จากแฮทช์แบ็กยอดฮิต สู่ครอสโอเวอร์สายลุย MG ประกาศขยายไลน์อัปตระกูลรถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมอย่างเป็นทางการ ด้วยการเผยโฉม MG4X ซึ่งถือเป็นรถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่แตกไลน์มาจาก MG4 โดยตัวอักษร “X” สื่อถึง “ความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด” เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ การปรับเปลี่ยนรูปทรงจากแฮทช์แบ็กมาเป็นรถครอสโอเวอร์ในครั้งนี้ เป็นหมากสำคัญที่ MG หวังใช้เพื่อสู้ศึกในตลาดเอสยูวีที่มีการแข่งขันสูง โดยมีเป้าหมายท้าชนคู่แข่งสายตรงอย่าง BYD Atto 2
ดีไซน์เฉียบคม ยกสูงสไตล์เอสยูวี MG4X ยังคงรักษาเส้นสายความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล MG4 เอาไว้ แต่เพิ่มความบึกบึนในสไตล์รถอเนกประสงค์ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยโลโก้แบรนด์แบบเรืองแสง รับกับแถบไฟ LED คาดยาว (Through-type) และกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยว ด้านข้างมีเส้นสายตัวถังที่คมชัด พร้อมยกความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) ขึ้นตามสไตล์เอสยูวี ส่วนด้านท้ายคาดว่าจะยังคงใช้ไฟท้ายแบบพาดยาวที่คุ้นเคยกันดีจากรุ่นแฮทช์แบ็ก
ชูโรงด้วยแบตเตอรี่ Liquid-Solid State ไฮไลต์สำคัญที่สุดของ MG4X คือเทคโนโลยีแบตเตอรี่ รถรุ่นนี้จะใช้แบตเตอรี่แบบกึ่งแข็ง (Liquid-solid-state) ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งเปิดตัวไปใน MG4 Anxin Edition แบตเตอรี่ชนิดนี้มีส่วนประกอบของอิเล็กโทรไลต์เหลวเพียง 5% เท่านั้น ทำให้มีความเสถียรทางความร้อนสูงมาก ลดความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้ และทำงานในสภาพอากาศหนาวเย็นได้ดีขึ้น โดยสามารถทำระยะทางวิ่งได้สูงสุด 510 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC)
ห้องโดยสารอัจฉริยะจาก Oppo และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง แม้จะยังไม่มีภาพภายในแบบเต็มๆ แต่ MG ยืนยันแล้วว่า MG4X จะมาพร้อมห้องโดยสารอัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกับบริษัทไอทีระดับโลกอย่าง Oppo โดยมีระบบ “Hand-Car Interconnection” ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอรถยนต์ได้อย่างไร้รอยต่อและไม่มีอาการหน่วง
นอกจากนี้ยังจับมือกับ Horizon Robotics เพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัย โดยติดตั้งระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติบนทางด่วน (NOA) และระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ ซึ่งทาง MG เคลมว่าให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับราคาเดียวกัน
