ที่ภายในงาน Gaikindo Indonesia International Auto Show 2025 ทาง ฮุนไดในประเทศอินโดนีเซียได้เปิดตัว Hyundai Stargazer รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้ดูมีความสปอรืต ดุดันขึ้น อีกทั้งยังเสริมชุดอุปกรณ์ให้มากกว่าารุ่นที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังได้ปรับเปลี่ยนชื่อเพิ่มเติมชื่อ โดยนำนำชื่อ Cartenz ซึ่งเป็นภูเขาสูงที่สุดในอินโดนีเซียมาต่อใส่ท้าย โดยในรุึ่นมาตรฐานจะมีชื่อรุ่นว่า Stargazer Cartenz ขณะที่ในรุ่นตกแต่งแบบสไตล์ครอสโอเวอร์สายลุยจะใช้ชื่อรุ่นว่า Stargazer Cartenz X


สำหรับ Hyundai Stargazer Cartenz / Cartenz X ยังคงมาในรูปแบบมินิเอ็มพีวีแบบ 6 – 7 ที่นั่ง ด้านงานออกแบบดีไซน์ตัวรถจะได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ รอบคัน รวมทั้งภายในห้องโดยสาร

เริ่มจากด้านหน้า Hyundai Stargazer Cartenz จะมีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับทั้ง Santa Fe และ Palisade ที่มากับชุดไฟ DRL LED รูปทรงตัว H ขนาดใหญ่ ที่วางเต้มพืน้ที่ส่วนหน้า โดยมีไฟส่องสว่างทรงเหลี่ยมวางอยู่ข้างในด้านบน มาพร้อมตราโลโก้ Hyundai อยู่ตรงกลางเหนือกระจังหน้า
ส่วนตัวกระจังหน้ามากับดีไซน์ใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นตั้งตรงมากขึ้น โดยด้านในจะเป็นตระแกรงสีเหลี่ยมวางเรียงซ้อนกัน 5 แถว เสรริมความดุดันด้วยกันชนหน้าสีบรอนซ์ที่ดีไซน์ให่้ป็นรูปทรงตัว H โดยมีช่องดักอากาศอยู่ด้านข้าง และด้านล่าง

ขณะที่เส้นสายด้านข้างนั้นยังคงเดิม มีเพียงในส่วนของล้ออัลลอยที่มาในลวดลายใหม่ โดยมีขนสด 16 และ 17 นิ้ว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย)

ส่วนด้านหลังก็มีการปรับเปลี่ยนจากเดิม ชุดไฟท้ายที่มีการออกแบบใหม่ให้มีขนาดที่บางลง มาพร้อมแถบไฟแนวยาวเพื่อส่องสว่างเป็นรูปตัว H เหมือนกับที่ด้านหน้า อีกทั้งยังดีไซน์กันชนหลังใหม่ให้มีขนาดใหญ่ โดยด้านในจะมากับชิ้นงานสีบรอนซ์ที่แอบมีดีเทลที่อยุ่คล้ายรูปตัว H และมีช่องระบายอากาศอยู่ด้านข้างท้ัง 2 ฝั่ง

ส่วนในรุ่น Stargazer Cartenz X ที่มาในสไตล์ครอสโอเวอร์สายลุย ตัวกระจังหน้าจะมีดีไซน์ที่ใหญ่กว่า Cartenz รุ่นมาตรฐาน อีกทั้งยังออกแบบด้านในใหม่ ตกแต่งด้วยชิ้นงานโครเมียมที่เป้นเส้นเล็ก ๆ นอกจากตัวกันชนหน้ายังก็แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานที่มาในแบบรูปทรงตัว C ที่ด้านข้างโดนจะเป้นชิ้นงานโครเมียมแบบรมดำ เสริมความดุด้วยการตกแต่งกรอบช่องดักอากาศด้านล่างที่เป็นโครเมียม


นอกจากนั้นใมนส่วนขอบซุ้มล้อก็เสริมความแกร่งสไตล์รถสายลุยด้วยชิ้นงานสีดำ ปิดท้ายด้วยราวแล็คหลังคาสีดำ
สำหรับขนาดมิติตัวรถของ Stargazer Cartenz จะมีความยาว 4,575 มม. ส่วน Catenz X มีความยาวอยู่ที่ 4,610 มม. ด้านระยะฐานล้อเท่ากันที่ 2,780 มม. ในขณะที่ความสูงของใต้ท้องรถจากพื้นอยู่ที่ 205 มม.



ภายในห้องโดยสารจะมาในธีมสีดำ อีกทั้งยังคงมาในแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง (2+2+2) และ 7 ที่นั่ง (2+2+3) โดยรุ่น 6 ที่นั่งมาพร้อมเบาะแถวที่ 2 แบบกัปตันซีทแยกอิสระซ้าย-ขวา เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า มาพร้อมระบบระบบระบายอากาศ และสีเบจให้เลือก (มีให้รุ่นท๊อป)


ด้านแผงแดชบอร์ดหน้าก้มีการออกแบบแตกต่างไปจากรุ่นเดิมทั้งหมด โดยจะมากับหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ที่เป็นจอแสดงข้อมูลการขับขี่ และจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัส วางเชื่อมเป้นจอเดียวกัน โดยแต่ละจอนั้นจะมีขนาด 10.25 นิ้ว นอกจากนั้นยังออกแบบในส่วนของแผงสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศแบบใหม่

โดยในรุ่น Cartenz X จะย้ายชุดเกียรืจากคอนโซลกลางมาไว้ที่ด้านหลังพวงมาลัย ที่เป็นแบบก้าน




ขณะที่ชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับชุดไฟ Ambient Lighting, เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Break Hold, แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย, ระบบนำทางในตัวรถ, ระบเครื่องเสียง Bose





สำหรับระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ Hyundai Stargazer Cartenz / Cartenz X จะมากับระบบ Hyundai SmartSense (HSS) ที่ประกอบด้วย ระบบป้องกันการชน (FCA), ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ (SCC) พร้อม Stop & Go, ระบบช่วยรักษาเลนอัตโนมัติ (LKA) และระบบเตือนขณะเปิดประตู (SEW) และระบบตรวจจับมุมบอด เป็นต้น

ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนของ Hyundai Stargazer Cartenz / Cartenz X ยังคงติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ Smartstream ความจุ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 144 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ iVT (หรือ CVT) และมีเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะไปยังคู่ล้อหน้า

สำหรับราคาจำหน่าย Stargazer Cartenz จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 269,900,000 รูเปียห์ 5.36 แสนบาท ส่วนในรุ่น Stargazer Cartenz X จะมีราคาเริ่มต้น 361,900,000 รูเปียห์หรือประมาณ 7.18 แสนบาท
โดยทั้ง 2 รุ่นนี้นั้นคาดว่าจะเข้ามาทำตลาดในไทยด้วย โดยคาดว่าจะเข้ามาในไทยประมาณช่วงปลายปี 2568 นี้
