หลังจากที่ทาง นิสสัน ประเทศไทยได้ยุติการทำตลาด Nissan X-Trail รุ่นที่ 3 (รหัส T32) ขุมพลัง 2.0 V 4WD ไปตั้งแต่ปี 2563 ล่าสุดทาง Nissan เตรียมกลับนำ X-Trail มาทำตลาดอีกครั้ง โดยจะมีกาารเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ภายในงาน Motor Expo 2025

X-Trail ใหม่ ที่ทางนิสสัน ประเทศไทยจะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนนี้ รุ่นที่ 4 (รหัส T33) ซึ่งเป็นโฉมใหม่พร้อมเทคโนโลยี e-POWER ที่เหมือนกับ Nissan Kicks และ SERENA e-POWER (C28) รวมทั้งยังมากับระบบ e-4ORCE ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะขั้นสูงของนิสสัน โดยจะเป็นการนำเข้ามาทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่น คาดราคาเริ่มจะไม่เกิน 2 ล้านบาท



สำหรับ Nissan X-Trail e-POWER e-4ORCE 4WD (รหัส T33) เป็นรถเอสยูวีแบบ 7 ที่นั่ง ในส่วนรูปลักษณ์หน้าตาจะเป็นโฉมเก่า



กระจังหน้ายังคงมาในแบบ V-Motion ด้านในจะเป้นชิ้นงานสีดำเข้ม มาพร้อมชขชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน ด้านบนเป้นไฟ DRL ส่วนด้านล้างเป็นชุดไฟส่องสว่างทรงสี่เหลี่ยมที่ต่เชื่อมกับช่องดักอากศด้านข้าง ส่วนถักดกลงมาด้านล่างจะเป้นช่องรับลมรูปทรงตัว U คว่ำ สีดำ เสริมความหรูหราที่ชายล่างด้วยชิ้นงานโครเมียม

เส้นสายด้านข้างเหมือนกับ Nissan Rogue ที่เปิอดวางขายนตลาดสหรัฐอเมริกา โดยมีชุดล้ออัลลอยขนาด 18 -19 นิ้ว


ขณะที่ชุดไฟท้าย LED มาในทรงเหลี่ยมที่ดูคมชัด พร้อมกันขนท้ายขนาดใหญ่ ตกปต่งด้วยวัสดุโครเมียมที่ดูเป็นดิวฟิวเซอร์ในตัว มาพร้อมประตุท้ายไฟฟ้า

Nissan X-Trail e-POWER ใหม่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม CMF-C platform โดยมีมิติความยาว 4,681 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,730 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,706 มม.


ภายในห้องโดยสารจะเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งเหุ้มหนัง Nappa บุนวมสีดำ เบาะนั่งฝั่งผู้ขับ ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบอุ่นเบาะ Heated Seat ส่วนเบาะนั่งด้านหลังพับแบบ One-Touch



แผงแดชบอร์ดจะมากับแผงหน้าปัดดิจิทัล TFT Advanced Drive-Assist ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมหน้าจออินฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay®ไร้สาย และ Android Auto™ มีสาย และยังได้รับหน้าจอ HUD ที่แสดงผลบนกระจกหน้า ที่มีขนาด 10.8 นิ้ว





ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา และด้านหลังแบบ 3 โซน , ระบบเครื่องเสียง Bose Premium Sound System 10 ลำโพง, ช่องเสียบไฟขนาด 100V ช่องเสียบ AC กำลัง 1,500W, ช่องชาร์จ USB-A และ USB-C, แท่นชาร์จสมาร์โฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังชาร์ตไฟ 15W, ชชุดเกียร์อิเล็คทรอนิคส์ พร้อมปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ และหลังคาแก้วพาโนรามา (Panorama Glass Roof)



ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมากับระบบ Nissan Safety Shield 360 อาทิ ะบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบเบรกอัตโนมัติ, ระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง, ระบบตรวจจับคนเดินถนน, ระบบเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่, ระบบตรวจจับวัตถุรอบคัน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบเตือนมุมอับสายตา, ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง, เทคโนโลยีช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ, เทคโนโลยีช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ และ ระบบเตือนป้ายจราจร นอกจากนั้นยังได้รับ ระบบกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Around View Monitor, ระบบกล้องที่กระจกมองหลัง RearView Monitor, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ProPILOT Assist

ส่วนขุมพลังจะมากับระบบ e:POWER เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่จะมีเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 142 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำหน้าที่ปั่นไฟไปเก็บยังแบตเตอรี่

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า2 ตัว ทำหน้าที่ขับเคลื่อน ที่ทางนิสสันเรียกระบบนี้ว่า e-4ORCE โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าให้กำลังสูงสุด 203 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าหลังให้กำลัง 135 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 195 นิวตันเมตร มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 5 โหมด ทั้ง Sport, Off-Road, Snow, Auto และ ECO โดยตัวรถจะมีความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 55 ลิตร ทางผู้ผลิตเคลมมอัตราสิ้นเปลืองไว้อยู่ที่ 18.4 กม./ลิตร (WLTC)


ทั้งนี้รายละเอียดโดยรวมทั้งหมดของ Nissan X-Trail e-POWER e-4ORCE 4WD สเปคที่จะวางขายในไทย จะได้รับการเปิดเผยในวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ภายใน Motor Expo 2025 ขณะที่ในด้านสนนราคาจำหน่ายนั้นคาดว่าจะไม่เกิน 2 ล้านบาท


ทั้งนี้หากมีข้อมูลเพิ่มเติมออกหมาอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่งโดยทันทีครับ
