หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง เอ็มจี (ประเทศไทย) ได้ปล่อยภาพ และข้อมูลของตัวของ ALL NEW MG3 HYBRID+ รวมทั้งยังได้เชิญสื่ิอมวลชนเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะกันไปแล้ว ล่าสุดทาง บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เตรียมประกาศเปิดราคา ALL NEW MG3 HYBRID+ อย่างเป็นทางการในตลาดเมืองไทย โดยจะมีขึ้นในวันที่ 20 สิงหาคม 2567 นี้ ลุ้นราคาเริ่มที่ประมาณ 6 แสนบาทนิด ๆ

ชมรายละเอียด และรีวิว ALL NEW MG3 HYBRID+ แบบจัดเต็มได้ที่ → สัมผัสแรก All New MG3 Hybrid+

สำหรับ ALL NEW MG3 HYBRID+ เป็นรถแฮทช์แบ็ค 5 ประตู พิกัด B-Segment เจนเนอเรชันที่ 2 ของทางค่าย MG ที่มาพร้อมงานออกแบบดีไซนใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หน้าจรดท้ายรวมทั้งยังได้รับขุมพลังใหม่

ด้านงานออกแบบ ตัวรถคงสไตล์ราดเปรียวในแบบฉบับของรถแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ด้านหน้ามากับ ชุดไฟหน้า LED แบบใหม่ Hunter Eye Headlamp พร้อมกระจังหน้าแบบใหม่ 
ไฟท้ายได้รับแรงบันดาลใจจากปีกผีเสื้อ ขณะที่เส้นสานตัวรถนั้นเน้นความโค้งมน ส่วนล้ออัลลอยมาในลวดลาย 5 ก้าน ลายใหม่ ขนาด 16 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 195/55 R16 ส่งผลทำให้ตัวรถนั้นมีความคล่องตัวปราดเปรียว ในทุกมุมมอง

ในด้านขนาดมิติตัวรถของ MG3 เจนฯ ใหม่ จะมีความยาว 4,113 มม. กว้าง 1,797 มม. สูง 1,502 มม. มาพร้อมระยะฐานล้อ 2,570 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 117 มม. โดยเมื่อเทียบกับในรถคลาสเดียวกันแล้วถือเป็นรถที่มีความกว้างของตัวรถที่มากที่สุด


ด้านภายในห้องโดยสารถูกออกแบบภายใต้ Modular Concept ตกแต่งด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ ออกแบบคอนโซลที่เล่นระดับให้มีมิติ เพิ่มความหรูหราด้วยภายในแบบทูโทนขาวสลับดำ



แผงคอนโซลหน้ามากับหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้ว รวมถึงระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และกุญแจรีโมทอัจฉริยะแบบ Smart Key

คอนโซลกลางจะติดตั้งชุดเกียร์เป็นแบบมือหมุน Shift By Wire มาพร้อมชุดเบรกมือไฟฟ้า และปุ่ม Auto Brake Hold รวมทั้งยังได้รับแท่นชาร์จสมาร์ต และช่องวางขวดน้ำขนา่ดใหญ่ 2 ช่อง



ห้องโดยสารออกแบบให้มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ห้องสัมภาระด้านท้ายจุได้มากถึง 293 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,037 ลิตร โดยสามารถวางกระเป๋าเดินทางแบบลากขนาดใหญ่ได้ถึง 3 ใบ

ในด้านขุมพลังขับเคลื่อนโดดเด่นด้วยระบบ HYBRID+ กับสมรรถนะอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้าผสานความแรงของและเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรรุ่นใหม่ รวมพละกำลังสูงสุดถึง 194 แรงม้า พร้อมแรงบิด 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ไฟฟ้า EDU 3 ระดับ มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion ความจุ 1.83 kWh

เหนือชั้นด้วย 8 โหมดขับเคลื่อน รวมทุกระบบไฮบริดไว้ได้อย่างลงตัว ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้อย่างราบรื่นในทุกช่วงความเร็ว มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นเสมือนรถไฟฟ้าแต่สามารถเดินทางได้ไกลโดยไม่ต้องชาร์จ

ประสิทธิภาพของ ALL NEW MG3 HYBRID+ ได้รับการการันตีจากสื่อทั่วโลก รวมถึงการทดสอบในประเทศไทยที่สามารถขับด้วยน้ำมันเพียง 1 ถังจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ โดยมีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ยดีที่สุดถึง 26 กม. ต่อลิตร ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงของ เอ็มจี

ด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Torsion Beam มาพร้อมดิสก์เบรกหน้าพร้อมช่องระบายความร้อน และดิสก์เบรกหลัง ส่วนระบบพวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียน ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS)
ในด้านระบบความปลอดภัย มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ซึ่งครอบคลุมระบบความปลอดภัย ADAS เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจำนวน 8 ระบบ พร้อมระบบเบรกอัจฉริยะ (Intelligent Brake System) พร้อมยกระดับการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยกล้องรอบคัน 360 องศาแบบ High Definition

สำหรับราคาจำหน่าย ALL NEW MG3 HYBRID+ ที่ทยอยเปิดตัวในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก สะท้อนถึงความเป็นไฮบริดแฮทช์แบ็คที่เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่คุ้มค่ โดยในสหราชอาณาจักรเปิดตัวที่ราคา 18,495 ปอนด์ หรือประมาณ 845,221 บาท ในรุ่น SE และ รุ่น Trophy ที่ 20,495 ปอนด์ หรือราว 936,621 บาท พร้อมการรับประกัน 7 ปี 80,000 ไมล์ (128,748 กิโลเมตร)

ขณะที่ในประเทศในแถบโซนยุโรปเปิดตัวด้วยราคา 21,490 ยูโร หรือราว ๆ 841,518 บาท ในรุ่น Comfort และ 23,490 ยูโร หรือประมาณ 919,835 บาท ในรุ่น Luxury พร้อมการรับประกัน 7 ปี 150,000 กิโลเมตร

ส่วนในออสเตรเลียราคาอยู่ที่ 30,490 ดอลลาร์ออสเตรเลีย คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 716,237 บาท ในรุ่น Excite และรุ่น Essence 32,574 ดอลลาร์ออสเตรเลียหรือราว 765,192 บาท พร้อมการรับประกัน 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง)

และในฟิลิปปินส์เปิดตัวรถรุ่นนี้ที่ราคา 1,088,888 เปโซฟิลิปปินส์ หรือประมาณ 686,217 บาท (รุ่น Hybrid CVT) พร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ในส่วนของประเทศไทย ALL NEW MG3 HYBRID+ ต้องมารอลุ้นกันว่าจะมีราคาค่าตัวอยู่ที่เท่าไหร่ โดยทาง MG เตรียมเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 20 สิงหาคม นี้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีราคาเริ่มอยู่ที่ราว ๆ 6 แสนกว่าบาท
ทั้งนี้ทั้งนั้นหากมีข้อมูลเพิ่มเติม คืบหน้าออกมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งโดยทันที
