เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัว The new Kia Carnival HEV เอ็มพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่แบบ 7 ที่นั่ง อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ที่จะมายกระดับประสบการณ์การขับขี่รถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 kW ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย

ราคาอย่างเป็นทางการ KIA Carnival HEV แบบ 7 ที่นั่ง
- รุ่น Luxury ราคา 2,699,000 บาท
- รุ่น Premium ราคา 2,499,000 บาท

พร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ โดย KIA Sales ประเทศไทย ดังนี้
- รับประกันคุณภาพนาน 7 ปี
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชม. 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- การรับประกันแบตเตอรีรถยนต์ (High-Voltage Battery) นาน 8 ปี
- ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กม. พิเศษ!
- สำหรับเจ้าของรถยนต์เกียและครอบครัว (Kia Loyalty) รับสิทธิ์ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มอีก 2 ปี หรือ 20,000 กม. รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กม.
ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 31 ตุลาคม 2568

สำหรับ KIA Carnival HEV ใหม่นี้ จะเป็นการผสมผสานสไตล์ความเป็นรถ SUV และ MPV เข้าไว้ด้วยกัน ในด้านงานดีไซน์ภายนอกจะได้รับการปรับโฉมใหม่จากรุ่นที่ผ่านมา ให้มีความโฉบเฉี่ยวสปอร์ต และพรีเมียมมากยิ่งขึ้น


เริ่มจากกระจังหน้าแบบ Tiger nose มาพร้อมโคมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED ดีไซน์ดวงไฟทรงลูกบาศก์ ส่วนชุดไฟหน้า และไฟท้ายเป็นแบบ Star Map Lighting ซึ่งดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทาง KIA




เส้นสายด้านข้างหรูหราพรีเมียม ประตุทั้ง 2 ฝั่ง เปิดแบบบานสไลด์ มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 19 นิ้ว นอกจากนี้ยังติดตั้งแร็คหลังคาที่สามารถรองรับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 100 กม.

ส่วนที่ด้านท้ายมาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า (Smart Power Sliding Door) และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Power Tailgate) ที่ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ตัวรถโดยที่มีกุญแจ Smart Key

สำหรับในรุ่น Luxury จะมี Dual Sunroof ที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร

ในด้านขนาดมิติวรถของ KIA Carnival HEV Hybrid ใหม่จะมีความยาว 5,155 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,785 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,090 มม. มาพร้อมระยะต่ำสุดถึงพื้น 172 มม.

ห้องโดยสารของ The new Kia Carnival HEV จะได้รับการออกแบบให้กว้างขวาง โดยจะรองรับได้ 7 ที่นั่ง (2+2+3) เบาะที่นั่งของฝั่งผู้ขับ (ในรุ่น Luxury) ติดตั้งระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่ง และระบบ Welcome Seat เบาะนั่งคู่หน้า และเบาะนั่งแถวที่สองมาพร้อมระบบระบายอากาศ และระบบอุ่นเบาะ




สำหรับเบาะผู้โดยสารแถวสองเป็นแบบ Relaxation Seat ที่เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสด้วยฟังก์ชัน ปรับเอนนอน มาพร้อมเบาะรองขาแบบปรับไฟฟ้า รวททั้งยังมาโหมด One-touch Relaxation ที่สั่งงานด้วยการกดเพียงครั้งเดียวมอบความสบายให้กับผู้นั่งได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นเบาะนั่งแถว 3 ยังมาพร้อมฟังก์ชันที่พับได้แบบราบเรียบ


ส่วนในรุ่น Premium เบาะนั่งแถวสองเป็นเบาะแบบ Captain Seats ที่สามารถถอดออกได้เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และยังสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เป็นแบบนั่งหันหน้าเข้าหากันได้


พร้อมกันนี้ The new Kia Carnival HEV 7 ที่นั่ง ทั้ง 2 รุ่นได้รับการปรับให้มีพื้นที่ทางเดิน (Walkthrough access) ที่จะเข้า-ออก เบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ ISOFIX ที่มีให้ในตำแหน่งที่นั่ง 4 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน (2 จุดบนเบาะนั่งแถวสอง และอีก 2 จุดบนเบาะแถวสาม)





ในส่วนของแผงแดชบอร์ดมากับจอโค้งแบบพาโนรามิกที่ผสานรวมจอแสดงผลแบบคลัสเตอร์ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Android Auto™ และ Apple CarPlay® แบบไร้สาย และฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสีย มาพร้อมหน้าจอ Head-up Display ขนาด 11 นิ้ว




ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบอัตโนมัติ ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้แบบแยกอิสระทั้งโซนด้านหน้าฝั่งซ้าย-ขวา และโซนด้านหลัง, พอร์ต USB-C มาตรฐาน รวม 6 พอร์ตกระจายทั้งสามแถวที่นั่ง, ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE รอบคัน 12 จุด (ในรุ่น Luxury), ชุดไฟ Ambient Light 64 เฉดสี, กระจกมองหลังแบบดิจิทัล และที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย


ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ จะมากับระบบเบรก ABS / EBD / BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบเตือนการชนด้านหน้า และตรวจจับคนเดินถนน รวมทั้งจักรยาน, ระบบเตือนการชนตรวจจับรถฝั่งตรงข้ามเมื่อเลี้ยวที่แยก, ระบบเตือนมุมอับสายตา, ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาบนหน้าจอมาตรวัด, ระบบเตือนการชนด้านหลัง, ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบป้องกันการชนด้านหลัง,ระบบป้องกันการออกจากรถ ขณะมีรถวิ่งมาด้านข้าง, ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีผู้โดยสารตอนหลัง, กล้องรอบคัน 360 องศา และถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย-หัวเข่าคนขับ-ตรงกลางเบาะคู่หน้า)

ขณะที่ขุมพลังขับเคลื่อนจะได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน Smartstrem Gamma II ขนาด 1.6 ลิตร พ่วงเทอร์โบ T-GDi ให้กำลัง 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ Lithium-ion ให้กำลังสูงสุด 73 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 304 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ส่งกำลังไปยังคู่ล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

มีโหมดการขับี่ให้เลือกทั้ง โหมด EV Drive, Eco, Smart แลธ Sport นอกจากนั้นยังมากับมาระบบ Regenerative Braking ได้ถึง 3 ระดับ

อีกทั้งยังมากับฟีเจอร์เฉพาะรุ่นของ Kia Carnival HEV อาทิ ระบบ E-Handling ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยเสริมการตอบสนองของรถเมื่อเข้าและออกจากโค้ง, ระบบ E-Ride ช่วยลดแรงสะเทือน และมอบความนุ่มนวลในการขับขี่เมื่อต้องผ่านพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ และระบบ E-Evasive Handling Assist ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของรถในสถานการณ์ที่ต้องหักหลบกะทันหัน

ส่วนระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut คอยล์สปริง ขณะที่ด้านหลัง เป็นแบบ Multi-Link คอยล์สปริง มาพร้อมดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า/ด้านหลัง

สำหรับ Kia Carnival HEV ใหม่ที่เปิดวางจำหน่ายในตลาดประเทศไทยจะมีเฉดสีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว Snowflake White Pearl, สีเทา Meteor Grey, สีดำ Jet Black และสีน้ำเงิน Astra Blue
