หลังจากที่ปล่อยให้ทาสแมวตั้งหน้าตั้งตารอราคามานาน ล่าสุดทางเกรทวอลล์มอเตอร์ ได้ฤกษ์ประกาศเปิดราคาจำหน่าย ORA 07 แล้วที่ในงาน Motor Expo 2023 เคาะราคาจำหน่ายระหว่าง 1.299 – 1.499 ล้านบาท

สำหรับ ORA 07 นั้น จะเป็นโมเดลที่ 2 ของแบรนด์ ORA ภายใต้เครือ GWM ที่จะทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นรถสปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูง และถือเป็นรุ่น Flagship ของ ORA โดยมีจุดเด่นที่รูปลักษณ์ดีไซน์ที่มีสไตล์โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร พร้อมทั้งสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตไฟฟ้า 100% และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยรอบคัน

ดีไซน์ด้านหน้าใช้การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ของรถซูเปอร์คาร์เพื่อเพิ่มแรงกด (Downforce) ฝากระโปรงหน้าทรงหยดน้ำที่เว้าลงและนูนขึ้นทั้งสองด้าน เมื่อรวมกับไฟหน้าทรงกลมแบบเรโทรทำให้เกิดเป็นความสปอร์ตอย่างเต็มพิกัด

ไฟหน้า Intelligent LED ทรงกลมดีไซน์โดดเด่น มาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และไฟ Follow Me Home

ดีไซน์ด้านข้างได้รับการออกแบบให้หน้าต่างด้านข้างโค้งสูง มีเส้นโดยรอบทั้งคัน เน้นความหรูหราและความสปอร์ตเร้าใจ มาพร้อมหน้าต่างไร้กรอบที่เป็นกระจกแบบ 2 ชั้น เพื่อช่วยในเรื่องการซับเสียง โดยจะเลื่อนลงเมื่อเปิดประตู และเลื่อนปิดโดยอัตโนมัติเมื่อปิดประตู เพิ่มความสปอร์ตไปอีกขั้น
หลังคาแก้วแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย ทำให้ภายในห้องโดยสารดูโปร่ง และกว้างขวางขึ้น มาพร้อมคุณสมบัติช่วยลดแสงและความร้อน พร้อมช่วยดูดซับเสียงภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนภายในห้องโดยสารอีกด้วย

ดีไซน์ด้านหลังแบบ Slip-Back ที่จะช่วยลดแรงต้านลม และช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่ ผสานกับรูปทรงด้านหลังที่โค้งมนอย่างลงตัว มาพร้อมไฟท้ายแบบ LED ในทรงวงรี

นอกจากนั้นยังมากับสปอยเลอร์ไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งให้เปิดเมื่อปลดล็อกรถ หรือกางขึ้นมาเองที่ความเร็ว 70 กม./ชม. ขณะที่ชุดล้ออัลลอยออกแบบเหมือนรูปร่างของอุ้งเท้าแมวมีขนาด 19 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 235/45
ในด้านมิติขนาดตัวรถมีขนาดความยาว 4,871 มม. ความกว้าง 1,862 มม. ความสูง 1,500 มม. และมีระยะฐานล้อยาวถึง 2,870 มม. ในขณะที่ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) อยู่ที่ 125 มม. ภายใต้น้ำหนักตัวถัง 2,115 กก.



ภายในห้องโดยสารมาในแบบสไตล์ Retro แต่แฝงความหรูหรา และไเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอกลางอัจฉริยะแบบสัมผัส ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay, Android Auto, MP5, Bluetooth และระบบนำทาง มาพร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล ขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอ HUD

สำหรับชุดอุปกรณ์ภา่ยในจะได้รับ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบนวดไฟฟ้า และระบบระบายอากาศ โดยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า และระบบ Memory Seat รวมถึงระบบ Welcome Seat ส่วนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง



ระบบเครื่องเสียง Infinity พร้อมลำโพง 11 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์อิสระ, ชุดไฟ Ambient Light มาพร้อมฟังก์ชั่นกระพริบเป็นจังหวะ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมกรองฝุ่น PM2.5 และแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger มาพร้อมระบบ Intelligent Quick Start System เพิ่มความสะดวกสบายให้พร้อมออกเดินทางทันทีเมื่อขึ้นมานั่งที่เบาะคนขับ และเหยียบเบรก

ด้านพละกำลังขับเคลื่อนจะมีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น ได้แก่
- รุ่น Long Range มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ LFP ขนาดความจุ 63.9kWh สามารถขับได้ไกล 555 กม./การชาร์จ ตามมาตรฐาน CLTC
- รุ่น Performance มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขับเคลื่อนสีล้อ 4WD กำลัง 408 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตัน-เมตร มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที แบตเตอรี่ LFP ขนาดความจุ 83.5kWh สามารถขับได้ไกล 600 กม./การชาร์จ ตามมาตรฐาน CLTC
โดยทั้ง 2 รุ่น จะมาพร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมดได้แก่ Narmol, Mode, Sport Mode และ Sport+

ด้านระบบความปลอดภัยจะมาพร้อมระบบความปลอดภัยเวอร์ชั่นล่าสุด พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะ ORA Autopilot 3.0 ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเซ็นเซอร์รอบคัน 28 จุด และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว
ORA 07 จะมีสีภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว, สีเทา และสีม่วง
สำหรับราคาจำหน่าย ORA 07
- รุ่น Long Range ราคาจำหน่าย 1.299 ล้านบาท
- รุ่น Performance ราคาจำหน่าย 1.499 ล้านบาท
