หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง BYD ได้เปิดตัว BYD Tang L เอสยูวีตัวใหม่ในตลาดเมืองจีน ที่มีให้เลือกทั้งรูปแบบไฟฟ้า 100% และ PHEV

ล่าสุดทางผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีนเตรียมส่ง BYD Tang L เวอร์ชัน PHEV ไปทำตลาดในยุโรป และออสเตรเลีย โดยใช้ชื่อว่า Sealion 8
สำหรับ BYD Sealion 8 จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูล Ocean series โดยจะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ DM-i และ DM-p

โดยรุ่น BYD Sealion 8 DM-i จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลัง 110 kW / 148 แรงม้า แรงบิด 220 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหน้าให้กำลังสูงสุด 268 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตัน เมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายในเวลา 8.6 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ความจุ 19 kWh
ขณะที่รุ่น DM-p จะเหมาะกับผู่ที่ต้องการความแรงมากขึ้น โดยตัวเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าคุ่หน้าจะเหมือนกับในรุ่น DM-i แต่เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าหลังที่ให้กำลัง 141 KW /189 แรงม้า มาพร้อแมแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร โดยทางผู้ผลิตเคลมไว้ว่ามีอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวาล 4.9 วินาที นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น 35.6 kWh ที่ทางบีวายดีเผยว่าจะวิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ระยะทางไกลถึง 150 กม. และวิ่งครอบคลุมระยะทาง 1,200 กม. นอกจากนี้ทาง BYD เคลมว่า Sealion 8 จะมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 5.6 ลิตร/100 กม. เท่านั้น

ในด้านงานออกแบบดีไซน์นั้น ก็ยังคงเหมือนกับ Tang L ที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ที่มาพร้อมกับภาษาการออกแบบที่เรียกว่า Dragon Face โดยในส่วนของกระจังหน้าแบบปิดทึบตามแบบฉบับรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่

ชุดไฟหน้าเป็นแบบแยกส่วนด้านบนเป็นแถบไฟ LED แบบเนียวเล็ก ที่วางอยู่ชิดขอบฝากระโปรงหน้า โดยมีแถบเส้นไฟ LED วางพาดเต็มพื้นที่อยู่ด้านล่างในแบบลักษฯะรูปตัว U ขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีแถบชิ้นงานเป็นวัสดุโครเมียมวางซ้อนอยู่ด้านบน พร้อมติดตราโลโกช้ชื่อแบรนด์ฺ BYD ไว้ตรงกลาง
ส่วนไฟส่องสว่างหลัดจะแยกออกมาอยู่ด้านล่าง ในกรอบรูปทรงคล้ายมุมเบอแรงสีดำ ส่วนที่ชายด้านล่างจะเป็นช่องดัดอากาศที่เปิด- ปิดแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า

ด้านเส้นสายด้านข้างดีไซน์ให้มีมุมเหลี่ยมที่ดูคมชัด และโฉบเฉี่ยว มาพร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่ สอดรับเข้าสชุดกับล้ออัลลอยที่ออกแบบลวดลายให้ลดแรงต้านอากาศ อีกทั้งในส่วนของมือเปิดประตูก็เป็นแบบซ่อนที่ราบไปกับตัวบอดี้รถ เต็มความหรูหราด้วยเส้นโครเมียมที่เลาะตามขอบกระจกบานข้างตั้งแต่เสา A ไปจนถึงเสา D ด้านท้าย นอกจากนั้นในส่วนเสา D-Pillar จะได้รับการออกแบบพิเศษให้มีขนาดใหญ่ เพื่อรับแสงจากด้านนอก ที่จะสามารถส่องเข้ามาด้านในได้อย่างเต็มที่ รวมั้งยังช่วยในเรื่องของทัศนวิสัยที่ดีขึ้นสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3 ที่จะมองเห้นด้านนอกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

ส่วนด้านท้าย จะมากับชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ส่วนหลัง โดยมีลวดลายด้านในออกแบบให้เป็นลักษณะคล้ายเชือกถักตามแบบฉบับของชาวจีน
ในด้านขนาดมิติตัวรถจะเป็นเอสยูวีขนาดใหญ่โดยมีความยาวอยู่ที่ 5,040 มม. กว้าง 1,996 มม. สูง 1,760 มม. และมีระยะฐานล้อขนาด 2,950 มม.


ภายในห้องโดยสารจะเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตกแต่งภายในด้วยสีเทาเมทัลลิกด้านที่ช่วยเสริมบุคลิคให้ดูมีความภูมิฐาน

แผงแดชบอร์ดจะมากับแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสามก้านที่หุ้มด้วยหนัง ขณะที่ตรงกลางคอนโซลหน้านั้นจะเป็นหน้าจอควบคุมกลางที่ถูกวางแบบลอยโดยมีขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว มาพร้อมระบบ AR-HUD มาพร้อมระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ DiLink 150
นอกจากนั้นยังออกแบบในส่วนของช่องระบายอากาศให้เป็นแบบซ่อน ดูเนียม และกลมกลืนไปกับแผงคอนโซลหน้าอย่างลวตัว
คอนโซลกลางจะมีพื้นที่ขนาดใหญ๋ ดีไซน์ให้เป็น 2 ชั้น ด้านล่างจะเป็นช่องวางสำหรับวางของ ส่วนพื้นที่ด้านบนติดตั้งช่องแอร์ที่วางอยู่เหนือแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่มีให้ 2 ตำแหน่ง มาพร้อมแถบปุ่มควบคุมสั่งงานตัวรถที่วางอยู่ด้านล่างถัดลงมา


อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งช่องทำความเย็นที่สามารถวางขวดน้ำในแบบแนวตั้งได้พร้อมกันถึง 4 ขวด โดยจะอยู่ด้านล่างของหน้าจอระบบปรับอากาศที่ด้านหลังเบาะคู่หน้า


ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ มาพร้อมกับระบบ DiPilot 300 (“God’s Eye” B) ของ BYD โดยจะได้รับการติดตั้ง LiDAR ที่บนหลังคา, เรดาร์ 5 ตัว มาพร้อมกล้อง 12 ตัวรอบคัน และเซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 จุด

สำหรับ BYD Sealion 8 เตรียมที่วางจำหน่ายในตลาดออสเตรเลีย และยุโรป เร็ว ๆ นี้ ส่วนในไทยต้องมารอลุ้นกันว่าเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดขนาดใหญ่ตัวนี้จะเข้ามาลุยตลาดในบ้ายเราหรือไม่อย่างไร
