in , ,

ข้ามสายพันธุ์! ผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่น Dreame เผยโฉม Nebula Next 01X ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า 1,875 แรงม้า

แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังโดดร่วมวงการ EV จัดเต็มสเปกรถต้นแบบสุดโหด แบตเตอรี่ Solid-state มอเตอร์ 4 ตัว เร่ง 0-100 ใน 1.8 วินาที พร้อมชิปขับขี่อัตโนมัติขนาด 2nm

เมื่อแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าขอท้าชนค่ายรถยนต์ เส้นแบ่งระหว่างอุตสาหกรรมไอทีและยานยนต์เริ่มเลือนรางลงทุกที ล่าสุดในงาน 2026 Appliance & Electronics World Expo (AWE) ค่าย Dreame ซึ่งโด่งดังระดับโลกจากการผลิตเครื่องดูดฝุ่นและเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ Nebula Next 01X ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกภายใต้โปรเจกต์ “Starry Sky Plan” โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะท้าชนกับ Xiaomi SU7 และแบรนด์รถหรูจากยุโรป

ขุมพลัง Solid-State ทะลุ 1,875 แรงม้า Nebula Next 01X ไม่ใช่แค่รถโชว์ดีไซน์ แต่พกสเปกที่ทำให้วงการรถยนต์ต้องมองค้อน Dreame ยืนยันว่ารถคันนี้จะใช้เซลล์แบตเตอรี่แบบ All-Solid-State ความจุ 60Ah ที่สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้เป็นครั้งแรกของโลก ให้ความหนาแน่นของพลังงานสูงถึง 450 Wh/kg

เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว (Quad-motor) รถคันนี้จะรีดพละกำลังรวมได้มหาศาลถึง 1,399 kW (ประมาณ 1,875 แรงม้า) ในรุ่น Ultra-Luxury สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.8 วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรุ่น EREV (เครื่องยนต์ปั่นไฟ) ที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 550 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC)

ช่วงล่างแม่เหล็กไฟฟ้า และระบบขับขี่อัตโนมัติ L4 เพื่อรองรับความแรงระดับไฮเปอร์คาร์ ตัวรถใช้แชสซีอัจฉริยะที่มาพร้อมระบบกันสะเทือนแม่เหล็กไฟฟ้า (EMAD) ซึ่งตอบสนองได้เร็วกว่าโช้คอัพถุงลมแบบเดิมถึง 10 เท่า ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนเปียกและความนิ่งขณะเข้าโค้งได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้านสมองกล ตัวรถติดตั้งฮาร์ดแวร์รองรับระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 (L4) ประมวลผลด้วยชิปเซ็ตสถาปัตยกรรม 2nm ที่มีความเร็วสูงถึง 2,000 TOPS พร้อมระบบเบรกไฟฟ้าอัจฉริยะ (EMB) ที่ตอบสนองได้ในเวลาไม่ถึง 80 มิลลิวินาที

ดีไซน์ Fastback และแผนผลิตจริงปี 2027 แม้จะถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถเอสยูวี แต่สัดส่วนจริงของ Nebula Next 01X ออกไปทางรถ Fastback ทรงยกสูง (คล้ายคลึงกับ Polestar 2) เพื่อผลด้านอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม โดย Dreame วางแผนที่จะใช้โมเดลการจ้างผลิต (Contract Manufacturing) เพื่อลดข้อจำกัดด้านโรงงาน และเตรียมใช้ช่องทางหน้าร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่กว่า 6,500 แห่งทั่วโลก เป็นฐานในการต่อยอดเปิดโชว์รูมรถยนต์ โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มผลิตเพื่อจำหน่ายจริงภายในปี 2027