ซีคเกอร์ แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ที่อยู่ในสังกัดของทาง Geely เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย ZEEKR 7X (ซีเคอร์ 7X) สเปคพวงมาลัยขวาอย่างเป็นทางการในตลาดเมืองไทย โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น รุ่น Standard RWD, รุ่น Long Range RWD และ รุ่น AWD Performance

ราคาจำหน่าย ZEEKR 7X สเปคพวงมาลัยขวา (นำเข้าจากประเทศจีน)
- รุ่น Standard RWD ราคา 1.399 ล้านบาท
- รุ่น Long Range RWD ราคา 1.599 ล้านบาท
- รุ่น AWD Performance ราคา 1.799 ล้านบาท
พร้อมรับประกันจากทาง ZEEKR ประเทศไทย ดังนี้
- รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ และ มอเตอร์ นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม..
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
- ฟรี Wallbox Home Charger พร้อมติดตั้ง
- ZEEKR Voucher 20,000 บาท
- ฟรี ค่าจดทะเบียน
สามารถเข้าไปชมรีวิว ZEEKR 7X แบบตัวจริงได้ที่

สำหรับ ZEEKR 7X เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในรูปแบบเอสยูวี โดยจะรถยนต์ไฟฟ้าลำดับที่ 3 ของ ZEEKR ที่มีวางจำหน่ายในไทย ต่อมาจาก ZEEKR X และ ZEEKR 009

ในด้านงานออกแบบดีไซน์ตัวรถมาพร้อมกับภาษางานออกแบบที่เรียกว่า Hidden Energy Design ของทาง ZEEKR ด้วยการนำ Golden Ratio หรืออัตราส่วนทองคำซึ่งเป็นหลักคณิตศาสตร์แห่งความสมบูรณ์แบบมาประยุกต์ใช้ในการกำหนดสัดส่วนทุกองค์ประกอบของรถยนต์ ทำให้ได้รูปลักษณ์ที่สมดุลอย่างที่สุดและสร้างความประทับใจแรกเห็น

งานดีไซน์ภายนอกตัวรถดูล้ำสมัย กระจังหน้ามาในทรงทึบ โดยจะโดเด่นด้วยแถบชุดไฟ LED ZEEKR STARGATE ที่วางเต็มความกว้างของส่วนหน้ารถ ด้วยความยาวขนาด 93 นิ้ว โดยจะประกอบไปด้วยไฟ LED ถึง 1,831 ดวง ซึ่งสามารถส่งข้อความ และรูปภาพไปยังผู้คนนอกรถได


ด้านข้างมากับความเรียบหรูที่ออกแบบให้สอดรับกับระบบแอร์โร่ไดนามิค มือเปิดประตูแบบซ่อนที่ราบเรียบไปกับตัวรถ มาพร้อมความสะดวกสบายระดับลักชูรีด้วยระบบ Automatic Doors ที่เป็นระบบประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติทั้ง 4 บาน พร้อมกระจกแบบไร้กรอบ Frameless Automatic Doors

นอกจากนั้นยังตกแต่งด้วยเส้นสายสีดำที่เลาะไปตามขอบเสา A และขอบหลังคาไปแจนถึงเสา C ด้ายท้าย ช่วยทำให้หลังคารถนั้นเป็นแบบลอยตัว ทำให้ตัวรถนั้นดูโป่งโล่ง อีกทั้งบนหลังคายังติดตั้งราวแล็คสีบรอนซ์ ที่เสริมภาพลักษณ์ของตัวรถให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ขณะที่ชุดล้อจะเป็นล้อ Forged Wheel น้ำหนักเบาที่มีขนาด 21 นิ้ว พร้อมรัดด้วยยางขนาด 265/40R21 มาพร้อมระบบเบรก Akebono Caliper สมรรถนะสูง ทำให้มั่นใจได้ในทุกการหยุดรถ แม้ในความเร็วสูง

ส่วนที่ด้านท้ายออกแบบไฟท้ายให้เป็นแบบเส้นวางพาดยาว โดยมีกล้องคั้นอยุ่ตรงกลาง ขณะที่ชื่อแบรนด์ ZEEKR ถูกนำไปติดตั้งไว้ตัวกระจกบานหลัง โดยทางผู้ผลิตเคลมว่าจะมีแรงต้านอากาศอยู่ที่เพียง 0.618 cd

ในด้านขนาดมิติตัวรถของ 7X นั้นจะเป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลางคันแรกของแบรนด์ โดยมีความยาว 4,825 มม. กว้าง 1,930 มม. สูง 1,666 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,925 มม.


ภายในห้องโดยสารจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง ออกแบบใหม่มีพื้นที่มีความกว้างขวาง เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่ โดยจะมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Black และสีขาว White & Purple


ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมากับงานออกแบบที่เรียบหรู โดดเด่นด้วยหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 16 นิ้วที่มีความละเอียด 3.5K มาพร้อมแผงหน้าปัด LCD ขนาด 13.02 นิ้ว ที่วางฝังไว้อยู่บนคอนโซลหน้า โดยมีพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง 3 ก้านวางอยู่ด้านหน้า นอกจากนั้ยังมาพร้อมกับชหน้าจอ HUD ขนาด 36.21 นิ้ว ที่สะท้อนภาพเสมือนจริงไปยังกระจะบังลมหน้า โดยการทำงานของหน้าจอทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 มาพร้อมเทคโนโลยี 5nm Process Technology ที่ให้การประมวลผลรวดเร็ว และราบรื่น

ด้านตัวเบาะที่นั่งของ ZEEKR 7X ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับในทุกการเดินทาง ตัวเบาะหุ้มด้วยหนัง Nappa โดยตัวเบาะคู่หน้าจะมากับระบบนวด และเป่าลมในตัว

เบาะด้านหลังปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถปรับองศาการนั่งให้เหมาะกับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การพักผ่อน หรือการชมภาพยนตร์ ทำให้ห้องโดยสารหลังเปลี่ยนเป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ



ด้านชุดอุปกรณ์ภายในของ 7X จะได้รับระบบเสียง ZEEKR Sound Pro ที่มาพร้อมลำโพงคุณภาพระดับสตูดิโอจำนวน 21 จุดรอบคันมาพร้อมชุดลำโพงที่เบาะคู่หน้า, ชุดไฟ Ambient Light, แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย และหลังคาพาโนรามิก ที่มาพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า

ส่วนพื้นที่เก็บของด้านท้ายจะมความจุ 539 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงจะขยายพื้นที่ได้มากกึง 1,978 ลิตร อีกทั้งยังมี Frunk ช่องใส่ของใต้ฝากระโปรงหน้าที่มีขนาดความจุ 66 ลิตร

ในด้านระบบความปลอดภัย และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ZEEKR 7X สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture) ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงสุด ได้รับการรับรองด้วยมาตรฐาน 5 ดาว

นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับเซนเซอร์รอบคัน, กล้องความละเอียดสูง 11 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 1 ตัว ทั้งหมดนี้ทำงานผ่านชิปประมวลผล NVIDIA Orin X ที่มีพลังการประมวลผลสูงถึง 508 TOPS (trillion operations per second)

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ ZEEKR 7X จะมีให้เลือกทั้งมอเอตอรืไฟฟ้าตัวเดียว และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
- รุ่น Standard RWD จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่วางอยู่คู่ล้อหลังให้กำลัง 416 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ ternary NMC ขนาด 75 kWh ให้ระยะทางวิ่งได้ 566 กม.(NEDC)
- รุ่น Long Range RWD จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่วางอยู่คู่ล้อหลังให้กำลัง 421 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 6 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ ternary NMC จาก CATL-GEELY ขนาดความจุ 100 kWh วิ่งไกลกว่า 730 กม. (NEDC)

- รุ่น AWD Performance มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Intelligent AWD Lightning Switch สามารถปรับกำลังขับอัตโนมัติทันทีตามสภาพถนน โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าให้กำลัง 224 แรงม้า ส่วนมเตอรืไฟฟ้าคู่หลังให้กำลัง 422 แรงม้า โดยให้กำลังรวม 637 แรงม้า แรงบิด 710 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.8 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ ternary NMC จาก CATL-GEELY ขนาด 100 kWh ชาร์จไฟให้ระยะทางวิ่งไกล 635 กม.(NEDC)


โดยทั้ง 3 รุ่นจะมากับสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มไฟฟ้าแรงสูง 800V ที่รองรับการชาร์จทั้งแบบ DC 4C ขนาด 480 kW ให้กำลังไฟจาก 10 – 80% ในเวลา 16 นาที และรองรับการชาร์จไฟแบบ AC นอกจากนั้นยังมาพร้อมระบบ V2L ที่จ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้

ด้านระบบช่วงล่างจะเป็นแบบถุงลม (Air Suspension) สามารถปรับระดับตามสภาพถนนเพื่อให้การขับขี่มีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น ในโหมด Off-Road สามารถยกความสูงตัวรถได้ถึง 230 มิลลิเมตร รองรับทุกเส้นทาง




ZEEKR 7X สเปคที่จะเปิดตัวในไทยจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่สีขาว Crystal White, สีดำ Onyx Black, สีเทา Tech Grey และสีเขียว Forest Green ส่วนภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 สี ได้แก่สีดำ Black และสีขาว Purple & White
