Audi ประกาศเปิดตัวรถยนต์ระดับสมรรถนะสูง 2027 Audi RS5 เจเนอเรชันใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการนำขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มาใช้เป็นครั้งแรกในรหัส RS ซึ่งมีให้เลือกทั้งตัวถังซีดาน (Sedan) และแวกอน (Avant) เพื่อท้าชนกับคู่แข่งในตลาดอย่าง Mercedes-AMG E53 และ BMW M3
ขุมพลัง PHEV 630 แรงม้าที่ทรงพลังยิ่งขึ้น หัวใจหลักของ RS5 ใหม่ ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 2.9 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ได้รับการปรับปรุงชิ้นส่วนใหม่จนรีดพละกำลังเฉพาะเครื่องยนต์ได้ถึง 503 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 175 แรงม้า เมื่อผสานการทำงานทั้งระบบจะให้กำลังสูงสุดถึง 630 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 824 นิวตัน-เมตร (608 lb-ft) * อัตราเร่ง: สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.6 วินาที

-
แบตเตอรี่และระยะทาง: ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 25.9 kWh (ใช้งานได้จริง 22.0 kWh) สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสุดประมาณ 86 กิโลเมตร รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11 kW ใช้เวลาชาร์จเต็ม 2.5 ชั่วโมง
เทคโนโลยี Dynamic Torque Control ล่าสุด จุดเด่นสำคัญอีกประการคือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ที่ถูกยกระดับไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยี Dynamic Torque Control ซึ่งเป็นระบบกระจายแรงบิดด้วยระบบไฟฟ้า-กลไก (Electro-mechanical) ที่เพลาหลัง เทคโนโลยีนี้สามารถปรับสมดุลแรงบิดระหว่างล้อหลังซ้าย-ขวาได้อย่างอิสระและฉับไวในความถี่ 200 Hz หรือทุกๆ 5 มิลลิวินาที ทำให้ตัวรถควบคุมได้เฉียบคม ทรงตัวได้ดีเยี่ยม และสามารถเข้าสู่โหมด “ดริฟต์” (RS Torque Rear) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดีไซน์ดุดันและเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ มิติตัวถังของ 2027 RS5 ถูกขยายให้กว้างขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐานถึง 3.5 นิ้ว ทำให้รถมีซุ้มล้อที่ดูบึกบึน (Widebody) แม้ว่าการเพิ่มระบบไฮบริดและแบตเตอรี่จะทำให้น้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2,355 กิโลกรัม แต่ Audi ได้ชดเชยด้วยการอัปเกรดช่วงล่าง RS sport พร้อมโช้คอัพแบบ Twin-valve และมีออปชันระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกให้เลือก
ภายในห้องโดยสารจัดเต็มด้วยเทคโนโลยีหน้าจอ 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย มาตรวัดดิจิทัล 11.9 นิ้ว, หน้าจอกลาง 14.5 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสาร 10.9 นิ้ว พร้อมซอฟต์แวร์วิเคราะห์เส้นทาง จับเวลาต่อรอบสนาม และระบบวิเคราะห์องศาการดริฟต์
ราคาและกำหนดการวางจำหน่าย 2027 Audi RS5 จะเริ่มเปิดรับจองในยุโรปช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นในประเทศเยอรมนีคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.25 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้า) สำหรับรุ่น Sedan และ 127,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับรุ่น Avant


