ดีเดย์มีนาคมนี้ พร้อมราคาที่ขยับขึ้น Xiaomi ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะเปิดตัวซีดานไฟฟ้า SU7 รุ่นอัปเกรดใหม่ในเดือนมีนาคมนี้ โดยเร่งกำลังการผลิตเพื่อให้ได้ 16,000 คันภายในเดือนเดียว และพร้อมส่งมอบทันทีหลังเปิดตัว อย่างไรก็ตาม Lei Jun ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Xiaomi ยอมรับว่าต้นทุนการผลิตของรุ่นใหม่นี้สูงขึ้นมาก ส่งผลให้ต้องมีการปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 229,900 – 309,900 หยวน (ประมาณ 1.08 – 1.46 ล้านบาท) ซึ่งทางซีอีโอมั่นใจว่าลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีและความปลอดภัยที่อัดแน่นมาให้
ยกระดับความปลอดภัย ให้ LiDAR เป็นมาตรฐานทุกรุ่น เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาด EV ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด Xiaomi ตัดสินใจใส่เซนเซอร์ LiDAR และเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 4D มาให้เป็น “อุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย” ทำงานร่วมกับชิปประมวลผล 700 TOPS ทำให้ระบบช่วยขับขี่ทำงานได้แม่นยำแม้ในที่แสงน้อยหรือมีหมอกควัน ด้านความปลอดภัยเชิงโครงสร้างก็ถูกอัปเกรดชุดใหญ่ ด้วยการเพิ่มถุงลมนิรภัยเป็น 9 ใบ คานประตูเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงพิเศษ 2,200 MPa และโครงสร้างนิรภัย Roll cage ในตัว
สถาปัตยกรรม 897V และระยะทางวิ่งทะลุ 900 กม. 2026 Xiaomi SU7 แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Standard, Pro และ Max โดยทุกรุ่นเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ V6s-Plus รุ่น Standard และ Pro จะใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 752V ทำระยะทางวิ่งได้ 720 กม. และ 902 กม. (CLTC) ตามลำดับ
ส่วนรุ่นท็อปอย่าง SU7 Max จะขยับไปใช้สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง 897V ทำระยะทางวิ่งได้ 835 กม. และรองรับการชาร์จความเร็วสูงพิเศษ ชาร์จเพียง 15 นาที วิ่งต่อได้ถึง 670 กม. นอกจากนี้ ในรุ่น Pro และ Max ยังได้อัปเกรดช่วงล่างเป็นแบบถุงลมห้องคู่ (Dual-chamber air suspension) พร้อมโช้คอัพไฟฟ้า CDC อีกด้วย
ปรับดีไซน์ เติมความสปอร์ต ภายนอกยังคงรูปทรง Fastback สุดโฉบเฉี่ยว แต่ปรับกระจังหน้าใหม่ให้ซ่อนเรดาร์ได้เนียนขึ้น ไฟหน้าทรงหยดน้ำส่องสว่างไกลถึง 400 เมตร มาพร้อมสีตัวถังใหม่ น้ำเงิน Capri Blue และแดง Chixia Red ใส่ล้อขนาด 20 นิ้ว ยางหน้า-หลังขนาดต่างกัน (Staggered tyres) จับคู่กับคาลิปเปอร์เบรก 4 พอตสีแดง ส่วนภายในห้องโดยสารมาในธีมสีเข้ม ปรับดีไซน์พวงมาลัยและคอนโซลใหม่ พร้อมลวดลายการเย็บเบาะที่ดูพรีเมียมยิ่งขึ้น
