงให้ราบเรียบจนกลายเป็นที่นอนขนาดคิงไซส์ ควีนไซส์ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีช่องเก็บของ 34 ช่องรอวห้องโดยสาร อีกทั้งยังมีช่องเก็บของด้านหน้ารถเมื่อเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้น รวมถึงมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ที่สามารถจุสัมภาระได้ถึง 1,530 ลิตร


ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ SMART #5 ทาง SMART ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับระบบส่งกำลัง แต่จากข้อมูลเบิ้องต้นที่เคบหลุดออกมาจากทาง กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนเผยว่าจะมีจะมีระบบส่งกำลังให้เลือกถึง 4 แบบ ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยวที่วางอยู่คู่ล้อหลัง และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวให้กำลัง 335 แรงม้า
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวให้กำลัง 358 แรงม้า
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อน AWD ด้านหน้าให้กำลัง 221 แรงม้า ด้านหลังให้กำลัง 358 แรงม้า กำลังรวมสูงสุด 579 แรงม้า
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อน AWDด้านหน้าให้กำลัง 221 แรงม้า ด้านหลังให้กำลัง 416 แรงม้า กำลังรวมสูงสุด 638 แรงม้า


แต่ที่ได้รับการยืนยันอย่างแน่นอนนั้นจะเป็นในส่วนของแบตเตอรี่ ที่ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าตัวใหม่นี้จะมากับแบตเตอรี่ขนาด 100 kWh ที่ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 740 กม. และมีเสถาปัตกรรมเทคโนโลยี 800V ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% – 80% ได้ภายในเวลาเพียง 15 นาที


สำหรับรายละเอียดโดยทั้งหมด รวมทั้งราคาจำหน่ายของ SMART #5 คาดจะถูกเปิดเผยอีกครั้งในวันที่ลงโชว์รูมโดยทาง SMART เผยว่าจตะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2025 ที่จะถึง ส่วนการวางจำหน่ายนั้นนอกจากจะทำตลาดในประเทศจีนแล้ว ตลาดยุโรปก็เป็นตลากหลักของทาง SMART #5

ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากมีความคืบหน้า หรือข้อมูลเพิ่มเติมออกมาอย่างไรทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกโดยทันที
