Nissan ในประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย Nissan X-Trail NISMO e-4ORCE เอสยูวีสายลุย ทรงหล่อที่มาพร้อมชุดแต่ง NISMO รอบคัน รวมทั้งยังผสมผสานสมรรถนะรถในระดับสนามแข่ง เข้ากับรถยนตืบ้าน ที่ให้ทั้งควารมแรง และความสะดวกสบายในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

Nissan X-Trail NISMO e-4ORCE สำหรับถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Grand Touring SUV ที่มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ” ในด้านงานออกแบบดีไซน์มากับชุดแต่งสไตล์ NISMO รอบคัน ที่ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มทั้งอารมณ์สปอร์ต และประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์


เริ่มจากด้านหน้ามากับกระจังหน้าสีดำ ที่ตกตแต่งด้วยเส้นโครเมียม ที่วางอยนุ่เหนือโลโก้ของทางทางแบรนด์ ที่ชายกันชนหน้าติดตั้งสปลิตเตอร์หน้าสีดำ มาพร้อม โลโก้ NISMO ที่ดูโดดเด่นอยู่ตรงกลาง



ส่วนที่ด้านข้างตัวถังก็มากับสเกิร์ตข้าง และที่ด้านท้ายเติมความหล่อสปอร์ตด้วยดิฟฟิวเซอร์หลังพร้อมไฟเบรกสไตล์ F1 ทั้งหมดนี้จะทำไฮไลท์เด่นด้วยการคาดเส้นสีแดง รวมถึงในส่วนของฝาคึรอบกระจกมองข้างด้วย โดยชุดพาร์ทแต่งของ Nissan X-Trail NISMO ทางนิสสัน ระบุว่าไม่ได้มีไว้แค่โชว์เท่านั้น แต่ยังช่วยลดแรงกดได้มากถึง 29% เมื่อเทียบกับ X-Trail ในรุ่นพื้นฐาน


นอกจากนั้นยังเสริมความดุดัน ด้วยชุดล้ออะลูมิเนียมขนาด 20 นิ้วสุดพิเศษ จาก Enkei ที่ได้รับการออกแบบให้ระบายความร้อนจากการเบรกได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังถูกรัดด้วยยางของทาง Michelin Pilot Sport EV แบบหน้ากว้าง ที่ออกแบบพิเศาเฉพสาะรุ่น เพื่อให้การยึดเกาะถนนได้ดีมายิ่งขึ้น

สำหรับ Nissan X-Trail NISMO e-4ORCE ยังมาพร้อมกับเฉดสีใหม่สีเทา Stealth Gray ที่เป็นเฉดสีเฉพาะของทาง NISMO มาพร้อมหลังคาสีดำ Super Black

ภายในไห้องโดยสารของ Nissan X-Trail NISMO ที่มีวางขายในตลาดญี่ปุ่น จะเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตในแบบ NISMO ด้วยโทนสีดำ ตัดสลับด้วยเฉดสีแดงรอบห้องโดยสาร โดยใน X-Trail NISMO จะมีเพียง 5 ที่นั่งเท่าานั้น ซึ่งแตกต่างจาก X-Trail รุ่นมาตรฐานมีให้เลือกแบบ 7 ที่นั่ง ในส่วนของแผงแดชบอร์ด ยังคงเหมือนกับในรุ่นมาตราฐาน โดยจะมากับมาตรวัดดิจิตอล Full LCD ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว และหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว มาพร้อมระบบ Google built-in ในตัว เรียกใช้งาน Google Maps, Google Assistant และ Google Play ดาวน์โหลดแอปได้ รวมไปถึงเพลง รวมทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay ไร้สาย และการอัปเดตแบบ over-the-air


โดยในส่วนที่ตกแต่งใหม่จะเป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่ติดมาร์กสีแดงไว้ที่ 12 นาฬิกา รวมทั้งคอนโซลด้านหน้าฝั่งผู้โดยสารที่จะตกแต่งด้วยชิ้นงานเคฟล่าสีแดง-ดำ นอกจากนั้นในส่วนของปุ่มเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Hold และปุ่ม Push Start ก็จะเป็นสีแดงทั้งหมด


ขณะที่ในตัวเบาะที่นั่งจะมีให้เลือก 2 แบบ 2 สไตล์ อย่างแรกจะเป็นเบาะนั่งทรงเดิมที่หุ้มด้วยหนังสีดำเย้บเดินตะเข็บด้วยยด้ายสีแดง เสริมความสปอร์ตอีกแบบด้วยเบาะนั่งสปอร์ตของทาง Recaro ที่หุ้มด้วยหนังแท้ และหนัง Alcantara มาพร้อมพนักพิงศีรษะแบบบิวท์อิน ที่นอกจากจะรองรับสรีระได้ดียิ่งขึ้นแล้ว เบาะนั่งชุดนี้จะมาะพร้อมกับระบบปรับเอนไฟฟ้า และระบบทำความร้อน


ด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ X-Trail NISMO ยังคงใช้ระบบ e-Power ที่เป็นระบบไฮบริดแบบชาร์จไฟ ที่เป็นการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน1.5T ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ส่งกำลังไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า และแรงบิด 525 นิวตันเมตรมีโหมดการขับขี่ 5 โหมดทั้ง Sport, Off-Road, Snow, Auto และ ECO มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE ที่ได้รับการจูนเฉพาะสำหรับ X-Trail NISMO เพิ่มการกระจายแรงบิดไปยังล้อหลัง และควบคุมการหมุนพวงมาลัยเพื่อให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ทั้งยังมีการปรับลักษณะการเร่ง และการส่งกำลังให้เหมาะกับโหมดการขับขี่ที่แตกต่างกัน


นอกจากนี้ Nissan X-Trail NISMO ยังได้รับการปรับเซทระบบช่วงล่างใหม่ ด้วยการติดตั้งโช้กอัพ Kayaba Swing Valve เป็นครั้งแรกในรถ Nissan ที่จะช่วยลดอาการโคลงของตัวรถ รวมทั้งยังมาพร้อมระบบ Vehicle Control Module (VCM) ที่ปรับจูนพิเศษ โดยมีโหมด SPORT ที่เน้นความดุดันตอบสนองไว และโหมด AUTO ที่เน้นการเร่งความเร็วในช่วงกลางถึงปลาย มอบสมดุลระหว่างความเร็ว และความสะดวกสบาย

ในด้านสนนราคาจำหน่ายทางนิสสันในแดนปลาดิบเปิดราคา Nissan X-Trail Nismo ในตลาดญี่ปุ่นไว้ระหว่าง 5,416,400 – 5,962,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.19 – 1.3 ล้านบาท โดยถ้าอยากได้รุ่นที่ติดตั้งเบาะนั่ง Recaro จะต้องเพิ่มเงินอีกราว ๆ 489,500 เยน หรือประมาณ 1.07 แสนบาท
