Nissan เผยโฉม Nissan Sentra 2026 รุ่นปรับโฉม Minorchange ใหม่ หรือในบ้านเราจะรู้จักกันในชื่อ Nissan Sylphy ในตลาดอเมริกาเหนือ ที่มากับรูปลักษณ์หน้าใหม่เหมือนกับฝาแฝดในจีน มาพร้อมขุมพลังบล็อกเดิมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 NA ที่ให้กำลัง 149 แรงม้า โดยเตรียมเปิดวายขายในช่วงปลายปี 2025 นี้ ในตลาดอเมริกาเหนือ

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ Nissan Sentra 2026 รุ่นปรับโฉม Minorchange ใหม่ จะมากับความทันสมัย และทรงพลังยิ่งขึ้น โดยใเวอร์ชันอเมริกา มีให้เลือก 4 เกรด ได้แก่รุ่น S / รุ่น SV / รุ่น SR (Sport) และ SL (Luxury)


ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้า V-motion ดีไซน์ใหม่ มาพร้อมแถบไฟหน้า LED ทรงเรียวยาว พร้อมเชื่อมต่อไฟหน้าทั้ง 2 ฝั่งด้วยแถบไฟเส้นไฟ LED นอกจากนั้นยังออกแบบไฟ DRL ให้มีดีไซน์คล้าย “เขี้ยวเสือ”วางอยู่ด้านข้าง โดยมีตราโลโก้ของทางนิสสันคั้นไว้ตรงกลาง มาพร้อมกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ มีช่องรับลมขนาดเล็ก

เส้นสายด้านข้างดูคมชัด เฉียบคม และมีความทันสมัยขึ้น ด้านชุดล้ออัลลอยจะมีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 16 / 17 และ 18 นิ้ว


ส่วนที่ด้านท้ายจะมากับชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ รวมทั้งยังเสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์แบบ Duck Trail ที่เป็นแบบตายตัวอยุ่ที่ฝากระโปรงท้าย


โดยในรุ่น SR จะเป็นการตกแต่งแบบสปอร์ต สีตัวถังทูโทน หลังคาดำ มาพร้อมล้อ 18 นิ้ว สี Black Out และ ติดตั้งสปอยเลอร์ด้านหลัง

ในด้านขนาดมิติตัวถังจะมีความยาว 4,656 มม. กว้าง 1,825 มม. สูง 1,448 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,712 มม.



ภายในห้องโดยสารของ Sentra โฉมไมเนอร์เชนจ์ในสหรัฐอเมริกา จะปรับเปลี่ยนใหใ่จากเดิมแบบยกแผง โดยในส่วนชองแผงแดชบอร์ดจะมากับหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ โดยจะประกอบไปด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกับหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ขนาด 12.3 นิ้วเป็นหน้าจอเดียวกัน รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay® และ Android Auto ไร้สาย โดยในรุ่น SR มาพร้อมไฟส่องสว่างสีแดง และตัวเลือกโหมดการขับขี่




ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะมากับระบบเครื่องเสียง Bose® 8 ลำโพง, หลังคากระจก Panoramic roof, เบาะนั่งหุ้มหนังตกแต่งผ้า Suede, ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, ระบบ Wi-Fi Hotspot, ชุดไฟสร้างบรรยากาศ Ambient light 64 สี


ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมากับเทคโนโลยี Nissan Safety Shield 360 อาทิ Cruise Control, ระบบ Blind Spot, ระบบควบคุมการออกนอกเลน, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ, ระบบตวรจับตรวจอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับี่ และถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง เป็นต้น


ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร NA ที่ให้พละกำลังสูงสุด 149 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 198 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT ไปยังคู่ล้อหน้า โดยตัวรถจะให้อัตราเร่งจาก 0 -100 กม./ชม. ในเวลา 9 วินาที โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้ง Normal, Eco Mode และ Sport

ส่วนโดยในอนาคตคาดว่าทางนิสสัน จะมีการเพิ่มชุดขุมพลัง e-POWER หรือเครื่องยนต์เทอร์โบเข้ามา

ทั้งนี้ Nissan Sentra หรือ Sylphy รุ่นปรับโฉม Minorchange ใหม่ในตลาดอเมริกาเหนือ จะได้รับการเปิดตัว พร้อมประกาศราคาจำหน่ายอีกครั้งในช่วงปลายปี 2025 นี้

ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมอออกมาอย่างไรทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ ทราบอีกครั้งหนึ่งครับ
