หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่นานทาง KIA ในประเทศอินเดียเพิ่งเปิดตัววางจำหน่าย KIA Carens Clavis 2025 MPV ใหม่แบบ 3 แถว 6-7 ที่นั่ง ที่เป็นแบบเครื่องยนต์สันดาปล้วนมีให้เลือกทั้งเบนซิน และดีเซล

ล่าสุดทางเกีย ในประเทศอินเดียได้เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้รถในรถดินแดนภาระตะด้วยการเปิดตัว KIA Carens Clavis EV ในเวอร์ชันที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่มี 2 ความแรง 135 แรงม้า และ 171 แรงม้า โดยมีแบตเตแอแรี่ 2 ขนาดความจุ 42kWh และ 51.4kWh ชาร์จไฟให้ระยะวิ่ง 404 และ 490 กม. (ตามลำดับ)

ราคาจำหน่าย KIA Carens Clavis EV ในประเทศอินเดีย
- KIA Carens Clavis EV รุ่น HTK+ ราคา 1,799,000 รูปีอินเดีย หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 6.8 แสนบาท
- KIA Carens Clavis EV รุ่น HTX ราคา 2,049,000 รูปีอินเดีย หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 7.74 แสนบาท
- KIA Carens Clavis EV รุ่น HTX ER ราคา 2,249,000 รูปีอินเดีย หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 8.5 แสนบาท
- KIA Carens Clavis EV รุ่น HTX+ ER ราคา 2,449,000 รูปีอินเดีย หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 9.25 แสนบาท



สำหรับ KIA Carens Clavis EV ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของทาง KIA ที่ผลิตในอินเดีย ในด้านงานออกแบบ ก็จะเหมือนกับในเวอร์ชัน ICE แต่ได้รับการปรับสร้างความแตกต่างเพียงเล็กน้อย อย่างเช่นเพิ่มช่องชาร์จไฟเข้ามาที่ตัวกระจังหน้า และไม่มีช่องดักอากาศด้านล่างเหมือนกับรถรุ่นเครื่องยนต์สันดาป แถมยังเพิ่มเติมในส่วนของไฟตัดหมอก LED เข้าไป

ขณะที่ในส่วนอื่น ๆ นั้นยังคงเดิม ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า Tiger Face แบบปิดทึบ มาพร้อมแถบไฟแบบ LED ที่เป็นเส้นวางเป็นรูปตัว L ที่ดูจะถอดแบบมาจากตัว EV5 อีกทั้งยังมากับไฟ DRL ที่ออกแบบให้เป็นเส้นวางพาดยาวอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า

นอกจากนั้นเส้นสายของฝากระโปรงหน้าออกแบบให้มีสันเหลี่ยมมุมที่ดูโฉบเฉี่ยว พร้อมติดตราโลโก้ KIA ไว้ที่ปลายฝากระโปรง พร้อมกับตกแต่งด้วยชิ้นงานสีเงินขนาดใหญ่ไว้ที่ชายล่าง ที่ทำให้ดูเหมือนกับเป็นการ์ดกันกระกระแทกใต้ห้องเครื่อง


ขณะที่เส้นสายด้านข้างตัวรถก้เป็นแบบเดียวกับกับรุ่น ICE ส่วนชุดล้ออัลลอยจะมี 2 แบบ 2 ขนาด สีดำขนาด 16 นิ้ว และ สีดำ-เทาขนาด 17 นิ้ว นอกจากนั้นยังดีไซน์ในส่วนของตัวเสา A ไปขนถึงเสา C ด้วยเฉดสีดำ ช่วยเสริมให้ตัวรถั้นดูโปร่ง และสูงขึ้นในแบบหลังคาลอยตัว


ส่วนที่ด้านท้ายจะมากับชุดไฟท้าย LED ที่ออกแบบให้เป็นเส้นรูป U คว่ำ ขณะที่ตัวกันชนท้ายจะมีขนาดใหญ่ที่มาดีไซน์เดียวกันตัวกันชนหน้า

ในด้านขนาดมิติตัวรถจะมีคาวมยาว 4,550 มม., กว้าง 1,800 มม., สูง 1,730 มม. และมีระยะฐานล้อยาว 2,780 มม.



ภายในห้องโดยสารจะเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง งานดีไซน์ก็ยกชุดมาจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาปทั้ง หน้าจอคู่ที่มีขนาด 26.6 นิ้ว ส่วนตัวพวงมาลัยเป็นแบบสองก้านทรงหัวตัดท้ายตัด มาพร้อม



ส่วนคอนโซลกลางจะได้รับการออกแบบใหม่ มาในแบบลอยตัวไม่ได้ถูกต่อเชื่อมติดกับคอนโซลหน้าแบบเดียวกับในรุ่น ICE พร้อมกับไม่มีชุดคันเกียร์ โดยในเวอร์ชันไฟฟ้าชุดปรับเปลี่ยนเกียร์จะเป็นแบบบก้านที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัย มาพร้อม Paddle Shifteras สำหรับ i-Pedal และเบรก Reenerative



ส่วนอุปกรณ์ในห้องโดยสารจะได้รับเบาะคู่หน้าที่มาพร้อมระบบระบายอากาศ โดยเบาะฝั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ส่วนเบาะแถวที่ 2 พับเก็บด้วยไฟฟ้าแบบ One Touch





ระบบปรับอากาศอัตโนมัติมาพร้อมเครื่องฟอกอากาศอัฉจริยะ, ระบบเครื่องเสียง Bose พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง, ชุดไฟ Ambient Lighting 64 สี และหลังคาซันรูฟพาโนรามิกแบบ 2 ชั้น อีกทั้งยังมากับ Front trunk (frunk) ที่มีขนาด 25 ลิตรพร้อมฝาปิด

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ในรุ่นท๊อปจะมาพร้อมระบบ ADAS Level 2 พร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา นอกจากนี้ยังมีระบบเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงเพื่อการปกป้องคนเดินถนนอีกด้วย




รวมทั้งยังมากับระบบควบคุมความเร็วอัฉจริยะ, ระบบเตือนการชนด้านหน้า และระบบหลีกเลี่ยงการชน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบช่วยปรับไฟสูง และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง


ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวมีให้เลือก 2 ความแรง
- มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อคู่หน้า กำลังสูงสุด 99 kW / 135 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 42 kWh ชาร์จไฟให้เระยะทางวิ่งไกลสุด 404 กม. (MIDC)
- มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อคู่หน้า กำลังสูงสุด 126 kW / 171 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 51.4 kWh ขับได้ไกลสุด 490 กม. (MIDC)



โดยชุดแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขนาด จะมากับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน IP67 ที่ทนฝุ่น และน้ำ


นอกจากนั้น KIA Carens Clavis EV ยังรองรับฟังก์ชัน Vehicle-to-Load (V2L) พร้อมด้วยการชาร์จเร็ว DC ขนาด 100kW


สำหรับ KIA Carens Clavis EV ที่เปิดจำหน่ายในอินเดียจะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 6 สี ได้แก่สีดำ Aurora Black Pearl, สีขาว Glacier White Pearl, สีเทา Gravity Grey, สีน้ำเงิน Imperial Blue, สีบรอนซ์เงิน Ivory Silver Matte และสีเขียว Pewter Olive ส่วนภายในห้องโดยสารจะมีให้เลือก 2 สีคือสีเบจ และสีดำ อ
