ที่ภายในงาน Motor Expo 2025 ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ย. นี้ ทางค่ายรถจีนอย่างทาง MG ประเทศไทย เตรียมนำรถรุ่นใหม่เข้ามาโชว์ตัวภายในงานนี้ถึง 2 รุ่น พร้อม ๆ กัน หนึ่งในนั้นก็คือ MG MAXUS eTerron 9 รถยนต์ในไฟฟ้า ที่มาในรูปแบบรถกระบะ ที่ซึ่งกำลังมีกระแสอยู่ในตอนนี้ นับตั้งแต่ทาง โตโยต้าเปิดตัว HILUX TRAVO-e กระบะไฟฟ้ารุ่นแรกของ HILUX ออกมา

สำหรับ MAXUS eTerron 9 เป็นรถที่อยู่ในแบรนด์ MAXUS ซึ่งเป็นซับแบรนด์ที่อยู่ในสังกัดของทาง SAIC ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันกับ MG โดยถูกเปิดตัวครั้งแรกในตลาดยุโรปเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา ชูจดเด่นจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในรูปแบบรถกระบะ และถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้าโดยเฉพาะ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ให้กำลัง 436 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตขนาด 102 kWh โดยทางผู้ผลิตเคลมว่าจะวิ่งถึง 430 กม.

ในด้านงานออกแบบของ MG MAXUS eTerron 9 จะมากับแชสซีซ์แบบ Semi-monocoque ที่เป็นการผสมผสานข้อดีของทั้งโครงสร้างแบบยูนิบอดี และโครงสร้างแบบตัวถังบนเฟรมเข้าด้วยกัน โดยตัวโครงสร้างตัวรถนั้นถูกผลิตขึ้นจากวัสดุเหล็ก Ultra-high-strength


สำหรับงานดีไซน์มาพร้อมภาษาการออกแบบที่เรียกว่า “New Electrified Mecha” กระจังหน้ารถเป็นแบบปิดทึบพร้อมติดตรา MAXUS ไว้ตรงกล่ง ขนายข้างดวนชุดไฟหน้า LED ทั้งระบบโดยมีไฟ DEL LED เป็นเป็นรูปตัว C อยู่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง อีกทั้งยังมีช่องเก็บของด้านหน้าที่เปิดด้วยระบบไฟฟ้า โดยมีความจุมากถึง 236 ลิตร

นอกจากนั้นในส่วนของตัวถังจะถูกประกอบขึ้นจากชิ้นงานที่เป็นพลาสติกที่ทนต่อรอยขีดข่วน มาพร้อมฝากระบะท้ายที่เป็นไฟฟ้า อีกทั้งยังออกแบบในส่วนผนังกั้นห้องโดยสารด้านหลังกับตัวกระบะท้ายสามารถเปิดพับเก็บได้ ซึ่งช่วยให้วางของที่มีคาวมยาวได้มากถึง 2,400 มิลลิเมตร

ขณะที่ในด้านมิติตความยาวของตัวรถนั้น eTerron 9 รถกระบะไฟฟ้าของทาง Maxus จะมีความยาวมากถึง 5,500 มม.

ด้านภายในห้องโดยสารดีไซน์ด้วนความทันสมัย ดูพรีเมียมมากกว่ารถกระบะทั่ว ๆ ไป ตกแต่งภายในแบบสีทูโทน พร้อมวัสดุหนังแบบบุนุ่ม ตัวเบาะที่นั่งปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง (ด้านผู้ขับขี่) มาพร้อมฟังก์ชันนวด และระบบระบายอากาศ นอกจากนั้นเบาะคู่หน้า ยังสามารถปรับเอนราบต่อติดกับเบาะด้านหลังกให้กลายเป็นพื้นที่นินขนาดยาวถึง 1,700 มม.

ในส่วนแผงแดชบอร์ดจะได้รับการติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 2 ก้าน ทรง D-Shape มาพร้อมหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ โดยแบ่งเป็นห้าจอแสดงข้อมูงบการขับขี่ และหน้าจออินโฟเทนเมนท์ กรอบช่องแอร์ตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม



คอนโซลกลางออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มาพร้อมแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้สาย 2 ตำแหน่ง โดยจะถูกคั้นกลางไว้ด้วยสวิทช์ปรับตำแหน่งเกียร์ นอกจากนั้นยังออกแบบภายในให้มีช่องเก็บของแบบเล็ก ๆ น้อยได้มากถึง 20 ตำแหน่ง

eTerron 9 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้าโดยเฉพาะ ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนจะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่โดยแบ่งเป้นมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าที่ให้กำลัง 170 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหลังให้กำลัง 272 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุด 442 แรงม้า มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่รองรับการขับขี่ทั้งแบบ On-road และ Off-road ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.8 วินาที และมีพละกำลังในการลากจูงอยู่ที่ 3,500 กก.

ตัวรถมาพร้อมระบบ All-terrain System (ATS) ที่มีโหมดการขับขี่ให้เลือก เช่น Normal, Mud และ Sand รวมถึงผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าต่างๆ เองได้ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัย, กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า, ระบบควบคุมเสถียรภาพ, ระบบกู้คืนพลังงาน

สำหรับชุดแบตเตอรี่จะเป็นแบบ Lithium Iron Phosphate ที่ขนาดความจุ 102 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทางไกล 430 กม. (WLTP) รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ขนาด 115 kW ให้กำลังไฟจาก 20% – 80% ในเวลา 40 นาที มาพร้อมฟังก์ชัน Vehicle to Load ที่มีช่องจ่ายไฟขนาด 2.2 kW ติดตั้งบริเวณฝากระโปรงหน้า และกระบะท้าย และรองรับอุปกรณ์จ่ายไฟขนาด 6.6 kW

ด้านระบบช่วงล่างเป็นแบบ Multi-link พร้อมโช้กอัปถุงลมไฟฟ้า ที่ปรับระดับความสูงได้ อีกทั้งยังสามารถลดระดับความสูงของกระบะท้ายได้สูงสุด 60 มม. โดยตัวรถจะรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 620 กก.

สำหรับการมาของ MG MAXUS eTerron 9 รถกระบะไฟฟ้า ครั้งนี้ในตลาดเมืองไทย ต้องมาดูกันว่าจะเป็นการนำโชว์ตัวเพื้อให้รู้ว่าทางแบรนด์ก้มีของ หรือจะนำมาโชว์เพื่อเตรียมทำตลาดในไทย วันที่ 28 พ.ย. นี้ ที่ภายในงาน Motro Expo 2025 ได้ทราบกันอย่างแน่นอน ?
ทั้งนี้หากมีข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมออกมมาอย่างไรทางทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายานงให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง…ครับ
