เปิดฉากไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก FIM MotoGP™ 2026 นัดเปิดฤดูกาล รายการ ‘PT Grand Prix of Thailand’ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในปีนี้ทำสถิติยอดผู้ชมสูงสุดในรอบ 7 ปี

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความคึกคักและสีสันอย่างกิจกรรม “Tuk Tuk Challenge” ที่นำนักแข่งมาสัมผัสซอฟต์พาวเวอร์ไทย ความท้าทายที่แท้จริงของทีมแข่งคือ “สภาพอากาศ” ที่ร้อนจัดจนอุณหภูมิพื้นผิวแทร็ก (Track Temperature) พุ่งทะลุไปถึง 58 องศาเซลเซียส การบริหารจัดการยางจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการชี้วัดชัยชนะ

ไฮไลต์เทคโนโลยียาง Michelin ในศึก Thai GP 2026:
-
โครงสร้างยางหลังแบบเสริมแรง (Reinforced Structure): เพื่อรับมือกับความร้อนและแรงกระชาก Michelin ได้นำเสนอยางหลังที่ปรับโครงสร้างใหม่ ซึ่งผ่านการทดสอบมาแล้วว่าสามารถลดอุณหภูมิขณะใช้งานลงได้ถึง 15 องศาเซลเซียส ช่วยรักษาความเสถียรและประสิทธิภาพการยึดเกาะตลอดการแข่งขัน
-
ตัวเลือกที่ยืดหยุ่นขึ้น: ปีนี้ Michelin ปรับลดจำนวนสเปกยางลง แต่เพิ่มความครอบคลุมในการใช้งาน โดยมียางหน้าและยางหลังให้เลือก 2 คอมปาวนด์ (Soft และ Medium) ทั้งในรุ่นพาวเวอร์ สลิค (สำหรับแทร็กแห้ง) และพาวเวอร์ เรน (สำหรับแทร็กเปียก) เปิดโอกาสให้นักแข่งวางกลยุทธ์ได้อิสระมากขึ้น
-
ทีมสนับสนุนเต็มพิกัด: ตลอดสุดสัปดาห์ มีทีมงานปฏิบัติการของ Michelin ถึง 24 ชีวิต คอยประกบทีมแข่งเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และให้คำแนะนำการเซ็ตอัพรถอย่างแม่นยำ
วิสัยทัศน์ผ่านสนามแข่ง (We Race for Change) การพัฒนายางสำหรับสภาพแวดล้อมสุดขั้วใน MotoGP ไม่ได้เป็นไปเพื่อชัยชนะเท่านั้น แต่ Michelin ยังใช้ข้อมูลภาคสนามเหล่านี้เป็นตัวเร่งพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่ยั่งยืน (Sustainable Innovation) เพื่อต่อยอดเป็นยางสมรรถนะสูงสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั่วไปในอนาคต ที่ทนทาน ปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ หลังจบศึกที่บุรีรัมย์ คาราวาน MotoGP จะเดินทางต่อไปแข่งขันที่เมืองกอยาเนีย ประเทศบราซิล ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญของเทคโนโลยียางบนสภาพสนามรูปแบบใหม่
