CHERY (เฌอรี) แบรนด์ยานยนต์ชั้นนำภายใต้บริษัท Chery Automobile ประกาศเปิดราคาจำหน่าย CHERY V23 ในตลาดประเทศไทย มีให้เลือกทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่งไกล 360 กม. และ 480 กม. มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย

ราคา CHERY V23 ในประเทศไทย (นำเข้าจากจีน)
- CHERY V23 2WD PLAY ราคา 6.899 แสนบาท*
- CHERY V23 2WD PLUS ราคา 7.499 แสนบาท*
- CHERY V23 4WD PEAK ราคา 8.799 แสนบาท*
*ราคาพิเศษช่วงแนะนำ ส่วนลด 10,000 บาท วันนี้ – 31 ตุลาคม 2025
- รุ่น PLAY 2WD จาก 699,900 เหลือ 689,900 บาท
- รุ่น PLUS 2WD จาก 759,900 เหลือ 749,900 บาท
- รุ่น PEAK 4WD จาก 889,900 เหลือ 879,900 บาท
พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ
- รับส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท*
- อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%*
- ฟรี! Wall Charge พร้อมติดตั้ง*
- และข้อเสนอสุดคุ้มอื่นๆ
- ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี*
- ฟรี! สายชาร์จฉุกเฉิน*
- ฟรี! V2L (Vehicle-to-Load)*
- ฟรี! ชุดพรมปูพื้น*
- รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- รับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
สามารถดูคลิปรีวิวได้ที่

สำหรับ CHERY V23 เป็นซับคอมแพ็กต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% โดยในตลาดประเทศจีนจะใช้ชื่อว่า CHERY iCar V23 โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องที่ล้ำสมัย (Boxy Design)

ในด้านงานดีไซน์จะผสมผสานความย้อนยุค และเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยกันอย่างลงตัว ด้านหน้าจะมากับชุดไฟหน้าทรงกลมสไตล์คลาสสิก ด้านในจะเป็นแถบไฟ LED ที่วางเรียงซ้อนกัน 2 เส้น โดยมีไฟส่องว่างทรงเหลี่ยมเล็กอยู่ระว่างหว่างกลาง มาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (Auto On-Off), ระบบไฟส่องสว่างนำทาง (Follow-Me-Home Light) และระบบปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ (High Beam Assist)


กระจังหน้าจะเป็นจะแถบขนาดใหญ่สีเดียวกันกับตัวรถพร้อมตีตราชื่อแบรนด์ CHERY สีดำไว้ที่ด้านมุมซ้าย นอกจากนั้นที่บริเวณด้านล่างของกันชนด้านหน้าติดตั้งเรดาห์ตรวจจับ (Transparent Radar) เพื่อแสดงมุมกล้องรอบคัน 540 องศา



ด้านข้างมาในสไตล์เอสยูวีสุดเท่ห์ ซุ้มล้อสีดำที่เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ มาพร้อมบันไดด้านข้างแบบติดตั้งถาวร (Fix Sidestep) เพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลง ส่วนมือจับประตูมาในแบบซ่อนเข้ากับตัวรถ พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ด้านชุดล้ออัลลอยจะมี 2 ลาย ในรุ่นท๊อปจะเป็นล้ออัลอยลาย 5 ก้านสีดำขนาด 21 นิ้ว ที่ส่วนในรุ่นเริ่ต้นจะเป็นล้อเหล็กทึบสีดำขนาด 19 นิ้ว



ส่วนงานออกแบบด้านท้าย เพิ่มรายละเอียดการผสมผสานความย้อนยุค และเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยไฟท้ายที่เป็นเส้นแนวนอนที่มีความเรียบง่าย ลงตัวกับกล่องเก็บอุปกรณ์ทรงสี่เหลี่ยมที่เพิ่มความพิเศษด้วยการติดตั้งไฟเบรกเพิ่มเข้ามาพร้อมกล้องมองหลัง รวมทั้งเรดาห์ตรวจจับ (Transparent Radar) บริเวณมุมด้านขวา-ซ้ายของกันชนหลัง

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมานทรงกล่องที่มีขนาดกะทัดรัด (Retro-Futuristic Boxy Design) โดยมีความกว้าง 1,915 มม. ความยาว 4,220 มม. ความสูง 1,845 มม. และระยะฐานล้อ 2,735 มม.

ภายในห้องโดยสารของ CHERY V23 ยึดแนวทางการออกแบบทรงกล่องที่ล้ำสมัย ด้วยหลังคาที่สูงโปร่ง เส้นขอบหน้าต่างที่ต่ำ ช่วยเปิดมุมมองให้ผู้ขับขี่กว้างไกล พร้อมพื้นที่กว้างขวางรองรับไลฟ์สไตล์ ที่แตกต่างของคนเมือง เพิ่มความเรียบง่ายด้วยการรวมมือเปิดประตู ปุ่มเปิด-ปิดหน้าต่าง และลำโพงไว้บริเวณด้านข้างประตู รวมทั้งการจัดวางตำแหน่งคอนโซลกลางให้มีพื้นที่สำหรับผู้ขับ-ผู้โดยสารสามารถการเลือกฝั่งลงทั้งด้านขวา-ซ้าย หากจอดในพื้นที่แคบ




ในส่วนแผงแดชบอร์ดผสมผสานความล้ำสมัยด้วยหน้าจอกลางแสดงข้อมูลการขับขี่ และระบบความบันเทิงแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว ผสมผสานความเรโทรของแผงควบคุมระบบปรับอากาศที่สะดวกต่อการใช้งาน รวมทั้งติดตั้ง Super Charging ขนาด 65W รองรับการชาร์จสมาร์ตโฟน สามารถชาร์จจาก 10 – 90% ภายในเวลา 30 นาที

CHERY V23 เพิ่มความอเนกประสงค์การใช้งาน โดยเบาะนั่งคู่หน้าติดตั้งระบบปรับเบาะไฟฟ้าสามารถปรับเอนเพื่อให้เป็นเหมือนโซฟาเพื่อใช้พักผ่อนระหว่างการทำกิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์ และเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแบบ 50/50 โดยหากพับเบาะราบลงจะเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระเป็น 834 ลิตร

สำหรับระบบขับเคลื่อนของ CHERY V23 จะมีให้เลือก 2 รูปแบบทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดียวที่วางอยู่ที่ล้อหลัง (RWD) และมอเตอรืไฟฟ้าคู่ (AWD)

รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวจะให้กำลัง136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 59.93 kWh ชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 360 กม. (มาตรฐานทดสอบ NEDC) รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) กำลังแบตเตอรี่จาก 20% – 80% ใช้เวลาประมาณ 36 นาที

รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) จะให้กำลัง 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 292 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 7.5 วินาที มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนสด 81.76 kWh ให้ระยะการขับสูงสุด 430 กม.(มาตรฐานทดสอบ NEDC) รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) กำลังแบตเตอรี่จาก 20% – 80% ใช้เวลาประมาณ 42 นาที


มาพร้อมระบบ Vehicle-to-load (V2L) เพื่อจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่สู่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ด้วยกำลังสูงสุด 3.3 kW

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท และด้านหลังแบบมัลติ-ลิงค์ โดยการออกแบบดีไซน์ทรงกล่องที่ล้ำสมัยของ CHERY V23 เพิ่มสมรรถนะการใช้งานบนเส้นทางแบบออฟโรด ด้วยการมีมุมไต่ (Approach Angle) ระยะจากพื้นถึงส่วนหน้าของกันชนหน้า 43 องศา และมุมจาก (Departure Angle) ระยะพื้นราบถึงส่วนล่างสุดของกันชนหลัง 41 องศา รวมทั้งระยะความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 210 มม. ทำให้ไม่ต้องกังวลกับการขับบนเส้นทางลาดชัน และผ่านการทดสอบความสามารถขับลุยน้ำลึกได้ถึง 600 มม. รวมทั้งโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งผลิตจากเหล็กที่มีความทนทานสูง 68%

ในด้านระบบความปลอดถัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมากับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบควบคุมการขับขี่ความเร็วต่ำ (Traffic Jam Assist), ระบบช่วยออกตัวรถ (Departure Assist), ระบบกล้องแสดงภาพรอบคัน 540 องศา, กุญแจคียการ์ดระบบ NFC Keyless, ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Active Walk Away), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Assist Control), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Auto Emergency Braking), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Front Collision Warning), ระบบเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert), ระบบเตือนก่อนเปิดประตู (Door Opening Warning), ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Warning), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร (Lane Keeping Assist), ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection) และระบบป้องกันรถออกนอกช่องจราจร (Lane Departure Prevention) เป็นต้น

สำหรับ CHERY V23 ที่เปิดวางจำหน่ายในตลาดประเทศไทยจะมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเขียว Dynamic Green, สีส้ม Vibe Orange, สีขาว Sporty White, สีดำ Ignite Black และสีเงิน Sparkle Silver
