บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้ามอบทางเลือกสุดคุ้มให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่า กับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ MG EP PLUS (MY22) รถยนต์ไฟฟ้าสเตชั่นแวกอน ด้วยการมอบส่วนลดพิศษ 301,100 บาท จากราคาเดิม 771,000 บาท เหลือเพียง 469,900 บาท โดยจำหน่ายในจำนวนจำกัด และสงวนสิทธิ์เฉพาะการจองผ่านเว็บไซต์ mgcars.com ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น

พร้อมรับข้อเสนอพิเศษทั้ง
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น

สำหรับ MG EP PLUS เป้นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในรูปแบบสเตชันแวกอน ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย มาพร้อมพื้นที่ภายในกว้างขวางทั้งห้องโดยสาร และพื้นที่เก็บสัมภาระ และระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ครบครัน


ในด้านงานออกแบบดีไซน์ ตัวถังเป็นแบบสเตชันแวกอน มาพร้อแมชุดไฟหน้า Projector Lens แบบฮาโลเจน พร้อมไฟ LED Daytime Running Lights กระจังแบบ Suspended Wing Grille สีดำขนาดใหญ่แบบปิดทึบ ตกแต่งด้วยเส้นโครเมียม มาพร้อมตราโลโก้ MG ที่อยู่ตรงกลางโดยด้านล่างจะเป็นพอร์ตชาร์จไฟ


เส้นสายด้านข้างเรียบหรู มือเปิดประตูเป้นสีเดียวกับตัวรถ มาพร้อมล้ออัลลอยลาหรูขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 205/60R16



ส่วนที่ด้านหลังมากับไฟท้าย LED ดีไซน์แบบ Electric Pulse Design พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED อยู่ในชุดสปอย์เลอร์หลังคา เสริมความอเนกประสงค์ด้วยราวหลังคาที่รองรับน้ำหนักได้ถึง 75 กก.

ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาว 4,544 มม. กว้าง 1,818 มม. สูง 1,543 มม. และมี ะยะความยาวฐานล้อ 2,665 มม. มาพร้อมระยะต่ำสุดจากพื้น 115 มม. ตังรถจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1,574 กก.


ภายในห้องโดยสารมาในทนสีดำ ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ สามารถบรรทุกได้ทั้งคนและของ โดยมีพื้นที่บรรจุสัมภาระมากถึง 1,456 ลิตร



ในส่วนแผงแดชบอร์ดจะมากับมาตรวัดแบบดิจิตอล แบบสี ขนาด 7 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมังติฟังก์ชันที่หุ้มด้วยหนัง มาพร้อมหน้าจออินโฟนเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay / Andriod Auto




เบาะทีนั่งรองรับได้ 5 ที่นั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบดีไซน์ Anti-Curved Surface Design เบาะคนขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง เบาะหลังมาพร้อมพนักวางแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำ และสามารถปรับพับได้แบบ 60:40 นอกจากนั้นยังติกดตั้งแผงกั้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง

ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับปุ่มปรับเปลี่ยนเกียร์แบบหมุน, ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB, ปุ่ม Push Start, กุญแจรีโมท, Auto Hold, ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล มาพร้อมกรองอากาศ PM 2.5


ด้านความสะดวกสบาย และความปลอดภัย (Convenience & Safety) ที่ครบครัน เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยทั้งแบบ Active และ Passive มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางอาทิ ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก EBA, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS, ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS, ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง, กล้องมองภาพขณะถอยจอด, เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหลัง และกุญแจ Immobilizer


สำหรับพละกำลังขับเคลื่อนจะได้รับการติดตคั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร มาพร้อมชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา8.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 50.3 kW ชารืจไฟเต็มให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 380 กม. ( NEDC)

มาพร้อมหัวชาร์จแบบ Combined Type2 และ Quick Charge แบบ CCS รองรับการชาร์จไฟ AC ขนาด 7kW ผ่าน MG Home Charger ชาร์จไฟเต็มในเวล่ 7 ชั่วโมง 15 นาที พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ขนาด 50kW ให้กำลังไฟจาก 0 – 80% ในเวลา 40 นาที

โดยมีอัตราเฉลี่ยเพียง 200 บาท หรือไม่ถึง 1 บาทต่อกิโลเมตร ช่วยประหยัดกว่ารถยนต์น้ำมันถึง 2-3 เท่า และค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะตลอด 100,000 กิโลเมตร เพียง 7,828 บาท

สำหรับ MG EP PLUS จะมีสีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 3 สี สีขาว Arctic White, สีเงิน Metallic Grey และสีดำ Black Knight
