เมื่อราว ๆ 3 ปีที่แล้วทางโตโยต้า ประเทศไทยได้เคยนำ Toyota bZ4X เอสยูวีไฟฟ้าเข้ามาวางจัดจำหน่ายในตลาดเมืองไทย โดยเปิดราคาไว้ตอนนั้นอยู่ที่ 1.836 ล้านบาท

ล่าสุดมีข่าวว่าทาง Toyota มีแผนเปิดตัว Toyota bZ4X อีกครั้งในตลาดตลาดเมืองไทย โดยจะเป็นรุ่น Minorchange ปรับโฉมใหม่ ที่เป็นการนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นคันทั้ง ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้จะมีขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่จะถึงนี้

โดย Toyota bZ4X Minorchange ปรับโฉมใหม่ปรับโฉมใหม่ นี้จะเป็น 1 ใน 3 รุ่นรถใหม่ที่ทางโตโยต้าเผยว่าจะทำลาดในไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ต่อจาก Toyota Yaris ATIV Hybrid ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และอีกหนึ่งรุ่นก็คือ Toyota Hilux รถกระบะไฮลักซ์ รุ่นใหม่



ในด้านงานออกแบบดีไซน์นั้นจะมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมอยู่หลาย ๆ จุด รูปลักษณ์จะดูคมชัด และดูสะอาดสะอ้านมากขึ้น โดยด้านหน้ามากับกระจังหน้าแบบ Hammerhead มาพร้อมชุดไฟหน้า LED พร้อมไฟ DRL LED ที่เป็นรูปตัว C กันชนหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมช่องรับลมขนาดใหญ่ อีกยังติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า LED ที่ช่องระบายอากาศด้านข้างที่ถูกออกแบบใหม่ มาในทรงหกเหลี่ยมแนวตั้ง

ด้านข้างยังคงดีเทลเดิมหลังคาด้านท้ายที่มานแบบลาดเท กระจกมองข้างสีดำ มือเปิดประตูเป็นแบบปกติ มาพร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 20 นิ้ว

ด้านท้ายดีไซน์เดิมทั้งไฟท้าย LED รูปตัว C เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาหลังที่เป็นแบบแยก และสปอยเลอร์ที่ฝาประตูท้าย

Toyota bZ4X Minorchange ยังคงถูกพัฒนาบนพื้นฐาน e-TNGA โดยจะมีความยาว 4,690 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,650 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,850 มม.

ภายในห้องโดยสาร ก็ได้ปรับดีไซน์ใหม่ในหลาย ๆ ของส่วน โดยจะดีไซน์เหมือนกับ Toyota C-HR+ ที่มากับความเรียบง่าย รวมถึงจะเน้นให้มีความกว้างขวาง


แผงแดชบอร์ดจะมากับช่องแอร์ที่ออกแบบใหม่ให้เป็นแนวนอนแบบซ่อนที่ดูกลมกลืนไปกับแผงคอนโซลหน้า มาพร้อมมาตรวัดดิจิทัลพร้อมจอ MID 7 นิ้ว และหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาดใหญ่ 14 นิ้ว จากเดิมที่มีขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง AppleCarPlay และ Andriod Auto



คอนโซลกลางออกแบบใหม่ มาพร้อมแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายที่มีมาให้ 2 ตำแหน่ง มาพร้อมสวิตช์ควบคุมเกียร์แบบ Shift-by-Wire ที่จากเดิมนั้นเป็นเป็นคันเกียร์ที่อยู่ด้านหลังพวงมาลัย อีกทั้งยังได้รับชุดเครื่องเสียง JBL Premium Audio 9 ลำโพง และ ชุดไฟ Ambient Light มาพร้อมหลังคา Panoramic sunroof อีกทั้งยังออกแบบภายในห้องโดยสารให้มีช่องเสียบพอรืต USB ถึง 5 ตำแหน่ง และมีที่วางแก้วน้ำมากถึง 12 จุด รวมทั้งยังสามรถควบคุมสั่งเปิดแอร์ผ่านรีโมทคอนโทรลได้ในระยะกว่า 30 เมตร

นอกจากนี้รถยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยและช่วยขับล่าสุดจาก Toyota Safety Sense 3.0 อาทิ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Intelligent Parking Assist ช่วยการจอดเทียบ และเข้าช่องจอดได้ง่ายขึ้น มาพร้อมกล้อง 4 ตัว และเซ็นเซอร์ 12 จุด

ด้านพละกำลังขับเคลื่อน Toyota bZ4X โฉมไมเนอร์เชนจ์ ในสเปคที่เปิดตัวที่ญี่ปุ่นจะมีการอัปเกรดทั้งชุดมอเตอร์ และแบตเตอรี่ใหม่ โดยมีทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบ่งออกเป็น 3 รุ่น
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว (FWD) ที่ให้กำลัง 123 kW / 167 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 8.6 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 57.7 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 445 กม. (WLTP)
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว (FWD) ให้กำลังสูงสุด 165 kW / 224 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.4 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 73.1 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกล 573 กม. (WLTP)
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD มาพร้อมระบบควบคุมแรงบิด X-MODE ให้กำลังรวม 252 kW / 342 แรงม้าให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 5.1 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 73.1 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 523 กม. (WLTP)

โดยทุกรุ่นจะมาพร้อมระบบ Battery Pre-conditioning และรองรับการชาร์จไฟแบบ AC สูงสุด 22kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้แบบ DC สูงสุด 150kW
ด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ มาพร้อมระบบ Regenerative Braking Mode ที่ช่วยนำพลังงานไฟฟ้ากลับมาทุกครั้งที่ยกคันเร่ง

สำหรับ Toyota bZ4X Minorchange รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ เตรียมขายในไทย ธ.ค. ปี 2025 นี้ ส่วนสเปคต้องมารอลุ้นกันว่าทางโตโยต้าประเทศไทยจะนำรุ่นไหน แบบไหนเข้เามาทำตลาดกันบ้าง ส่วนสนนราคาจำหน่ายนั้นคาดอาจต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท จากรุ่นเดิม
ทั้งนี้หากมีรายละเอียด และช้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม ออกมาจากอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
