BYD และ เรเว่ ออโตโมทีฟ ประกาศปรับลดราคาจำหน่าย BYD Dolphin รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรูปแบบแฮทข์แบ็กไฟฟ้า 5 ประตู รุ่นประกอบในไทย ก่อนสิ้นสุดมาตรการ EV3.0 Best Deal โดยปรับราคาลง 120,000 – 140,000 บาท

โดยมีราคาดังนี้
- รุ่น Standard Range 50.25 kW วิ่งไกล 435 กม. จากราคา 569,900 บาท ปรับลด 120,000 บาท เหลือ 449,900 บาท
- รุ่น Extended Range 60.48 kWh วิ่งไกล 490 กม. จากราคา 709,900 บาท ปรับลด 140,000 บาท เหลือ 569,900 บาท
ซึ่งหากต้องการโฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง จะต้องเพิ่มเงิน 10,000 บาท
มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ ดังนี้
- รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- รับประกันระบบขับเคลื่อน นาน 8 ปี หรือ 150,000 กม.
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี พร้อม พรบ.
- ฟรี ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ เซรามิก XUV Max III
- ฟรี สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า VTOL
- ฟรี สายชาร์จ AC Portable Charger
- ฟรี พรมเข้ารูป กรอบป้าย ฟิล์มหน้าจอ
- ฟรี ค่าจดทะเบียน

สำหรับ BYD Dolphin (บีวาย ดอลฟิน) ถูกเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยที่ในงาน Motor Show 2023 ในด้านงานออกแบบตัวรถได้รับแรงบันดาลใจมาจากความปราดเปรียวของโลมาตามชื่อรุ่น

ด้านหน้ามากับกระจังแบบปิดทึบสีดำพร้อมตีตรา BYD ไว้ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบหน่วงเวลาการปิดไฟหน้า (Follow Me Home), ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED, ไฟท้ายแบบ LED

ด้านข้างตกแต่งขอบซุ้มล้อด้วยชิ้นงานสีดำ มาพร้อมล้ออัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว ในรุ่น Standard Range ส่วนในรุ่น Extended Range จะมีขนาด 17 นิ้ว

ด้านท้ายติดตั้งแถบไฟ LED ที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคา มาพร้อมชุดไฟเบรกดวงที่ 3

ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาว 4,290 มม., กว้าง 1,770 มม.,สูง 1,570 มม. มาพร้อมระยะฐานล้อที่ยาว 2,700 มม.

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะที่นั่งแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทางในฝั่งผู้ขับขี่ ส่วนฝั่งผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหน้าแบบมีรูระบายอากาศ, เบาะนั่งด้านหลังพับแยกแบบ 60:40 โดยมีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระท้ายรถสามารถจัดเก็บกระเป๋าเดินทางขนาด 30 นิ้ว ได้ 1 ใบและขนาด 20 นิ้ว ได้ 2 ใบ พร้อมออกแบบในส่วนของมือจับเปิดประตูด้านในที่ดีไซน์ให้คล้ายกับครีบของโลมา



แผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว วางอยู่ด้านหลังพวลมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 3 ก้านทรงท้ายตัด ตรงกลางคอจโซลหน้ามากับหน้าอินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ที่สามารถหมุนปรับให้เป็นแนวตั้งแนวนอนได้ด้วยไฟฟ้า รับรองฟังก์ชัน Navigator และ Music Streaming รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay® (USB) รวมถึงระบบสั่งการด้วยเสียงเป็นภาษาไทย / อังกฤษ




ด้านชุดอุปกรณ์ภายในที่จะได้รับ ช่องจ่ายไฟ 12V ที่คอนโซลกลาง, ช่อง USB-A และ USB-C สำหรับผู้โดยสารหน้า และหลัง, กุญแจแบบคีย์การ์ด พร้อมระบบ Keyless Entry และ Keyless Start, ระบบเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5, กระจกมองหลังปรับแสงได้, แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้สาย และหลังคาแบบ Panoramic Roof


สำหรับระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ BYD Dolphin จะได้รับระบบป้องกันลื่นไถลขณะขับขี่, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ, ระบบเตือนก่อนเปิดประตู, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลน, ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง, ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบเตือนการชนด้านหลัง, ระบบเตือนจุดอับสายตา, ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยควบคุมเมื่อรถออกจากเลน, ระบบช่วยควบคุมรถฉุกเฉินเมื่อรถออกจากเลน, ระบบเตือนการชนเมื่อเปลี่ยนเลน, ระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ, ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรก, จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

ขุมพลังของ BYD Dolphin จะมีให้เลือก 2 ความแรง
- รุ่น Standard Range จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 70 kW / 95 แรงม้า แรงบิด 180 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 12.3 วินาที ตัวรถมาพร้อมความเร็วสูงสุดที่ 150 กม./ชม. มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate ขนาดความจุ 44.9 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งไกล 410 กม. (NEDC) รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ขนาด 60 kW ให้กำลังไฟจาก 30 – 80% ภายใน 30 นาที พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ AC ขนาด 6.6 kW ชาร์จไฟเต็มในเวลา 6 ชม. 45 นาที
- รุ่น Extended Range จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 150 kW / 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ใน 7 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่่ 160 กม./ชม. มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 60.148 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทาง 490 กม. (NEDC) รองรับการชาร์จไฟ DC สูงสุด 80 kW ให้กำลังไฟจาก 30 – 80% ภายใน 30 นาที พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ AC ขนาด 6.6 kW ชาร์จไฟเต็ม 100% ในเวลา 9 ชม.

โดยทั้ง 2 รุ่น จะมากับระบบเทคโนโลยี VTOL ที่สามารถจ่ายกระแสไฟไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ภายนอกได้

ด้านระบบช่วงล่างทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson Strut ด้านหลังแบบ Multi-link Beam




สำหรับเฉดสีตัวรถของ BYD Dolphin จะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว Frost White, สีเทา Graphit Grey, สีเบจ Coastal Cream และสีดำ Quantum Black
