GWM เปิดตัว Haval Big Dog (ฮาวอล บิ๊ก ด็อก) โฉมปี 2026 อย่างเป็นทางการในตลาดจีน โดยเอสยุวีออฟโรดรถรุ่นปรับปรุงใหม่นี้ มาพร้อมการตกแต่งภายในที่ออกแบบใหม่ ห้องโดยสารอัจฉริยะที่ได้รับการปรับปรุง และระบบกลไกที่ออกแบบมาเพื่อขยายขีดความสามารถทั้งการขับขี่ทั้งแบบออนโรด และออฟโรด มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย มาพร้อมขุมพลัง 1.5T และ 2.0T

ราคาจำหน่าย Haval Big Dog 2026 ในประเทศจีน
- Haval Big Dog 1.5T 2WD Standard ราคา 123,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 5.59 แสนบาท
- Haval Big Dog 2.0T 2WD Premium ราคา 136,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 6.18 แสนบาท
- Haval Big Dog 2.0T AWD Flagship ราคา 149,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 6.7 แสนบาท


ในด้านรูปลักษณ์ของ Haval Big Dog รุ่นปี 2026 จะมีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ด้านหน้าเล็กน้อย กระจังหน้ามาในรูปแบบดอทเมทริกซ์ทรงเหลี่ยม ตกแต่งด้วยเฉดสีเข้ม พร้อมปรับขนาดโลโก้ H A V A L ให้มีขนาดเล็กลง


ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าทรงกลมรมดำ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “ดวงตาแห่งโลก” ในทะเลทรายซาฮารา โดยุตัวหลอดไฟจะมีระยะส่องสว่างสูงสุด 200 เมตร

เส้นสายด้านข้างยังคงสไตล์ที่ดูบึกบึนตามแบบฉบับรถรถออฟโรดสายลุย มาพร้อมโป่งล้อขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้ตัวรถดูมีมัดกล้าม เติมความดุด้วยขอบซุ้มล้อสีดำ อีกทั้งยังมาพร้อมกับล้ออัลลอยลวยลายใหม่แบบทูโทนปัดเงา ขนาด 19 นิ้วรัดด้วยยาง 235/60 R19

ด้านบนบนหลังคายังคงติดตั้งแล็คหลังคาตามสไตล์รถออฟโรด เสริมความสปอร์ตด้วยเสาอากาศครีบฉลาม และสปอยเลอร์หลังคาด้านท้าย




ด้านหลังส่วนใหญ่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ชุดไฟท้าย LED แบบสกายไลท์ ทีเป็นเส้นเรียวยาวรูปตัว C ที่วางพาดเต็มพื้นที่ส่วนท้าย แต่จะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนชื่อด้านท้ายจากคำว่า H A V A L อยู่ถูกแทนที่ด้วยชื่อแบรนด์ GWM มาพร้อมประตูท้าย เปิด- ปิดแบบไฟฟ้า


ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีความยาว 4,620 มม. กว้าง 1,890 มม. และสูง 1,780 มม. พร้อมฐานล้อ 2,738 มม.




ภายในห้องโดยสารของ Haval Big Dog ปี 2026 ทาง GWM ได้นำรูปแบบใหม่ ที่เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะตกแต่งด้วยวัสดุแบบบุนุ่ม มีสเฉดสีภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 3 เฉดสี ได่แก่ สีดำ, สีเทา และสีเบจ



แผงแดชบอร์ดปรับงานออกแบบใหม่เริ่มจากพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันมาในแบบสองก้านทรง D-Shape ซึ่งจะช่ยในเรื่องของพื้นที่วางขาให้กว้างมากขึ้น ขณะเดียวกันคันเกียร์ก็ถูกย้ายมาไว้ที่คอพวงมาลัย ส่งผลให้พื้นที่เก็บของบนคอนโซลกลางเพิ่มขึ้น


นอกจากนั้นในส่วนหน้าจอควบคุมส่วนกลางที่เป็นแบบสัมผัสจะมาในแบบแขวน โดยมีขนาด 14.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยระบบ Coffee OS 3 ใหม่ โดยทาง GWM ระบุว่าระบบนี้รองรับการแคสต์แบบไร้สายเพียงคลิกเดียวสำหรับสมาร์ทโฟนแบรนด์ดัง


มาพร้อมแอปพลิเคชันในตัว อาทิ Gaode Map (พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การนับถอยหลังสัญญาณไฟจราจร การแนะนำความเร็วของคลื่นสีเขียว และการแจ้งเตือนจุดบอด), Netease Cloud Music และ Youku รวมทั้งยังมาพร้อมระบบผู้ช่วยเสียงที่อัปเดตใหม่รองรับฟังก์ชันมากกว่า 70 ฟังก์ชัน โดยให้การควบคุมด้วยเสียงสำหรับการนำทาง สื่อ สภาพอากาศ และการตั้งค่าระบบ


นอกจากนั้นยังมากับแผงหน้าปัดดิจิทัลเสมือนจริงแบบเต็มสีขนาด 10.25 นิ้ว และจอแสดงผลดิจิตอล HUD ขนาดภาพ 9 นิ้ว สามารถปรับความสว่างได้ด้วยตนเอง ปรับความสูงและหมุนได้



ด้านเบาะที่นั่งตัวโครงสร้างเบาะภายในเป็นแบบ 4 ชั้น ที่ออกแบบใหม่ซึ่งช่วยเสริมการรองรับตามหลักสรีรศาสตร์ เบาะนั่งด้านหน้าปรับไฟฟ้า มาพร้อมระบบทำความร้อน และระบายอากาศ





เบาะที่นั่งด้านหลังปรับพับแบบ 60:40 โดยมีพื้นที่เก็บของด้านท้ายที่มีความจุ 496 ลิตร และสามารถขยายเป็น 1,404 ลิตรได้เมื่อพับเบาะหลังลง สามารถรองรับอุปกรณ์การเดินทางของทุกคนในครอบครัวได้ อีกทั้ยังมีพื้นที่เก็บของมากถึง 38 ช่องกระจายตามจุ ๆ รอบห้องโดยสาร


ด้านชุดอุปกรณ์จะได้รับแท่นชาร์จสมารืตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังชาร์จ 50W, ระบบปรับอากาศแบบ Dual Temperature Zone มาพร้อมพร้อมเครื่องฟอกอากาศ CN95 อีกทั้งยังทีช่องแอร์แยกส่วนสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง พร้อมกับปรับเปลี่ยนช่องแอร์ให้มาในแบบแนวตั้ง




ระบบเครื่องเสียงพร้อม 10 ตำแหน่ง โดยสามารถอัปเกรดเป็นระบบเสียงแบรนด์ “Voice of Love” ที่เป็นชุดอุปกรณ์เสริม, กุญแจดิจิทัลบลูทูธแบบพกพาที่สามารถปลดล็อก ล็อก และสตาร์ทรถได้ด้วยโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา





ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ L2 นอกจากนั้นยังมากับระบบควบคุมการยึดเกาะถนน, ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ, ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบเตือนออกนอกเลน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบจดจำป้ายจราจร + แจ้งเตือนความเร็วเกินกำหนด, ระบบช่วยจอดฟิวชั่น, ระบบจอดรถควบคุมระยะไกล พร้อมออกแบบให้มีที่มือจับเพื่อความปลอดภัย ขณะออฟโรด, ถุงลมนิรภัย 6 ใบ และกล้องพาโนรามา 540° เป็นต้น




สำหรับพละกำลังขับเคลื่อน Haval Big Dog MY2026 จะมีให้เลือก 2 รูปแบบทั้ง เครื่องยนต์ 1.5T ที่ให้กำลัง 135kW / 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 275 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 สปีด ไปยังคู่ล้อหน้า




ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ 2.0T จะให้กำลัง 178 kW / 239 แรงม้า แรงบิดสุงุสด 385 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 สปีด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ AWD เจเนอเรชันที่ 6 ของ GWM รองรับโหมดการขับขี่ 8 โหมดที่ปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพถนนที่หลากหลายและการใช้งานแบบออฟโรดเบา ๆ





Haval Big Dog MY2026 ที่เปิดวางจำหน่ายในตลาดเมือจีนจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำ Dark Night, สีเทาดำ Meteorite, สีน่ำเงิน Mist Hidden Blue, สีขาว Moonlight White และสีเขียว Moss Rock Green
