มาสด้า ประเทศไทย เผยทีเซอร์แรกของ ALL-ELECTRIC Mazda 6e ซีดานไฟฟ้า 100% ในไทย ออกมาแล้วก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย วนที่ 28 พฤศจิกายน นี้ ที่ในงาน Motor Expo 2025

สำหรับ Mazda 6e จะเป็นรถ 1 ใน 5 รถรุ่นใหม่ที่ทาง มาสด้า ประเทศไทย เคยประกาศไว้ว่าจะเปิดตัวในประเทศไทยภายใน 3 ปี โดยจะเป็นรถที่นำเข้าจากประะเทศจีน โดยจะเป็นผลงานการร่วมทุนกันระหว่าง Mazda และ ChangAn 
Mazda 6e นั้นถูกเปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีนในชื่อ Mazda EZ-6 ที่มีให้เลือกทั้งขุมพลัง EV ไฟฟ้า 100% และ EREV รุ่นขยายระยะทาง ต่อมาในช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านาก็ถูกเปิดตัวในตลาดยุโรป ที่งาน Brussels Motor Show 2025 ด้วยชื่อใหม่สำหรับตลาดนอกประเทศจีน ” Mazda 6e “ และจะมีขุมพลังเฉพาะไฟฟ้า 100% เท่านั้น


Mazda 6e หรือ Mazda EZ-6 ถูกพัฒนา และสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Deepal L07 ในด้านรูปลักษณ์หน้าตาจะมาพร้อมปรัชญาการออกแบบ ‘Soul of Motion‘ ของทาง Mazda กระจังหน้ามาในทรง Signature Wing ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางมาสด้า แต่ปรับให้เป็นแบบปิดทึบ ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ตรงกลางติดตรามาสด้ แบบเรืองแสง ที่จะเป็นเม็ดสีแบบนาโน เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับรูปลักษณ์ โดยสามารถปรับเปลี่ยนสีได้ 2 สี ได้แก่ สีเทา Moon Grey และ สีทอง Radiant Gold ซึ่งใช้เม็ดสีระดับนาโนเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับรูปลักษณ์

ส่วนด้านข้างตัวกระจังหน้ามาพร้อมไฟเมทริกซ์แบบเรืองแสงเช่นกัน โดยมีไฟหน้า LED ทรงเพรียวบาง โดยทาง Mazda เรียกกลุ่มไฟ LED ว่า Wings of Light อีกทั้งยังเสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งขอบชายล่างรอบคันด้วยเส้นสายโครเมียม


เส้นสายด้านข้างตัวรถจะจะมาพร้อมกับความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่กรอบกระจกบานข้าง นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับประตูแบบไร้กรอบ และมือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ที่รัดด้วยยางขนาด 245/45 R19


ด้านท้ายของ Mazda 6e จะมาในแบบลาดเทตามสไตล์รถคูเป้ มากับชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดเต็มพื้นที่ ด้านในยังคงเอกลักษณ์ของทางมาสด้าไว้ ด้วยชุดไฟท้ายแบบทรงกลม มาพร้อมสปอยเลอร์ท้ายในตัว โดยเป็นแบบแอฟทีฟ

ในด้านขนาดตัวรถของจะมีความยาว 4,921 มม. ความกว้าง 1,890 มม. ความสูง 1,485 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2895 มม.




ภายในห้องโดยสาร จากภาพจะมาในเฉดสีน้ำตาล / ดำ มาพร้อมงานออกแบบมาในสไตล์มินิมอลที่เรียบหรู ลดการใช้ปุ่มสั่งงานต่าง ๆ โดยในแผงแดชบอร์ดจะได้รับการติตดั้งแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.2 นิ้ว ที่ถูกฝั่งไว้บนแผงคอนโซลหน้ามาพร้อมปีกบังแดดที่ด้านบน อีกทั้งยังได้รับหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางแบบลอยตัว




ส่วนช่องแอร์ออกแบบให้มาในทรงเรียวเล็ก โดยคู่กลางจะวางอยู่ใต้หน้าจออินโฟรเทนเมนต์ มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง D-Shape ที่หุ้มด้วยหนังแบบทูโทน

ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยุ๋ที่ 479 ลิตร และสามารถเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,174 ลิตร เมื่พับเบาะลง อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บของด้านหน้าที่มีความจุ 99 ลิตร


ด้านระบบระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมาระบบช่วยเหลือการขับขี่ L2.5 อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน, ระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าพร้อม Stop & Go, ระบบช่วยเตือนหากเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ



ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบช่วยแจ้งเตือนมุมอับสายตา, ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลื่อนเลน, ระบบช่วยเตือนเหากเสี่ยงต่อการโดนชนดา้นหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถมาในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถมาในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนประตูขณะเปิด, ไฟสูงอัตโนมัติ และระบบช่วยเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า


ในด้านพละกำลังขับเคลื่อน Mazda 6e สเปคที่จะนำมาเข้ามาในตลาดประเทศนั้น คาดว่าจะมีเฉพาะขุมไฟฟ้ 100 % เท่านั้น ซึ่งถ้าอ้างอิงจากเวอร์ชันที่เปิดตัววางจำหน่ายในจีน จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่ที่คู่ล้อหลัง โให้กำลัง 190 kW / 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร โดยความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 170 กม./ชม. มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ไอออนฟอสเฟตที่มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 56.1 kWh และ 68.8 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทาง 480 กม. และ 600 กม. ตามลำดับ CLTC)

ขณะที่สเปคที่จะวางขายในยุโรปจะมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Standard Range และ Long Range
- รุ่น Standard Range จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 190 kW / 255 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด จะอยู่ที่ 175 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP ความจุ 68.8 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 483 กม.
- รุ่น Long Range จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 177 kW /241 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.8 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion NMC ที่มีความจุ 80 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 555 กม.

ส่วนสเปคที่จะนำเข้ามาขายในตลาดเมืองไทยนั้น ต้องมารอลุ้นกันว่าจะเป็นแบบไหน รวมทั้งจะมีกาารเปิดราคาพร้อมกันในงานนี้ด้วยหรือไม่ วันที่ 28 พฤศจิกายน นี้ ที่ในงาน Motor Expo 2025 ได้ทราบกันอย่างแน่นอน
ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งอย่างแน่นอน..ครับ
