in , , , ,

Lynk & Co 900 เอสยูวี PHEV วิ่งไกลถึง 1,443 กม. เปิดให้จองล่วงหน้าในจีน เริ่ม 1.56 ล้านบาท

Lynk & Co 900 เอสยูวีสุดพรีเมียมแบบ 6 ที่นั่ง ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด วิ่งครอบคลุมระยะทางไกลถึง 1,443 กม. เปิดให้จองล่วงหน้าในจีน ก่อนเปิดตัวปลายเดือน เม.ย. นี้ เคาะราคาเริ่มไว้ที่ 1.56 ล้านบาท

Lynk & Co 900

หลังจากที่ทาง Lynk & Co แบรนด์รถที่เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Geely  และ Zeekr ได้เผยโฉม Lynk & Co 900 รถ SUV รุ่นแฟลกชิพใหม่กับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดออกมาเมื่อช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา

Lynk & Co 900

ล่าสุดก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ทาง Lynk & Co ได้เปิดให้ผู้สนใจจับจอง โดยเปิดราคาจำหน่ายล่วงหน้า โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น เปิดราคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 330,000 – 435,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.56 – 2.05 ล้านบาท 

สำหรับ Lynk & Co 900 นับเป็นรถเอสยูวีขนาดฟูลไซส์ในกลุ่มพรีเมียม และเป็นรถเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีมา

Lynk & Co 900

โดย Lynk & Co 900 ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม SPA หรือ Volvo Scalable Product Architecture มีขนาดความยาวอยู่ที่ 5,240 มม. กว้าง 1,999 มม. สูง 1,810 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 3,160 มม. ขณะที่น้ำหนักตัวรถจะอยูี่ที่ระหว่าง 2660 – 2820 กก. (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย) 

Lynk & Co 900

ในด้านงานออกแบบภายนอกของตัวรถจะมากับดีไซน์ที่ล้ำสมัย มาพร้อมแนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า  “The Next Day” ที่เน้นความสมมาตร และโครงสร้างที่มีมิติ ด้านหน้าจะมาในแบบปิดทึบ มาพร้อมชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน โดยจะมากับชุดไฟ DRL ที่มาในแบบแนวตั้งคู่บนฝากระโปรงหน้า 

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งแถบไฟ LED ไว้ที่ด้านหน้าจำนวน 10,192 ดวง ที่ควบคุมความเข้มได้ถึง 32 ระดับ โดยจะสามารถสื่อสาร และโต้ตอบกับผู้คนที่อยู่ด้านนอกได้ โดยมีโหมดการแสดงผลหลากหลาย เช่น ไฟต้อนรับ / ไฟขับขี่ และไฟจอดรถ พร้อมรองรับการตั้งค่าเอง เช่น การเขียนข้อความหรือวาดภาพ

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

ด้านข้างตัวรถในส่วนกระจกมองข้างออกแบบให้มีขาตั้งที่ดูแปลกตาโดยจะยื่นติดอยู่ที่ด้านข้างตัวรถพร้อมติดชื่อแบรนด์ Lynk & Co ขณะที่เส้นสายด้านข้างออกแบบให้มีความลู่ลม มือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบไปกับตัวรถ มาพร้อมฟังก์ชันเปิดอัตโนมัติและป้องกันน้ำแข็ง ด้านล้ออัลลอยมาในแบบทูโทน พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงที่ด้านใน

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

ตัวรถจะถูกออกแบบให้ตัวหลังคาเป็นแบบลอยตัว โดยตั้งแต่เสา A -C จะมาในเฉดสีดำ อีกทั้งยังออกแบบด้านท้ายให้มาในแบบ Fastback ที่ลาดเท เติมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคา และเสาอากาศแบบครีบฉลาม 

Lynk & Co 900

ส่วนที่ด้านท้ายติดตั้งก็จะเหมือนกับด้าหน้าที่ติดตั้งแถบชุดไฟท้าย LED ที่สามารถสื่อสารกับผู้คนภายนอก โดยจะมีชุดหลอดไฟ LED จำนวน 8 แถวที่มากถึง 2,400 ดวง ที่ควบคุมแยกแต่ละดวง รองรับการแสดงผลแบบกำหนดเอง 

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

อีกทั้งยังติดตั้งฝาท้ายแบบเปิดได้สองชั้น ที่รองรับน้ำหนักได้ 300 กก. รวมทั้งในส่วนของหลังค่มาพร้อมกับรางบรรทุกสัมภาระที่ซ่อนอยู่ ซึ่งสามารถรองรับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 300 กก.

Lynk & Co 900

สำหรับงานออกแบบตัวรถขอ Lynk & Co 900 ทางลิงค์ แอนด์ โค เผยว่าจะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ เพียง 0.291 Cd 

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

ภายในห้องโดยสารของ Lynk & Co 900 จะมาในแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง (2+2+2) งานออกแบบจะเน้นความกว้างขวางนั่งสบาย  โดยจะมีขนาดกว้างถึง 6.16 ตารางเมตร และมีความสูงของห้องโดยสารถึง 1.293 เมตร โดยเบาะแถว 2 เป็นแบบ Captain Seat ที่ปรับเลื่อนระยะได้สูงสุด 550 มม. ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถเลื่อนไปข้างหน้าและถอยหลังได้ 125 มม. 

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

นอกจากนี้ทางผู้่ผลิตยังเผยว่า Lynk & Co 900 จะเป็นรถ SUV รุ่นแรกของโลก ที่ติดตั้งเบาะนั่งที่ปรับด้วยไฟฟ้าแบบ 180 องศาทั้ง 2 เบาะ ส่วนแถวที่ 2 รองรับการหมุนได้ถึง 180°/90°

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

ด้านงานตกแต่งจะมากับวัสดุคุณภาพสูง อาทิ ผ้ากำมะหยี่สังเคราะห์, หนัง Nappa, และวัสดุ PVD ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉดสีภายในห้องโดยสารจะมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเบจ, สีส้ม และสีดำ ซึ่งสื่อถึงเวลาเช้า กลางวัน และกลางคืน 

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

ในส่วนของแผงแดชบอร์ดจะมากับหน้าจอขนาดยักษ์ถึง 30 นิ้ว ที่มีความละเอียดในระดับ 6K แยกเป็นจอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ และจอระบบเอนเตอร์เทนเมนท์สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า อีกทั้งยังได้รับหน้าจอ HUD ขนาด 95 นิ้ว และแผงหน้าปัด LCD สำหรับแสดงข้อมูลสำคัญขณะขับขี้ขนาด 12.66 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวลมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสองก้าน โดยทั้งหมดจะถูกควบคุมด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8295 จำนวน 2 ตัว และระบบปฏิบัติการ Lynk Flyme Auto

Lynk & Co 900

อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งจอเพดานขนาด 30 นิ้ว  สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่มีความละเอียดคมชัดระดับ 6K

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

ด้านคอนโซลกลางถุกออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยจะมากับแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายที่มาให้ 2 ช่อง อีกทั้งยังได้รับตู้แช่ควบคุมอุณหภูมิ ที่สามารถปรับอุณหภูมิต่ำสุด -6 °C และสูงสุด 50 °C, พอร์ท USB, ระบบเครื่องเสียง Harman Kardon

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

นอกจากนั้นยังออกแบบให้มีช่องเก็บเล็ก ๆ น้อย ๆ กระจายตามจุดต่าง ๆ รอบห้องโดยสารที่มามากถึง 42 ตำแหน่ง ขณะพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายมีจะมีความจุ 300 ลิตร เสริมด้วยพื้นที่เก็บของใต้พื้นอีก 20 ลิตร 

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

ในด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่จะมากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ SPA EVO รองรับการติดตั้งฮาร์ดแวร์ และระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง ADAS โดยจะมากับเซนเซอร์ LiDAR ไว้ที่บนหลังคาด้านหน้า กล้องรอบคันที่มีมากถึง 11 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว โดยจะขับเคลื่อนด้วยชิป NVIDIA Drive Orin-X หรือ NVIDIA Drive Thor ขึ้นอยู่กับรุ่น ซึ่งโซลูชันนี้จะรองรับความสามารถต่างๆ เช่น การหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง การนำทางในเมืองแบบไร้แผนที่ การนำทางความเร็วสูง และการจอดรถระยะไกล

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

ในด้านระบบขับเคลื่อนของ Lynk & Co 900 จะมากับระบบปลั๊กอินไฮบริด ที่มีให้เลือก 3 รูปแบบ 

  • เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ PHEV ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 710 แรงม้า 
  • เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ PHEV ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุดทั้งระบบ 725 แรงม้า
  • เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ PHEV ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว กำลังสูงสุดทั้งระบบ 845 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 4 วินาที

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ CATL Freevoy ที่มีความจุ 2 ขนาดได้แก่ 44.85 kWh และ 52.38kWh โดยจะวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 220 กม. / 280 กม./268 กม. ตามลำดับ (CLTC) และครอบคลุมระยะทางวิ่งไกล 1,355 กม. /1,350 กม. และ 1,443 กม. (CLTC) นอกจากนี้ยังรองรับการชารืจไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 20% – 80% ในวลาเพียง 17 นาที

Lynk & Co 900

โดยในทุกรุ่นย่อยจะมากับระบบกันสะเทือนแบบถุงลม พร้อมระบบ Continuous Damping Control (CDC) ช่วยตรวจสอบและลดการสั่นสะเทือนแบบต่อเนื่อง และฟังก์ชั่นสลับการทำงานระหว่างถุงลมแบบ Single chamber หรือ Dual chamber ตามสถานการณ์ในการขับ เสริมด้วยระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900 จะมีเฉดสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำ Polar Night Black, สีเทา Cloud Ash, สีน้ำเงิน Morning Blue, สีขาว Dawn White และสีเงิน Sun Silver

Lynk & Co 900

Lynk & Co 900

สำหรับรายละเอียดโดยรวมทั้งหมดของ Lynk & Co 900 จะได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายน 2025 ที่จะถึงนี้ 

Lynk & Co 900

ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาทางทีมงาน Autostation.com จะรีบนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งโดยทันที