การกลับมาของไอคอนสายลุย บริษัทร่วมทุน Chery-Jaguar Land Rover (JLR) ประกาศเดินหน้าก้าวสำคัญด้วยการเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ใหม่ “Freelander” อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคมนี้ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ “ยุค 2.0” ของการร่วมทุน โดยยกระดับชื่อ Freelander จากที่เคยเป็นเพียงรุ่นรถ ให้กลายเป็น “แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก” ที่แยกตัวออกมาเป็นอิสระ
เป้าหมายหลักของแบรนด์คือการผสานเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อันล้ำสมัยของ Chery เข้ากับความหรูหราและดีเอ็นเอสายลุยออฟโรดของ Jaguar Land Rover โดยชื่อ Freelander นั้นมีตำนานความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เพราะเคยเป็นรถเอสยูวีของ Land Rover ในปี 1997 ที่ขายดีที่สุดในยุโรปถึง 5 ปีซ้อน จากจุดเด่นเรื่องความอเนกประสงค์และการขับขี่แบบ 4×4
ดีไซน์ดุดันสไตล์ ‘Mini-Defender’ รถรุ่นแรกของแบรนด์ Freelander จะมาในรูปแบบรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ขนาดใหญ่แบบ 6 ที่นั่ง จากภาพทีเซอร์และภาพรถพรางตัวก่อนหน้านี้ เผยให้เห็นดีไซน์ทรงกล่องที่ดูบึกบึนและแข็งแกร่ง จนสื่อหลายสำนักยกให้เป็น “Mini-Defender เวอร์ชันจีน” ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมที่ใช้เทคโนโลยีหลอดไฟ LED แบบพิกเซล
ด้านขุมพลัง คาดว่าจะใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว โดยในอนาคตจะมีรุ่นเครื่องปั่นไฟ (EREV) และรุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) ตามมาสมทบด้วย
แพลตฟอร์ม E0X และเทคโนโลยีระดับท็อป ตัวรถถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า E0X ของ Chery และรวบรวมเทคโนโลยีจากซัพพลายเออร์ระดับโลกไว้ในคันเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Huawei Qiankun เจเนอเรชันล่าสุด, แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงจาก CATL และชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับระบบอินโฟเทนเมนต์
เพื่อรองรับการเติบโต บริษัทได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 3 พันล้านหยวน (ราว 1.5 หมื่นล้านบาท) อัปเกรดโรงงานให้เป็นสายการผลิต NEV อัจฉริยะ พร้อมจัดตั้งศูนย์วิจัยและออกแบบทั้งในเซี่ยงไฮ้และเมืองเกย์ดอน ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันแบรนด์ Freelander ได้เซ็นสัญญากับดีลเลอร์ไปแล้วกว่า 60 แห่งใน 50 เมืองทั่วประเทศจีน เตรียมพร้อมลุยตลาดอย่างเต็มกำลัง

