ถ้าพูดถึงรถในรูปแบบสเตชันแวกอนในตลาดเมืองจีน ถือว่าไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับตลาดยุโรป หรือในที่อื่น ๆ โดยส่วนใหญ่ผู้ใช้รถชาวจีนจะนิยมในรูปแบบเอสยูวี หรือรถในรูปแบบตัวถังซีดานทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่

แต่พอมาช่วงไม่กีปีที่ผ่านมารถสไตล์พ่อบ้าน ตัวถังสเตชันแวกอน ในจีนเริ่มมีการตอบรับมากขึ้น โดยเฉพาะที่มากับขุมพลังทางเลือกใหม่ เห็นได้จากแบรนด์รถจากประเทจีน หลายเจ้าได้ทยอยส่งรถประเภทนี้ลงตลาดกันอย้่างต่อเนื่องทั้ง Zeekr 007 GT, NIO ET5 Touring Station Wagon, NETA S Shooting Brake รวมถึงรถของแบรนด์ Denza ที่อยู่ในสังกัดของทาง BYD อย่าง Denza Z9 GT

ล่าสุดทางบีวายดี แบรนด์รถยักษฺ์ใหญ่จากจีน ก็หันมามองตลาดทางนี้อย่างจริงจัง โดยได้เ้ปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่มาในรูปแบบตังถัง Wagon โดยใช้ชื่อรุ่นว่า BYD Seal 06 DM-i Touring Edition



สำหรับ BYD Seal 06 DM-i Touring Edition ใหม่รุ่นนี้จะเข้ามาเป็นน้องใหม่ในตระกูล Seal ของทาง BYD โดยชูจุดเด่นที่มากับระบบ DM-i ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งเป็นรุ่นล่า่สุด เคลมไว้ว่าจะให้ระยะทางวิ่งครอบคลุมไกลถึง 2,000 กม. มาพร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 3.15 ลิตร/100 กม. รวมทั้งยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถที่มีความจุมากถึง 670 ลิตร และขยายได้มากถึง 1,535 ลิตร


ในด้านงานออกแบบดีไซน์จะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายคลึงกันกับรถเก๋งรุ่นพี่ Seal 06 DM-i มาพร้อมงานออกแบบตามแนวคิด “Marine Aesthetics” ด้วยรูปทรงตัวถังที่เรียบเนียน ด้านหน้าจะมากับชุดไฟไฟหน้าแบบคู่ Deep Sea Eyes Diffling L ที่วางเรียงต่อกัน มาพร้อมช่องดักลมด้านหน้าแบบ 2 ชั้น


เส้นสายด้านข้างมาในแบบเรียบง่าย ที่จับประตูเป็นแบบกึ่งซ่อน พร้อมตกแต่งเสา B ไปจนถึงเสา D ด้านท้ายด้วยเฉดสีดำ มาพร้อมล้ออัลลอยปัดเงาทูโทนขนาด 17 – 18 นิ้ว (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย)


ส่วนด้านท้ายจะชุดไฟ LED ที่วางพาดยาวเต็มด้านหลัง ออกแบบชุดไฟให้เป็นรูปตัว C วางเรียงซ้อนต่อกัน 2 ชั้น มาพร้อมโลโก้ BYD ที่เป็นเฉดสีแดง


ในด้านขนาดมิติตัวรถของ BYD Seal 06 DM-i Touring Edition จะมีความยาว 4,850 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,505 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,790 มม. มีรัศมีวงเลี้ยวอยู่ที่ 5.5 เมตร โดยทางผู้ผลิตเอผยว่าตัวรถจะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของรถอยู่ที่ 0.284 Cd




ภายในห้องโดยสารของ BYD Seal 06 DM-i Touring Edition ก็จะเหมือนกับในรุ่นตังถังซีดาน แผงแดชบอร์ดจะมากับแผงหน้าปัด LCD ขนาด 8.8 นิ้ว มาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนต์ส่วนกลางขนาด 12.5 นิ้ว (ในรุ่นเริ่มต้น) และขนาด 15.6 นิ้ว (รุ่นกลาง และรุ่นท๊อป) ส่วนตัวพวงมาลัยจะมาในแบบทรงสามก้านเหมือนกัน



ขณะที่ในส่วนที่แตกต่างกันนั้นจะอยู่ที่คอนโซลกลาง โดยในรุ่นตังถังแวกอน ชุดเกียร์จะถูกย้ายไปติดตั้งอยนู่ด้านหลังพวงมาลัยที่เป็นแบบก้าน ส่วนที่คอนโซลกลางจะมีเพียงแถบชุดควบคุุมอุปกรณืภายใน และ แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังไฟการชาร์จ 50W


ขณะที่ตัวเบาะที่นั่งจะรองรับได้ 5 ที่นั่ง ตัวเบาะหุ้มด้วยหนังเกรดพรีเมียม เบาะที่นั่งฝั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 -8 ทิศทาง มาพร้อมระบบอุ่น และระบายอากาศ อีกทั้งยังมากับระบบจดจำตำแหน่งที่นั่ง (เฉพาะรุ่นท๊อป) เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง (รุ่นท๊อป) ส่วน 2 รุ่นที่เหลือจะปรับแบบแมนนวลด้วยมือ 4 ทิศทาง


เบาะหลังปรับพับได้แบบ 40:60 โดยมีพื้นที่เก็นสัมภาระด้ายท้ายที่มีความจุมากถึง 670 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลวจะขยายพื้นที่ได้มากถึง 1,535 ลิตร

ด้านชุดอุปกรณ์จะได้รับชุดไฟแอมเบี้ยนไลท์, ตู้เย็นที่อยู่ระหว่างเบะคู่หน้าใช้คอมเพรสเซอร์ร่วมกับเครื่องปรับอากาศ มีความจุ 4.5 ลิตร มาพร้อมฟังก์ชั่นทำความร้อน – เย็น โดยทำความเย็นได้ถึง -6℃ และทำอุณหภูมิทำความร้อนได้ 35℃ ~ 50℃





นอกจากนั้นยังได้รับระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง, ชุดจ่ายไฟขนาด 12V ที่อยู่ด้านท้ายรถ และหลังคาซันรูฟขนาด 0.966 ตรม. มาพร้อมม่านบังแดด นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับกุญแจแบบ NFC





ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ Seal 06 DM-i Touring Edition จะมากับระบบ DiPilot 100 หรือ God’s Eye C รองรับการขับขี่กึ่งอัตโนมัติบนถนนหลวง Highway สามารถประมวลผลได้ล้านล้านครั้งต่อวินาที โดยทำงานร่วมกับกล้อง 12 จุด, เรดาร์คลื่นความถี่ 5 มิลลิเมตร และ Ultrasonic 12 จุด อีกดทั้งยังได้รับชุดถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง



ขุมพลังขับเคลื่อนจะมากับระบบปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 5 จาก BYD โดยจัะมีความแรงให้่เลือก 2 ระดับ รุ่นเริ่มต้นจะติดตั้งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร NA ให้กำลัง 74 kW / 99 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 120 kW / 161 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 10 – 100 กม./ชม. ในเวลา 8.7 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 10.08 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 80 กม. (CLTC) ตัวรถจะมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 3.15 ลิตรต่อ 100 กม.




ส่วนอีก 2 รุ่นที่เหลือ จะมีเครื่องยนต์แบบเดียวกัน แต่จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังกว่าให้กำลัง 160 kW / 215 แรงม้า ส่งผลทำให้มีอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม. เพียง 7.7 วินาที นอกจากนี้ยังใช้ชุดแบตเตอรี่ LFP ที่มีความจุ 18.71 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ระยะทางไกลสุด 150 กม. (CLTC) มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 65 ลิตร ที่วิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 2,000 กม. เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็ม + น้ำใันเต็มถัง อีกทั้งตัวงแบตเตอรี่ยังสามารถชาร์จไฟจาก 30% – 80% ใน 25 นาที ขณะที่ด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะอยู่ที่ 4.25 ลิตรต่อ 100 กม.

ด้านระบบช่วงล่างจะมากับเทคโนโลยี DiSus-C ที่ควบคุมความนิ่มนวลผ่านวาล์วโซลินอยด์ สำหรับราคาจำหน่ายของ BYD Seal 06 DM-i Touring Edition ใหม่ที่เปิดตัววางจำหน่ายในจีนจะมีให้เลือก 3 รุ่น เปิดราคจำหน่ายไว้ดังนี้


- BYD Seal 06 DM-i wagon 80km Noble ราคา 109,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 4.98 แสนบาท
- BYD Seal 06 DM-i wagon 150km Exclusive ราคา 119,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 5.44 แสนบาท
- BYD Seal 06 DM-i wagon 150km Flagship ราคา 129,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 5.89 แสนบาท
