เมื่อช่วงกลางปี 2025 ที่ผ่านมาทาง Fang Cheng Bao (FCB) แบรนด์รถที่อยู่ในสังกัดของทาง BYD ได้เปิดตัว Fang Cheng Bao Tai 3 รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ในประเทศจีน

ล่าสุดทาง Bao ได้ปรับเพิ่มรุ่นย่อยใหม่เข้ามาอีกหนึ่งรุ่นได้แก่รุ่น Ultra มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบล้อหลัง (RWD) รวมทั้งยังมีการเพิ่มออปชันให้มากขึ้นทั้งระบบควบคุมตัวถังกันสะเทือนอัจฉริยะ (DiSus-C) รวมทั้งยังปรับปรุงฟีเจอร์ใหม่ มาพร้อมระบบโดรนอัจฉริยะในรถยนต์ของ BYD เป็นตัวเลือกเสริม และยังติดตั้งโลโก้แบบมีไฟส่องสว่างดีไซน์ใหม่ด้วย โดยเปิดราคาจำหน่ายไว้ที่ 149,800 หยวน หรือราว ๆ 6.82 แสนบาท

ในด้านงานออกแบบของ BYD Fang Cheng Bao Tai 3 รุ่น RWD Ultra ก็ยังคงเหมือนกับรุ่นย่อยอื่น ๆ ที่มาในรูปทรงเอสยูวีขนาดกระทัดรัด โดยมีความยาวตัวรถอยู๋ที่ 4,605 มม., กว้าง 1,900 มม. สูง 1,720 มม. มีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,745 มม. ในขณะที่รุ่นติดตั้งระบบโดรนจะมีความสูงอยู่ที่ 1,930 มม.


ส่วนรูปลักษณ์หน้าตาจะเหมือนกับ BYD Fang Cheng Bao Bao 8 ที่ถูกย่อส่วนลงมา กระจังหน้าจะเป็นมาในทรงสี่เหลี่ยมสีดำ ตรงกลางติดตราโลโก้ของทางแบรนด์ พร้อมขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED ทรงสราเหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ ขณะทีกันชนหน้ามาในแบบทรงสามเหลี่ยมที่ตกแต่งด้วยวัสดุชิ้นงานที่เป็นสีบรอนซ์อยู่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง

เส้นสายด้านข้างมากับเหลี่ยมมุมที่ดูดุดัน มาพร้อมกาบบันไดข้างทรงเหลี่ยม สอดรับเข้าชุดกับซุ้มล้อสีดำขนาดใหญ่ เสริมความโหดด้วยล้ออัลลอยสีดำลาย 5 ก้าน ด้านในติดตั้งคาร์ลิปเปอร์เบรสีแดง มือเปิดประตูแบบราบเรียบไปกับตัวรถ


ด้านท้ายมากับแถบไฟท้าย LED ที่เป็นที่วางพาดยาว โดยมีล้ออะไหล่พร้อมฝาครอบล้อคั้นอยู่ตรงกลาง มาพร้อมกันชนท้ายดีไซน์โหดขนาดใหญ่ที่มีลักษณะแบบเดียวกับตัวกันชนหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาแบบลอนแยก มาพร้อมไฟเบรกดวงที่สามอยุ่าตรงกลาง

โดยในรุ่นที่ติดตั้งโดรนบนหลังคาจะเป็น โดรนติดรถยนต์ Lingyuan ที่สร้างขึ้นร่วมกับ DJI โดยตัวโดรนจะสามารถบินขึ้นได้เมื่อรถจอดนิ่ง หรือเมื่อความเร็วต่ำกว่า 25 กม./ชม. โดยที่หลังคาจะเปิดโดยอัตโนมัติด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ตัวโดรนยังรองรับการถ่ายภาพด้วยกล้องคู่ 4K และการตัดต่ออัจฉริยะ ซึ่งจะสร้างวิดีโอสั้นๆ โดยอัตโนมัติ


ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบตามแนวคิดของรถในตระกูล FCB โดยจะเน้นความบึกบึน ดูแข็งแกร่ง แผงคอนโซลตรงกลางจะเป็นหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ที่มีขนาด 12.8 นิ้ว / 15.6 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) โดยจะถูกวางแบบแแขวน มาพร้อมระบบ DiLink 100 ของบีวายดี ที่รองรับฟังก์ชันต่างๆ อามิเช่น การโต้ตอบด้วยเสียง, ระบบนำทางแบบออนไลน์ และการอัปเดต OTA

นอกจากนั้นยังได้รับการติดตั้งแผงหน้าปัด LCD ขนาด 8.8 นิ้ว ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์ในทุกรุ่นย่อย ร่วมกับ หน้าจอ W-HUD ขนาด 12 นิ้ว (มีเฉพาะบางรุ่น)

ส่วนแผงคอนโซลกลางจะถูกออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยจะเต็มไปด้วยปุ่มควบคุมจำนวนมาก ที่รายล้อมคันเกียร์ขนาดใหญ่ โดยออกแบบให้เหมือนกับสวิตซ์ควบคุมบนห้องโดยสารนักบิน นอกจากนั้นยังจะได้รับแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังการชาร์จไฟขนาด 50W พร้อมทั้งยังได้รับกุญแจรถ NFC, ชุดไฟ Ambient Lghting


ขณะที่ในส่วนเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า มาพร้อมระบบอุ่นและระบบระบายอากาศ ส่วนตัวเบาะที่นั่งด้านหลังปรับพนักพิงได้ 2 ระดับ พร้อมที่วางแขนตรงกลาง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาะระด้านท้ายที่มีความจุ 151 ลิตร รวมทั้งช่องเก็บสัมภาระด้านหน้าเมื่อยกฝากระโปรงหน้าขึ้นโดยมีความจุมากถึง 28 ลิตร



นอกจากนั้นในรุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริงมากมาย อาทิ ระบบปลดล็อก และเปิดฝากระโปรงหน้าด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมภายในติดตั้งไมโครโฟน / ไฟฉาย และตู้เย็นรุ่นพิเศษของ Fang Cheng Bao ที่ด้านล่างของที่เท้าแขนตรงกลาง โดยสามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6℃ – 50℃ ส่วนระบบเสียงได้รับการอัปเกรดเป็น Dynaudio มาพร้อมลำโพง 14 ตัว


ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ จะมากับระบบขับขี่อัจฉริยะ God’s Eye C มาพร้อมกับกล้อง 12 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว ซึ่งรองรับฟังก์ชันการขับขี่ขั้นสูงมากกว่า 30 ฟังก์ชัน อาทิระบบช่วยจอดรถ, ระบบหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง และระบบนำทางบนทางหลวงแบบอัตโนมัติ



ในด้านสมรรถนะ Fang Cheng Bao Tai 3 รุ่น RWD Ultra จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่อยู่คู่ล้อหลัง ให้กำลัง 160 kW / 215 แรงม้า แรงบืด 310 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 7.9 วินาที จับคู่แบตเตอรี่ Blade LFP ขนาดความจุ 65.28 kWh ชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่งไกล 501 กม. (CLTC) รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่จะให้กำลังไฟ 30 – 80% ในเวลาเพียง 18 นาที



นอกจากนี้ในรุ่น RWD Ultra ยังได้เพิ่มระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ DiSus-C ซึ่งเป็นระบบลดแรงสั่นสะเทือนแบบปรับได้ ที่ช่วยควบคุมความหนืดในการยืด-ยุบของช่วงล่าง เพื่อควบคุมการทรงตัว พร้อมติดตั้งโช้คอัพแบบลดแรงสั่นสะเทือนแบบแปรผัน






สำหรับ FCB Ti3 รุ่น RWD Ultra 501 กม. จะมาพร้อมสีตัวถังใหม่ 2 สี คือ Micro Light Pink (สีชมพูอ่อน) และ Ice Crystal Blue (สีฟ้าน้ำแข็ง) ซึ่งรวมจากสีเดิมจะเป็นทั้งหมด 6 สี
