หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางเอ็มจี ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย NEW MG IM6 เมื่อกลางปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Premium 2WD และ Performance AWD ล่าสุดทาง MG ได้เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ รุ่น LONG RANGE วิ่งไกลขึ้นโดยชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 750 กม.

ราคาจำหน่าย NEW MG IM6
- รุ่น Premium 2WD ชาร์จไฟวิ่งไกล 550 กม. ราคา 1,299,900 บาท
- รุ่น LONG RANGE ชาร์จไฟวิ่งไกล 750 กม. ราคา 1,499,900 บาท (ใหม่)
- รุ่น Performance AWD ชาร์จไฟวิ่งไกล 634 กม. ราคา 1,699,900 บาท

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ของ NEW MG IM6 รุ่น LONG RANGE ยังคงเหมือนกับ 2 รุ่นย่อย ก่อนหน้านี้ ภายนอกมาพร้อมงานออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Gentle Sculpture ที่ตัวรถเน้นความโค้งมน ดูพลิ้วไหว ดีไซน์กระจังหน้าเป็นเอกลักษณ์ พร้อมไฟหน้าดีไซน์แบบ L Shape ทำให้รถดูโฉบเฉี่ยว


เส้นสายด้านข้างเน้นความลู่ลม มือจับประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ มาพร้อมกระจกข้างแบบไร้กรอบ พร้อมกระจกรอบคัน 2 ชั้น ส่วกระจกมองข้างพับ และปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว ส่วนชุดล้ออัลลอยในรุ่น LONG RANGE จะกับลวดลายใหม่ขนาด 20 นิ้ว

ด้านชุดไฟท้ายมาในแแบบพาดยาวแบบ Skyline Taillights และการออกแบบเส้นสายให้ดูโค้งโอบล้อมลงตัวเข้ากับช่วงท้ายรถ ทั้งยังคำนึงถึงการใช้หลักอากาศพลศาสตร์ หรือ Aero Dynamics ในการออกแบบเพื่อช่วยเสริมสมรรถนะและเพิ่มประสิทธิภาพของตัวรถได้อย่างลงตัว

ในด้านขนาดมิติตัวถังจะม่ความยาว 4,904 มม. กว้าง 1,988 มม. สูง 1,669 มม. และมีระยะความยาวฐานล้อ 2,950 มม. มาพร้อมรัศมีวงเลี้ยว 5.1 เมตร

ภายในห้องโดยสารของ NEW MG IM6 LONG RANGE ยังคงเหนือระดับ มาพร้อมลูกเล่นที่หลากหลา่ยตอบไลฟ์สไตล์ สะดวกสบาย และลงตัว ออกแบบภายในเน้นความเรียบหรู และคำนึงถึงความสะดวกสบายให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน


โดย NEW MG IM6 ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุพรีเมียม และการจัดวางเส้นสายที่ประณีตบรรจง ช่วยเพิ่มสุนทรีย์ภายในห้องโดยสาร มาพร้อมการออกแบบเพื่อการใช้งาน ที่เน้นความกว้าง ทำให้ดูโล่ง โปร่ง สบาย แต่ยังมีสไตล์ และมีความเฉพาะตัว ทั้งยังคงจุดเด่นของการเป็นรถอเนกประสงค์ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระรอบคัน ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ล้ำสมัย และใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับไฮเอนด์

ดีไซน์คอนโซลหน้าเน้นความเรียบหรูด้วยวัสดุ Soft Touch มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางโทรศัพท์ มาพร้อมหน้าจออัจฉริยะระบบสัมผัส Intelligent Immersive Touch Screens จำนวน 2 จอขนาดใหญ่ ประกอบด้วย หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลขนาด 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.5 นิ้ว สำหรับควบคุมส่วนต่าง ๆ ภายในรถ มาพร้อมระบบสั่งการอัจฉริยะ IM OS และรองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android แบบไร้สาย


เบาะที่นั่งมาในแบบ POPO Sofa ทรงขนมปัง พร้อมสัมผัสพรีเมียมโดยหุ้มด้วยวัสดุสังเคราะห์ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้าเป็นแบบระบายความร้อน พร้อมระบบนวดสำหรับผู้ขับขี่ ส่วนเบาะนั่งด้านหลังพนักพิง พับได้ 60:40 สามารถปรับเอนได้ถึง 18 องศา



ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบที่ให้กำลังชาร์จ 50W, ชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพงรอบทิศทาง 20 จุด ประกอบด้วย ลำโพงรอบทิศทาง 16 จุด และลำโพงบริเวณหลังคา 4 จุด, ชุดไฟ Interactive Ambient Light ที่สามารถเปลี่ยนได้ 256 เฉดสี, กระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down, กระจกมองหลังแบบ Streaming Media Rearview Mirror, กระจกที่นั่งด้านหลังแบบ Privacy Glass, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนอิสระ, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, พอร์ต USB TYPE C จำนวน 2 จุด, ระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless Entry พร้อมการ์ด NFC, ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิดอัตโนมัติ

ด้านพื้นที่เก็นสัมภาระด้านท้ายมีความจุได้มากถึง 596 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,640 ลิตร มาพร้อมที่เก็บสัมภาระเพิ่มเติมที่ท้ายรถได้อีก 69 ลิตร นอกจากนั้นยังได้รับพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้ารถ จุได้มากถึง 32 ลิตร


ในด้านขุมพลัง และพละกำลังขับเคลื่อนของ NEW MG IM6
- รุ่น Premium 2WD มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้พละกำลังสูงสุด 217 kW / 295 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 75 kWh ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 400Vชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 550 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC)
- รุ่น Premium LONG RANGE มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้พละกำลังสูงสุด 300 kW / 407 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 100 kWh ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 875V ชารืจไฟให้ระยะทางวิ่งไกล 750 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) (ใหม่)
- รุ่น Performance AWD มอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์หน้าให้พละกำลังสูงสุด 200 kW / 271 แรงม้า มอเตอร์หลังให้กำลังสูงสุด 372 kW / 505 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 802 นิวตันเมตร ใหเอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ใน 3.48 วินาที โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 240 กม./ชม. มาพร้อมบแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 100 kWh ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 875V ชาร์จจไฟให้ระะยทางวอ่งไกลสุด 634 กม.(ตามมาตรฐาน NEDC)
โดยทุกรุ่นจะมีระบบการขับขี่ 6 โหมด ได้แก่ Eco / Comfort / Sport / Snow / Custom และ Super Eco

พร้อมรองรับชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 800V การชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW
- รุ่น Premium 2WD ใช้เวลาน้อยกว่า 25 นาที*
- รุ่น Premium LONG RANGE และรุ่น Performance AWD ใช้เวลาเพียง 18 นาที*
นอกจากนั้นยังรองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 6.6 kW

นอกจากนั้นยังมาพร้อมระบบ KERS 2 ระดับ ด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์ในรุ่น Premium และ Premium LONG RANGE มาพร้อมระบบ Active Damping Control พร้อมระบบถุงลมในรุ่น Performance AWD นอกจากนั้นยังมากับระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะ (Intelligent Air Suspension) ที่ปรับสูง-ต่ำได้ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับความสูงปกติ (Standard) ปรับเตี้ยลง 5 เซนติเมตร และปรับสูงขึ้น 2 เซนติเมตร พร้อมปรับการทำงานอัตโนมัติตามรูปแบบการขับขี่

มาพร้อมระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ และฟังก์ชัน Crab Mode เพื่อปรับมุมทั้ง 4 ล้อ ในมุมเดียวกัน เพื่อทำการเคลื่อนรถออกจากพื้นที่จำกัดได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่วนระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน

ในด้านระบบความปลอดภัยมาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย มาพร้อมระบบ ADAS อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบ One Touch iAD Auto Parking Assist ที่ช่วยในการถอยจอดด้านข้าง รวมถึงการจอดและออกจากช่องจอดรถในพื้นที่จำกัด และการถอยหลังอัตโนมัติเมื่อขับเจอซอยตัน

นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง




สำหรับ NEW MG IM6 จะมีสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีชมพู Ferdinand Pink, สีขาว Raphael Beige, สีดำ Ares Black, สีเทา Rembrandt Grey และสีฟ้า Nevis Blue
