Lotus Car Thailand ประกาศเปิดตัว Lotus EMEYA 600 ซีดานไฟฟ้ารุ่นย่อยใหม่ โดยมีราคาระหว่าง 4,890,000 – 6,690,000 บาท ขณะที่ในรุ่น Emeya 900 จะมีราคาเริ่มระหว่าง 7,290,000 – 7,990,000

ราคาอย่างเป็นทางการ Lotus EMEYA 600 / 900 Series (MY2026)
- Emeya 600 ราคาเริ่ม 4,890,000 บาท
- Emeya 600 GT SE ราคาเริ่ม 5,690,000 บาท
- Emeya 600 Sport SE ราคาเริ่ม 6,690,000 บาท
- Emeya 900 Sport ราคาเริ่ม 7,290,000 บาท
- Emeya 900 Sport Carbon ราคาเริ่ม 7,990,000 บาท
โปรโมชันเฉพาะ Emeya 600 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนานถึง 2 ปี และที่ชาร์จ Lotus Wall Box พร้อมติดตั้ง สำหรับรุ่นอื่นๆ สามารถเลือกรับ Lotus Wall Box หรือ ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี (อย่างใดอย่างหนึ่ง) แคมเปญ เริ่มตั้งแต่วันที่1 – 31 สิงหาคม 2025 นี้

สำหรับ การปรับกลยุทธุ์ในครั้งนี้ของ Lotus Emeya 600 ไม่เพียงแต่เปิดราคาให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ยังมีการปรับราคาออปชั่นต่างๆ ให้เหมาะสมกับตลาดในประเทศไทยในปัจจุบัน

สำหรับ Lotus Emeya เป็นรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบซีดาน 4 ประตู เรือธงตัวใหม่ของทางแบรนด์ LOTUS ที่มากับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 611 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 4.15 วินาที โดยในรุ่น 600 ชาร์จไฟวิ่งไกล 610 กม. (มาตรฐาน WLTP) ส่วนในรุ่น รุ่น 600 GT SE / SPORT SE จะให้ระยะทางวิ่งไกล 580 กม.

ในด้านงานดีไซน์ตัวรถของ Lotus EMEYA จะเหมือนกันในทุกรุ่น จะเน้นความโฉบเฉี่ยว โดยมีลักษณะที่คล้ายกับ Lotus ELETRE ไฮเปอร์เอสยูวีไฟฟ้า แต่งานออกแบบดีเทลตะแตกต่างกัน โดยในส่วนไฟหน้าของ Lotus Emeya จะมามาในแบบเพรียวบางที่เป็นรูปตัว L วางเรียงซ้อนกัน 2 ชั้น ในส่วนของฝากระโปรงหน้าดีไซน์ที่ออกแบบให้มีสันนูนที่ดูสปอร์ต และโฉบเฉี่ยวกว่า
ขณะที่ในส่วนของกระจังหน้า, ช่องดักลมด้านหน้า และสเกิร์ตหน้าก็เป็นแบบ Active ที่ช่วยลดแรงต้าน และเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อปิด อีกทั้งยังระบายความร้อนแบตเตอรี่และเบรกได้เมื่อเปิด


ส่วนด้านชุดพาร์ทแต่งรอบคันจะถูกทำขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์ เหมือนกับเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นพี่ รวมทั้งมือจับเปิดประตูแบบ Pop-Up และกระจกมองข้างที่เป็นแบบกล้อง มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 – 22 นิ้ว

ส่วนชุดไฟท้ายจะออกแบบให้เป็นเส้น LED ที่พาดตลอดความกว้างของตัวรถ นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับดิฟฟิวเซอร์ และสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟ ที่หมือนกับ Lotus ELETRE แต่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าโดย Emeya จะมีความกว้าง 11.0 นิ้ว ซึ่งกว้างกว่าสปอยเลอร์ของในรุ่นเอสยูวีไฟฟ้าอยู่ 3.9 นิ้ว โดยในส่วนสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟนี้จะช่วยสร้างแรงกดได้ถึง 474 ปอนด์

สำหรับมิติขนาดตัวถัง Lotus Emeya จะมีความกว้าง 2,005 มม. ความยาว 5,139 มม. ความสูง 1,464 มม. มาพร้อมระยะฐานล้อ 3,069 มม .โดยมีระยะห่างจากพื้นหรือ Ground clearance 141 – 171 มม. นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระตอนหน้าจุได้ 46 ลิตร และพื้นที่เก็บของด้านท้ายที่มีความจุ 688 ลิตรมาพร้อมค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.21cd







ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบหรู มาพร้อมงานออกแบบที่เรียบง่าย เบาะที่นั่งเป็นแบบ 4 ที่นั่ง รวมทั้งยังมีออฟชั่นแบบเบาะแยกที่ด้านหลัง มีเฉดสีให้เลือก 6 สี ได้แก่ JASPER สีดำ Black, QUARTZ สีเทาอ่อน – เหลือง Light Grey / Yellow, MAGNETITE สีดำ – เทา Anthracite / Grey, GOLD สีน้ำตาล – ดำ TAN / Black, CARNELIAN สีส้ม – ดำ Orange / Black และ KYANITE สีน้ำเงิน Light Blue




แผงแดชบอร์ดมากับแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาดเล็ก และจออินโฟรเทนเมนต์แบบสัมผัสที่คาดว่าจะมีขนาด 15.1 นิ้ว เหมือนกับในตัวครอสโอเวอร์ไฟฟ้า มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบท้ายตัด มาพร้อมหน้าจอ HUD ที่สะท้อนข้อมูลการขับขี่ไปยังกระจกบังลมหน้าแบบ Augmented Reality ที่มีขนาด 55 นิ้ว


ด้านการตกแต่งภายในจะใชวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง Alcantara และ Nappa พร้อมกับใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเศษผ้าฝ้ายที่ได้มาจากการตัดเย็บเสื้อผ้าและอุตสาหกรรมแฟชั่นนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง KEF 3D รวมทั้งฟังก์ชั่นที่จะช่วยตัดเสียงรบกวน

ด้านขุมพลังขับเคลื่อน EMEYA 600 จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว พละกำลังสูงสุด 611 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.15 วินาที ความเร็วสูงสุด 249 กม./ชม. มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ 800V ขนาดความจุ 102 kWh ให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 610 กม. (รุ่น 600) ส่วนในรุ่น 600 GT SE / SPORT SE ให้ระยะทางระยะวิ่งไกล 580 กม.

ส่วนในรุ่น EMEYA 900 ก็จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว เช่นกันแต้่ให้กำลังที่แรงกว่าโดยมี พละกำลังสูงสุด 918 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 985 นิวตันเมตร ใหม้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 2.78 วินาที ขณะที่ความเร็วสูงสุด 256 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ 800V ขนาดความจุ 102 kWh ชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 485 กม. (มาตรฐาน WLTP)

โดยทุกรุ่นจะมาพร้อมหัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo รองรับการชาร์จไฟแบบ AC สูงสุด 22 kW และรองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุด 355 kW ให้กำลังไฟจาก 10 – 80% ในเวลา 18 นาที พร้อมชาร์จไฟเพียง 5 นาที จะให้ระยะทางวิ่งไกลวิ่งได้ไกล 150 กม. (มาตรฐาน WLTP)
