GWM ในประเทศจีน ได้ขยายไลน์อัพของ Haval H9 รถเอสยูวีรขนาดใหญ่ของางแบรนด์ด้วยการเปิดตัว GWM Haval H9 Crossing Edition เอสยูวีสายลุยสายพันธุ์ออฟโรดขนาดแท้ ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่จาก Haval H9 รุ่นมาตรฐายน เน้นความสามารถในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด ให้มากกว่าเดิม มาพร้อมขุมพลังดีเซล และถังน้ำมันเชื้่อเพลิงแบบคู่ ที่ใมีความขนาดความจุมากถึง 131 ลิตร

เปิดราคาไว้ที่ 257,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.14 ล้านบาท โดยในช่วงเปิดตัวทางบริษัทเปิดราคาช่วงแนะนำแบบมีเวลาจำกัดไว้ที่ 232,900 หยวน หรือราว ๆ 1.03 ล้านบาท เท่านั้น

สำหรับ Haval H9 Crossing Edition จะได้รับการอัปเกรดในด้านรูปลักษณ์ภายนอกในหลาย ๆ ส่วน เริ่อ่มจากตัวถังจะมากับเฉดสีเทาพิเศษ ที่ถูกพ่นออกมาจากดรงอออกมาจากโรงงานผลิต เสริมลคุออฟโรดด้วยยางออฟโรดขนาด 265/65 R18


นอกจากนั้นปรับความสูงจากพื้นเพิ่มขึ้น 30 มม. เมื่อเทียบกับ H9 ดีเซลรุ่นปกติ ทำให้มีระยะห่างจากพื้นต่ำสุดที่ 235 มม. มาพร้อมมุมเข้าและมุมออกอยู่ที่ 33 องศาและ 26 องศา ตามลำดับ ขณะที่มุมคร่อมตามแนวยาวอยู่ที่ 25 องศา รวมทั้งยังช่วยในเรื่องความสามารถในการลุยน้ำลึกไว้สุงถึง 800 มม.

โดยในด้านขนาดมิติตัวรถถังของ H9 Crossing Edition ยังคงเท่ากับในรุ่นมาตรฐาน โดยมีความยาว 5,070 มม. กว้าง 1,976 มม. สูง 1960 มม. และมีระยะฐานล้อ 2850 มม.

ขณะที่ในส่วนรูปปลักษณ์หน้าตานั้นก็ยังคงความหล่อเหลาไว้เช้นเดิมด้วยสไตล์แบบเรโทร โครงสร้างตัวนถุมาในแบบ body-on-frame มาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ปรับเปลี่นเฉดสีใหใ่จากโครเมียม มาเป็นแบบรมดำ มาพร้อมตราโลโก้ HAVAL อยู่ตรงกลาง ขนาบข้างทั้ง 2 ฝั่งด้วยกรอบชุดไฟหน้าทรงเหลี่ยม โดยมีไฟ LED DRL ทรงกลมอยู่ด้านใน ขณะทีไฟส่องสว่างนั้นจะเป็นกรอบสี่เหลี่ยมวางอยู่ด้านในสุด .

พร้อมตกแต่งขอบหน้าต่างบานข้างด้วยชิ้นงานสีดำ นอกจากนั้นยังติดตั้งบันไดข้าง และราวแล็คหลังคาตามแบบฉบับรถออฟโรด

ส่วนด้านท้ายติดตั้งไฟ LED ทรงสี่เหลี่ยมที่เรียงแบบแนวตั้ง ประตูท้ายเปิดด้านข้าง มาพร้อมกล่องใส่ของเนอประสงค์ทรงเหลี่ยม ที่ทำออกมาให้ดูเหมือนกับเป็นที่ใส่ล้ออะไหล่ วางที่อยู่ด้านหลัง พร้อมประทับตราโลโก้ชื่อแบรนด์สีเงินคาดไว้ตรงกลาง

ส่วนภายในของรุ่น Crossing Edition นั้นยกชุดมาจากในรุ่นมาตรฐานมาทั้งหมด โดยจะมีทั้งแบบในรุ่น 5 และ 7 ที่นั่ง เบาะนั่งจะถูกหุ้มด้วยหนังเทียม ที่มาพร้อมฟังก์ชันทำความร้อน ระบายอากาศ และนวด (เฉพาะเบาะคู่หน้า)

แผงแดชบอร์ดจะได้รับการติดตั้งหน้าจอมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัลทรงสี่เหลี่ยมขนาด 10.25 นิ้ว ที่วางแบบลอยตัวอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันขนาดใหญ่แบบ 3 ก้าน มาพร้อมหน้าจอควบคุมกลางแบบสัมผัสที่วางแบบลอยโดยมีขนาดใหญ่ถึงขนาด 14.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 พร้อมรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay, Android Auto, Bluetooth, ระบบนำทาง, และแสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ พร้อมยังรองรับการอัปเดต FOTA อีกทั้งยังได้รับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้า HUD และช่องปรับอากาศทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ด้านคอนโซลกลางออกแบบให้มีพิ้นที่ขนาดใหญ่ โดยจะได้รับการติดตั้งคันเกียร์ขนาดใหญ่ พร้อมปุ่มควบคุมสั่งงานภายในรถจำนวนมาก มาพร้อมเบรกมือไฟฟ้ากับ Auto Hold และแท่นชาร์จมือถือไร้สายที่มาให้ 2 ช่อง

นอกจากนี้ยังยังมาพร้อมระบบสั่งงานจากสมาร์ตโฟน ทั้งการสตาร์ทรถจากระยะไกล รวมถึงการสั่งเปิดระบบปรับอากาศ และหลังซันรูฟ และยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงอาทิ สั่งงานเกี่ยวกับระบบมัลติมีเดีย, ระบบนำทาง, การใช้โทรศัพท์, เปิด-ปิดระบบปรับอากาศ, เปิด-ปิดหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา, เปิด-ปิดหน้าต่าง และการปรับเบาะ เป็นต้น

ในด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายของในรุ่น 5 ที่นั่ง จะมีความจุอยู่ที่ 791 ลิตร อีกทั้งยังสามารถขยายได้ถึง 1,814 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่สองลง ซึ่งสามารถวางกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วได้ 1 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้ว 2 ใบ และกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว 2 ใบ นอกจากนี้ทางเกรทวอลล์มอเตอร์ยังได้ออกแบบให้มีช่องเก็บของตามส่วนต่าง ๆ ภายในรถที่มากถึง 45 ช่อง

ขุมพลังขับเคลื่อนของ Haval H9 Crossing Edition ยังคงเป็นสเปคเดียวกับ H9 รุ่นมาตรฐาน ที่มากับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.4 ลิตร ให้กำลัง 137 kW / 184 แรงม้า ให้แรงบิดมากถึง 490 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบออนดีมานด์ BorgWarner TOD พร้อมเฟืองท้ายล็อกหน้า และหลังเป็นอุปกรณ์เสริม รวมทั้งยังได้รับโหมดการขับขี่ใหม่ 2 โหมด ได้แก่ โหมด Rock Mode (ปีนหิน) และ Expert Mode (โหมดผู้เชี่ยวชาญ)

นอกจากนั้น H9 Crossing Edition ยังเพิ่มความพิเศษด้วยการติดตั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิงแบบคู่ ที่มีความจุรวม 131 ลิตร โดยทาง Haval (ฮาวาล) เคลมไว้ว่าจะมีให้ระยะทางขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 1400 กม.



ส่วนระบบความปลอดภัย และชุดอุปกรณ์ช่วยเหลือในการขับขี่ของ H9 Crossing Edition จะมากับระบบช่วยเหลือการขับขีื่ฟังก์ชันอัตโนมัติ Level 2 พร้อมล้องบันทึกภาพด้านหน้า แต่ก้มีบางอย่างที่ถูกยกเลิก และตัดออกไปอันได้แก่ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ, ชุดไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร และกล้องมองรอบทิศทาง 360 องศา

สำหรับ H9 Crossing Edition พร้อมเปิดวางขายแล้วในจีน โดยจะเข้ามาท้าชนแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดที่ประเทมศจีนทั้ง Fangchengbao Bao 5 และ Beijing BJ60
