หลังจากที่ทาง Mazda และ ChangAn ที่เป็นบริษัทร่วมทุนได้ประกาศเปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย Mazda EZ-6 ในจีน หรือที่บ้านเราในไทย รวมทั้งในภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกจะใช้ชื่อว่า Mazda 6e

ล่าสุดทางมาสด้าในจีน ได้เพิ่มทางเลือกของ EZ-6 ให้ด้วยการเปิดตัว Mazda EZ-6 Sports Edition รุ่นพิเศษ ที่มาในสไตล์สปอร์ต ด้วยชุดแต่งดำรอบคัน ในด้านขุมพลังยังคงมีให้เลือก 2 รูปแบบเช่นเดิมทั้ง BEV ไฟฟ้า 100% และ EREV ที่เป็นแบบขยายระยะทาง โดย EZ-6 Sports Edition จะเน้นเจาะตลาดกลุ่มตลาดวัยรุ่น และกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มองหาทั้งสไตล์ และเทคโนโลยีในรถยนต์คันเดียว
ในด้านงานออกแบบยังคงเหมือนกับในรุ่นปกติ มาพร้อมปรัชญาการออกแบบ ‘Soul of Motion‘ ของทาง Mazda กระจังหน้ามาในทรง Signature Wing ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางมาสด้า แต่ปรับให้เป็นแบบปิดทึบ ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ตรงกลางคิดโลโก้มาสด้า แบบเรืองแสง มาพร้อมกรอบกระจังหน้าแบบเรืองแสง

โดยมีไฟหน้า LED ทรงเพรียวบาง โดยทาง Mazda จะเรียกกว่า Wings of Light อีกทั้งยังเสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งขอบชายล่างรอบคันด้วยเส้นสายโครเมียม เส้นสายด้านข้างตัวรถจะจะมาพร้อมกับความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมที่กรอบกระจกบานข้าง นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับประตูแบบไร้กรอบ และมือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ

ด้านท้ายจะมาในแบบลาดเทตามสไตล์รถคูเป้ท้ายลาด มาพร้อมชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดเต็มพื้นที่ โดยในส่วนของชุดไฟด้านในยังคงเอกลักษณ์ของทางมาสด้าไว้ด้วยชุดไฟท้ายแบบทรงกลม อีกทั้งยังได้รับการติตดั้งสปอยเลอร์ท้ายในตัว โดยเป็นแบบแอฟทีฟที่ปรับขึ้นลงด้วยไฟฟ้าเมื่อมีความเร็วสูงกว่า 90 กม./ชม.

โดยในส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาของในรุ่น Sports Edition จะได้รับชุดพาร์ทแต่งสีดำรอบคัน ไมว่าจะเป็นชุดสเกิร์ตหน้า /กาบข้างประตู นอกจากนั้นยังมาพร้อมล้อออัลลอยสีดำขนาด 19 นิ้ว โดยที่ด้านในมากับชุดคาร์ลิปเปอร์เบรกสีแดง

ในด้านขนาดตัวรถยังคงมีความยาวอยู่ที่ 4,921 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,485 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,895 มม.

ขณะที่ภายในห้องโดยสารของ Mazda EZ-6 Sports Edition ก็ปรับให้มีควาใมสปอร์ต โดยตัวเบาะที่นั่งจะหุ้มด้วยหนัง Alcantara สีดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วยสีเข้มที่บนคอนโซลกลาง และช่องระบายอากาศ

ส่วนชุดอุปกรณ์ภายในอื่น ๆ นั้น แผงคอนโซลหน้าจะมากับแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.2 นิ้ว มาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ที่วางแบบลอยตัว ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง นอกจากนี้ยังได้รับการติตดั้งจอ AR-HUD ที่แสดงผลแบบเสมือนจริงขนาด 50 นิ้ว

คอนโซลกลางจะได้รับแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย 2 ตำแหน่ง มาพร้อมช่องวางแก้ว หรือขวดน้ำขนาดใหญ่ 2 ช่อง มาพร้อมชุดเครื่องเสียงของทาง Sony พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง, ชุดไฟ Ambient Light รอบห้องโดยสารที่ปรับได้ 64 สี

ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะมีความจุอยุ๋ที่ 479 ลิตร และสามารถเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,174 ลิตร เมื่พับเบาะลง อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บของด้านหน้า (ในรุ่น EV) ที่มีความจุ 99 ลิตร


ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมากับระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบอัจฉริยะ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ L2.5 อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน, ระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าพร้อม Stop & Go, ระบบช่วยเตือนหากเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบช่วยควบคมุ รถให้อยู่ในเลน,ระบบช่วยควบคมุ ความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ, ระบบช่วยเตือนเมื่อ รถออกนอกเลน ล ระบบช่วยแจ้งเตือนมุมอับสายตา, ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนนเลน, ระบบช่วยเตือนเหากเสี่ยงต่อการโดนชนด้านหลัง, ระบบเตือนเมุมอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนประตูขณะเปิด, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ และถุงลมนิรภัย 9 ใบ


Mazda EZ-6 Sports Edition ยังคงถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม EPA โดยขุมพลังยังคงมีให้เลือก 2 รูปแบบทั้ง BEV และ EREV
- รุ่น BEV ที่ขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% จะได้รับการติตดั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 190 kW (258 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร โดยความเร็วสูงสุดจะถูกจำกัดไว้ที่ 170 กม./ชม. มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ไอออนฟอสเฟตที่มีให้เลือก 2 ขนาดความจุ คือ 56.1 kWh และ 68.8 kWh ชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทาง 480 กม. และ 600 กม. ตามลำดับ (CLTC) โดยจะรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่จะให้กำลังไฟจาก 30% – 80% ในเวลา 15 นาที
- รุ่น EREV (ขยายระยะทาง) จะมากับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ที่มีกำลัง 70 kW (94 แรงม้า) มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหลังที่ให้กำลัง 160 kW (218 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion phosphate ที่จะวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 130 กม. และครอบคลุมระยะทางวิ่งไกลสุดขับขี่ไกลถึง 1,301 กม. (CLTC) รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่จะให้กำลังไฟ 30% ถึง 80% ใน 20 นาที โดยทางผู้่ผลิตเคลมว่าจะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 3.6 ลิตรต่อ 100 กม.

โดยทั้ง 2 รูปแบบจะได้รับการติดตั้งระบบ V2L ที่จ่ายไฟภายนอกสูงสุด 3.3 kW ในด้านสนนราคาจำหน่าย Mazda EZ-6 Sports Edition ในตลาดเมืองจีนยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขออกมา มีเพียงข้อมูลเบื้องต้นเผยว่ารุ่นพิเศษนี้จะมีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น
